ข้อความต้นฉบับในหน้า
-
-
แต่อาตมาอยากทราบว่า ที่ว่าเป็นบ้านผีสิงนั้น มันแสดง
กิริยาอาการอย่างไร จึงทำให้รู้ว่ามีผีสิง?”
คุณชำนาญได้บรรยายให้ฟังว่า บ้านนั้นเป็นบ้าน
แบบโบราณ สร้างด้วยไม้สักทั้งหลังเป็นมรดกตกทอดมา
จากบรรพบุรุษ แต่ไม่มีใครกล้าไปอยู่ เพราะถูกผีหลอก
จนอยู่ไม่ได้ เคยมีคนมาเช่าอยู่หลายราย แต่ส่วนมากอยู่
ได้เพียงคืนเดียวก็เผ่นหนี มีบางคนที่ไม่เชื่อเรื่องผี ทนอยู่
ได้หลายวัน แต่ในที่สุดก็ล้มเจ็บต้องหนีไป บางรายก็ถึง
กับตาย รายสุดท้ายเป็นฝรั่งทำงานบริษัทป่าไม้ พร้อม
ด้วยลูกน้องซึ่งไม่เชื่อเรื่องผี ฝรั่งคนนี้เช่าอยู่ได้เพียง
๓ วัน ก็กลายเป็นคนวิกลจริตลูกน้องต้องรีบนำตัวไป
รักษาที่กรุงเทพฯ ตั้งแต่นั้นมาก็ไม่มีใครกล้ามาเช่าอยู่อีก
เลย เป็นเวลาสิบกว่าปีมาแล้ว “เพราะเหตุนี้แหละครับ
ผมจึงยอมให้ท่านพักไม่ได้” คุณชำนาญสรุปในที่สุด
“โยมดวงแก้ว เชื่อหรือเปล่าว่าผีมี?” อาตมาหัน
ไปถามบัณฑิตสาว
“ยังไม่เชื่อ” เธอตอบอย่างเด็ดขาด
“ทำไมไม่พิสูจน์ดูเล่า?” อาตมาถาม
“ทั้ง ๆ ที่ไม่ค่อยเชื่อแต่มันก็ไม่กล้า” เธอตอบเสียง
อ่อย ๆ ยิ้มอาย ๆ เป็นการเปิดเผยจุดอ่อนของสตรีเพศ
ออกมาให้เห็น
“เอาละ อาตมาจะพิสูจน์ให้ดู” อาตมาพูด ทำให้
คุณชำนาญตกใจจนตาเบิกกว้าง “คุณโยมไม่ต้องตกใจ
อาตมาเคยผจญเรื่องอย่างนี้มามากแล้ว ถ้าอาตมาเป็น
อะไรไปในคราวนี้ คุณโยมไม่ต้องรับผิดชอบอะไรทั้งสิ้น
เพราะเป็นความสมัครใจของอาตมาเอง ทุกคนในบ้านนี้
เป็นพยานให้คุณได้”
หลังจากเจรจากันอยู่นาน คุณชำนาญก็ตกลงพา
อาตมาเดินผ่านเงาอันมืดครึ้มของต้นลำไยไปยังบ้าน
ผีสิงซึ่งตั้งอยู่ท่ามกลางดงลำไยอย่างเงียบสงบ ห่างออก
ไปเล็กน้อยมีต้นยางขนาดใหญ่ขึ้นอยู่สองสามต้น แสดงให้
เห็นความเก่าแก่ของสถานที่แห่งนี้ คุณชำนาญฉาย
ไฟฉายเดินนำหน้าอาตมา ขึ้นบันไดอันกว้างใหญ่ไปเปิด
ประตูห้องหน้าให้อาตมา
“ท่านต้องการห้องไหน นิมนต์เลือกเอาได้ตาม
-
แรกให้อาตมาชี้บอกทิศทางของห้องน้ำแล้วก็อำลาจาก
ไปด้วยใบหน้าแสดงความวิตกกังวลยิ่ง
อาตมาจัดการกางกลดผูกบุ้ง ปูผ้า วางบริขาร
