การเปรียบเทียบและการพัฒนาตนเอง วารสารกัลยาณมิตร ปี 2532 ฉบับที่ 7 หน้า 86
หน้าที่ 86 / 128

สรุปเนื้อหา

กันไม่ได้หรอก พื้นฐานมันไม่เท่ากัน บางคน มีความทะเยอทะยานสูงท่วมหัว พอตั้งใจ นั่งสมาธิปั๊บ กิเลสที่เคยสูงท่วมหัวกลับลดลง มาเหลือแค่เอวเท่านั้น ในขณะที่บางคนมี ความอยากไม่มาก กิเลสมีสูงแค่หัวเข่า ถึงจะ ทำสมาธิไม่สม่ำเสมอเขาก็ทำตัวไม่น่าเกลียด นี่ถ้าเขาทำเป็นประจำละก็ กิเลสคงเหลือแค่ ตาตุ่มเท่านั้น สรุปความได้ว่า ไม่ควรเอาตัวเราไป เปรียบเทียบกับคนอื่น ไม่ได้ประโยชน์ เทียบ กันไม่ได้เหมือนนักมวยคนละรุ่น เช่นเอาความดี ของเราไปเปรียบเทียบกับแมว เราย่อมดีกว่า มันวันยังค่ำ ภูมิใจไม่ลงหรอก มีญาติรุ่นพี่ของหลวงพ่อบางคนพูดว่า ไม่รู้จะสวดมนต์ทำวัตรไปทำไม เพราะไม่รู้ว่า แปลว่าอะไร แต่เด็กบางคนอย่าว่าแต่คำแปล เลย แค่อ่านก็ยังตะกุกตะกัก ไม่คล่อง เพราะ แกเรียนอยู่ชั้นประถม แต่ก็ยังพยายามจน สุดฝีมือที่จะสวดม

หัวข้อประเด็น

- การเปรียบเทียบและการพัