ความหวาดกลัวและการแก้แค้น วารสารกัลยาณมิตร ปี 2532 ฉบับที่ 7 หน้า 109
หน้าที่ 109 / 128

สรุปเนื้อหา

เสียงกิ่งไม้รัด ไม่รู้ว่าคนหรือสัตว์มันปล่อยกิ่งไม้ เรามา อยู่ในป่านี้ก็ไม่มีอะไรนี่ อย่าวิตกเลย... แต่ถ้าจะมีอะไร เกิดขึ้น ก็คงเกิดจากคนที่มันปล่อยกิ่งไม้วันนั้นแหละ” ขณะที่ทั้งสองพูดกันนั้น ปุโรหิตได้ยินเข้าพอดี ก็รู้ว่าในส่วนลึกของจิตใจของทั้งสองนั้นมีความหวาด กลัวและระแวงภัยแฝงอยู่ตลอดเวลา วันหนึ่ง ขณะที่ทาสหนุ่มไปหาผลไม้ ปุโรหิต นอนอยู่ เขาแกล้งละเมอขึ้นว่า “อุแม่เอ๊ย....ปล่อยข้ามาอยู่ป่าคนเดียว ไม่คิดถึง บังอาจยิ่งนัก ทั้งยังโหดร้าย ฆ่าพระราชาผู้มีพระคุณ คนอย่างนี้เอาไว้ไม่ได้พะยะค่ะ” ปุโรหิตกราบทูล จากนั้นปุโรหิตก็สอนให้พระกุมารฟันดาบอยู่ ๒-๓ วัน จนคล่องแคล่ว หลังจากนั้นพระองค์ก็ทรง ฝึกซ้อมอยู่บ่อย ๆ จนชำนาญ วันหนึ่งเป็นโอกาสอันดี พระกุมารพูดกับทาส ปรันตปะว่า “พ่อ เราไปอาบน้ำกันเถอะ”