เรียบร้อยแล้วก็ดับไฟเข้ากลด ไหว้พระสวดมนต์แผ่
เมตตาแก่เทวดาอารักษ์เจ้าที่เจ้าทาง และสรรพสัตว์
แล้วก็ล้มตัวลงนอนด้วยความเหนื่อยอ่อน
ขณะที่กำลังจะเคลิ้มหลับนั่นเอง อาตมาก็ต้อง
สะดุ้งตื่นเพราะหูแว่วได้ยินเสียงฝีเท้าคนเดินตึง ๆ อยู่ใน
ห้องด้านขวามือ เมื่ออาตมาเงี่ยหูตั้งใจฟัง เสียงฝีเท้า
กลับไปดังอยู่ในห้องด้านซ้ายมือ ประเดี๋ยวไปตั้งอยู่ทาง
ด้านปลายเท้าแล้วก็วนไปทางห้องขวามืออีก อาตมา
นอนลืมตาโพลงอยู่ในความมืด คุมสติไว้ให้มั่น ตั้งใจฟัง
เสียงฝีเท้าคนเดินด้วยความเอาใจใส่
ครูใหญ่ผ่านไปเสียงฝีเท้าสงบลง แต่มีเสียงใหม่ดัง
ขึ้นแทน คราวนี้เป็นเสียงไม้กวาดกระทบพื้นห้องเสียงดัง
ซู่ซ่า คล้ายคนกำลังกวาดบ้านเช่นเดียวกับเสียงฝีเท้าคน
เดิน เสียงกวาดบ้านดังจากห้องนั้น สู่ห้องนั้นไปจนทั่ว
แล้วก็หายเงียบไป อาตมามิได้สะดุ้งตกใจกลัวแต่อย่างใด
ตรงกันข้ามกลับนึกชมเชยความขยันขันแข็ง เอาใจใส่ใน
การดูแลรักษาบ้านของภูตผีปีศาจตนนั้น มารู้สึกสะดุ้งอีก
ครั้งหนึ่งก็ต่อเมื่อได้ยินเสียงสวิตช์ไฟดังแช็ก แล้วไฟฟ้า
ในห้องของอาตมาก็สว่างจ้าขึ้นโดยปัจจุบันทันด่วน
อาตมารีบมองทะลุมุ่งไปดูทางสวิตช์ไฟก็ไม่เห็นมีใครอยู่
ที่นั้น ลุกขึ้นนั่งกวาดสายตาไปรอบ ๆ ห้องก็ไม่พบใคร
ปฏิฆะความเคืองใจที่ถูกรบกวนในขณะพักผ่อนเริ่มฟุ้งขึ้น
ในจิตใจ แต่เมื่อได้สติอาตมาก็รีบระงับมันเสีย
ขณะที่อาตมากำลังจะเปิดมุ่งเตรียมจะไปปิดไฟ
นั่นเองก็ได้ยินเสียงสวิตช์ดังแช็ก แล้วไฟก็ดับพรีบลงเอง
โดยไม่มีใครปิด อาตมานั่งงุนงงอยู่ในความมืดครู่หนึ่ง
แล้วเตรียมจะล้มตัวลงนอนต่อ แต่ก็ต้องหยุดชะงัก เพราะ
ไฟได้เปิดสว่างจ้าขึ้นอีก คราวนี้ความขุ่นเคืองใจเกิดขึ้น
มากกว่าเดิมแต่อาตมาก็พยายามระงับมัน ทั้ง ๆ ที่รู้สึกว่า
ระงับมันได้อย่างยากเย็น ขณะที่กำลังต่อสู้กับความรู้สึก
ของตัวเองอยู่นั้นหูก็แว่วได้ยินเสียงคนหัวเราะอย่างผู้ที่
กำลังได้เปรียบ ดังแว่วมาจากห้องถัดไป เสียงหัวเราะ
ชอบใจทุก ๆ ห้องเปิดถึงกันได้หมด” เขาเปิดสวิตช์ห้อง ลงลูกคอเป็นจังหวะช้า ๆ นั้นทำให้อาตมาหวนคิดถึง
Kalyanamitra.org
กั ล ย า ณ ม ต ร
๑๑๕