การตอบคำถามเกี่ยวกับพุทธศาสนา วารสารกัลยาณมิตร ปี 2532 ฉบับที่ 7 หน้า 71
หน้าที่ 71 / 128

สรุปเนื้อหา

ถึงแม้จะมีเสียงที่ไม่สุภาพดังขึ้นมาเป็นระยะ ๆ ในการมองโลกได้อีกแง่หนึ่ง ซึ่งสามารถอธิบาย พวกเขาก็นั่งฟังและปฏิบัติตามด้วยความสงบ เป็นอย่างยิ่ง ทำให้การสอนการทำสมาธิ ในครั้งนี้จบลงอย่างราบรื่น จากนั้นจึงเป็นรายการถามตอบปัญหา นักเรียนที่นี่ค่อนข้างจะมีความเป็นผู้ใหญ่สูง ปัญหาที่ถามเกี่ยวกับพุทธศาสนานั้นเฉียบคม ทีเดียว คนแรกถามปัญหาว่า ในพุทธศาสนา มีคำตอบเรื่องทฤษฎีวิวัฒนาการของชาร์ลส์ ดาร์วิน อย่างไรบ้าง อาตมาก็อธิบายตามหลัก ของพุทธศาสนาไปถึงบทบาทของกรรม และ คติทางพุทธศาสนาที่ว่า สัตว์ต่าง ๆ มีการ เวียนว่ายตายเกิด และให้ความเข้าใจในทฤษฎี วิวัฒนาการจากการมองโลกแบบชาวพุทธว่า ที่จริงแล้วรูปแบบทั่วไปแล้วไม่ได้ต่างกันเลย เพียงแต่ว่าคติทางพุทธศาสนามองเห็นสัตว์ ทั้งหลายที่เกิดมาในลักษณะของการเสื่อม ม

หัวข้อประเด็น

- การตอบคำถามเกี่ยวกับพุทธศาสนา

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ถึงแม้จะมีเสียงที่ไม่สุภาพดังขึ้นมาเป็นระยะ ๆ ในการมองโลกได้อีกแง่หนึ่ง ซึ่งสามารถอธิบาย พวกเขาก็นั่งฟังและปฏิบัติตามด้วยความสงบ เป็นอย่างยิ่ง ทำให้การสอนการทำสมาธิ ในครั้งนี้จบลงอย่างราบรื่น จากนั้นจึงเป็นรายการถามตอบปัญหา นักเรียนที่นี่ค่อนข้างจะมีความเป็นผู้ใหญ่สูง ปัญหาที่ถามเกี่ยวกับพุทธศาสนานั้นเฉียบคม ทีเดียว คนแรกถามปัญหาว่า ในพุทธศาสนา มีคำตอบเรื่องทฤษฎีวิวัฒนาการของชาร์ลส์ ดาร์วิน อย่างไรบ้าง อาตมาก็อธิบายตามหลัก ของพุทธศาสนาไปถึงบทบาทของกรรม และ คติทางพุทธศาสนาที่ว่า สัตว์ต่าง ๆ มีการ เวียนว่ายตายเกิด และให้ความเข้าใจในทฤษฎี วิวัฒนาการจากการมองโลกแบบชาวพุทธว่า ที่จริงแล้วรูปแบบทั่วไปแล้วไม่ได้ต่างกันเลย เพียงแต่ว่าคติทางพุทธศาสนามองเห็นสัตว์ ทั้งหลายที่เกิดมาในลักษณะของการเสื่อม มากกว่าวิวัฒนาการจากสัตว์ชั้นต่ำมาสู่สัตว์ ชั้นสูง พุทธศาสนาเห็นว่ามนุษย์นั้นแหละ ที่เสื่อมทรามลงจากการทำกรรมที่ไม่ดี จนมี กำเนิดต่าง ๆ กันออกไป การอธิบายลักษณะนี้ แสดงให้เห็นว่าพุทธศาสนานั้นมีเอกลักษณ์ ภาวะของธรรมชาติได้ไม่แพ้ทฤษฎีวิวัฒนาการ เช่นเดียวกัน คำถามต่อไปเป็นคำถามเกี่ยวกับโครง สร้างของเอกภาพในทัศนะของชาวพุทธ ซึ่ง อาตมาก็ได้นำเรื่องพระโมคคัลลาน์หลงจักรวาล อันเป็นเรื่องจากคัมภีร์โบราณของชาวพุทธ ในแถบล้านนา ซึ่งอยู่ในตอนเหนือของไทย มาเล่าสู่กันฟัง ทำให้เขาเห็นถึงภาพพจน์ของ การมองโลกของชาวพุทธว่า ไม่ได้แตกต่างกับ ด้านดาราศาสตร์ในยุคปัจจุบันเท่าไรนักเลย และสุดท้ายอาตมาได้พูดถึงการฝึกสมาธิ และเหตุผลในการปฏิบัติแบบต่าง ๆ จนกระทั่ง เป็นที่พอใจของนักเรียนซึ่งส่วนใหญ่ แต่เดิม อาจเคยฟังคำอธิบายว่า พระพุทธศาสนา เป็นศาสนาที่เกิดในประเทศด้อยพัฒนา แต่ คำอธิบายที่อาตมาอธิบายให้เขาฟังจบไป แล้วนั้น ทำให้เขาได้สติขึ้นมาว่า พุทธศาสนา นั้นเป็นศาสนาที่มีเหตุมีผล มีการมองโลก ที่ทันสมัยไม่แพ้หลักวิทยาศาสตร์ในปัจจุบันเลย ความสนใจของนักเรียนนั้นทวีขึ้นเรื่อย ๆ กล่าวคือ ปัญหานั้นเพิ่มมากขึ้นในรายละเอียด เช่นกลไกในการเกิดของสัตว์ กลไกในการ ควบคุมกฎแห่งกรรม ซึ่งอาตมาก็ได้อาศัย วิธีการตอบตามหลักของวิชชาธรรมกายให้ นักศึกษาแต่ละคนได้เข้าใจ เมื่อจบการบรรยายแล้ว ซึ่งเป็นเวลาพัก ช่วงบ่ายพอดี นักเรียนกลุ่มใหญ่จากหอประชุม ก็ยังมาเดินรายล้อมอาตมาเพื่อซักถามปัญหา ในรายละเอียดต่าง ๆ บางคนถามว่าเขาจะ ปฏิบัติสมาธิต่ออย่างไร บางคนก็อยากจะให้ อาตมาสอนพุทธศาสนาที่นั่นอีก บางคนอยาก รู้ว่า พุทธศาสนานั้นสามารถจะให้คำตอบ อะไรในชีวิตของเขาได้มากกว่านี้อีกบ้าง รายการทั้งหมดนี้นับว่าประสบความสำเร็จ เกินกว่าที่อาตมาได้คาดหมายเอาไว้ จึงเป็น สิ่งที่น่าชื่นใจอย่างหนึ่งในการมาบรรยาย ในโรงเรียนนี้ทีเดียว ดูเหมือนจะเป็นเหตุบังเอิญอย่างหนึ่ง ซึ่งต่อมาอีกไม่นานหลังจากนั้น อาตมาก็ได้ รับนิมนต์เพื่อไปบรรยายเรื่องพระพุทธศาสนา ในลักษณะเดียวกันที่โรงเรียนรัฐบาลแห่งหนึ่ง ซึ่งอยู่ในเมืองเดียวกันนั้นเอง เนื่องจากว่า อาจารย์ในโรงเรียนนั้นทราบข่าวการมา Kalyanamitra.org กั ล ย า ณ มิตร ๖๙
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More