หัวข้อประเด็น

- ความหวาดกลัวและการแก้แค้น

ข้อความต้นฉบับในหน้า

เสียงกิ่งไม้รัด ไม่รู้ว่าคนหรือสัตว์มันปล่อยกิ่งไม้ เรามา อยู่ในป่านี้ก็ไม่มีอะไรนี่ อย่าวิตกเลย... แต่ถ้าจะมีอะไร เกิดขึ้น ก็คงเกิดจากคนที่มันปล่อยกิ่งไม้วันนั้นแหละ” ขณะที่ทั้งสองพูดกันนั้น ปุโรหิตได้ยินเข้าพอดี ก็รู้ว่าในส่วนลึกของจิตใจของทั้งสองนั้นมีความหวาด กลัวและระแวงภัยแฝงอยู่ตลอดเวลา วันหนึ่ง ขณะที่ทาสหนุ่มไปหาผลไม้ ปุโรหิต นอนอยู่ เขาแกล้งละเมอขึ้นว่า “อุแม่เอ๊ย....ปล่อยข้ามาอยู่ป่าคนเดียว ไม่คิดถึง บังอาจยิ่งนัก ทั้งยังโหดร้าย ฆ่าพระราชาผู้มีพระคุณ คนอย่างนี้เอาไว้ไม่ได้พะยะค่ะ” ปุโรหิตกราบทูล จากนั้นปุโรหิตก็สอนให้พระกุมารฟันดาบอยู่ ๒-๓ วัน จนคล่องแคล่ว หลังจากนั้นพระองค์ก็ทรง ฝึกซ้อมอยู่บ่อย ๆ จนชำนาญ วันหนึ่งเป็นโอกาสอันดี พระกุมารพูดกับทาส ปรันตปะว่า “พ่อ เราไปอาบน้ำกันเถอะ” เมื่อไปถึงท่าน้ำ พระกุมารจับมวยผมของทาส ข้าบ้างเลย ข้าคิดถึงเจ้าจนผ่ายผอมเหมือนกิ่งไม้แล้ว” ปรันตปะด้วยพระหัตถ์ซ้ายพระหัตถ์ขวาถือพระ วันต่อมา ปุโรหิตแกล้งละเมอพูดขึ้นอีกว่า “โธ่...นางน้องเอ๊ย เจ้าอยู่บ้านคงคิดถึงพี่ พี่คิดถึง เจ้าจนซูบผอมเหมือนกิ่งไม้แล้ว” อีกวันหนึ่ง ปุโรหิตพูดว่า “ยามที่เจ้าชายตามามอง ใจของพี่หวั่นไหว เสียงของเจ้าหวานนัก เสียงหัวเราะของเจ้าทำให้จิตใจ ขรรค์ แล้วตรัสว่า “เขาว่าเจ้าจับพระเมาพี่ของบิดาเรา แล้วปลง พระชนม์ทั้ง ๆ ที่กำลังขอชีวิตที่ท่าน้ำนี้ใช่ไหม เราจะ ทำกับเจ้าเหมือนกับที่เจ้าทำกับพระบิดาของเรา!” ทาสปรันตปะตกใจกลัว ละล่ำละลักว่า “เสียงนั้น เสียงกิ่งไม้รัด มันบอกเจ้าแล้ว ของพี่เบิกบาน..... พี่คิดถึงเจ้าจนซูบผอมเหมือนกิ่งไม้ ใคร ๆ! ใครมันทำกิ่งไม้รัด ข้าเคยคิดอยู่เหมือนกันว่า แล้ว” พระเทวีได้ฟังปุโรหิตบ่นพึมพำรำพันถึงภรรยา ก็คิดว่า ปุโรหิตพร่ำ ๆ เพ้อ ๆ บ้า ๆ บอ ๆ ตามประสา คนที่ตกยากลำบากแล้วอาลัยอาวรณ์ ถึงความสุขเก่า ๆ ก็ไม่ทรงใส่พระทัย ต่อมา พระราชกุมารเจริญวัยขึ้น อายุราว ๆ ๑๕-๑๖ พรรษา วันหนึ่งพระกุมารถือไม้ให้ปุโรหิต จับแล้วพาไปที่ท่าน้ำ เมื่อไปถึงปุโรหิตได้ลืมตา ขึ้นมองดูพระกุมาร จึงรับสั่งว่า สักวันหนึ่งข้าคงต้องถูกแก้แค้น เพราะเจ้าคนที่ทำกิ่งไม้ รัดมันบอกเจ้า” “อ้อ เจ้าก็นึกกลัวอยู่เหมือนกันหรือ เจ้าลวง พระบิดาเรามาฆ่าที่นี่ วันนี้เจ้าก็ถูกเราฆ่าเหมือนกัน!” ตรัสแล้วก็ตวัดพระขรรค์ฟันทาสปรันตปะสิ้นชีวิต แล้วฝังดินไว้เมื่อทรงล้างพระขรรค์และสรงพระวรกาย แล้ว จึงเสด็จกลับไปแจ้งเรื่องให้ปุโรหิต ทรงตัดพ้อต่อ ว่าพระมารดา แล้วพากันเสด็จกลับเข้ากรุงพาราณสี พระราชาแห่งกรุงพาราณสี ซึ่งเป็นพระเชษฐา “พราหมณ์ ท่านตาบอดมิใช่หรือ ทำไมท่านลืมตา ก็พระราชทานตำแหน่งอุปราชให้ แล้วทรงฉลองด้วย ได้ล่ะ” “ข้าพเจ้ามิได้ตาบอดหรอกพระกุมาร แต่ข้าพเจ้า การทำบุญให้ทานเป็นการใหญ่ นิทานชาดกเรื่องนี้ น้าอึดนำมาจาก “ปรันตป จำเป็นต้องทำเป็นตาบอดเพื่อรักษาชีวิตของตนไว้” ชาดก” ซึ่งเป็นอดีตชาติหนึ่งของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จากนั้นปุโรหิตก็เล่าเรื่องทั้งหมดให้พระกุมารฟัง เมื่อครั้งถือกำเนิดเป็นพระราชกุมารผู้เรียนมนต์เสียงสัตว์ แล้วช่วยกันขุดดินที่ฝังพระศพขึ้นดูพระอัฐิ พระกุมาร เห็นแล้วรู้สึกสลดใจ โกรธกริ้วทาสปรันตปะ ซึ่งตนหลง คิดว่าเป็นพระราชบิดา “เราจะทำอย่างไรดี” พระกุมารถามปุโรหิต “ทาสปรันตปะไม่รู้ว่าสิ่งใดควรไม่ควร มีใจ พระองค์เป็นผู้ไม่ผูกเวร แม้เพื่อพระอนุชากลับจากป่า มาอยู่ในวัง ก็ทรงแต่งตั้งไว้ในตำแหน่งที่สูง กษัตริย์ผู้เป็นบิดา ผู้คิดฆ่าพระโอรสได้มา เกิดเป็นพระเทวทัต ปุโรหิต ได้มาเป็นพระอานนท์ Kalyanamitra.org กัลยา ณ ม ต ร ๑๐๗
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More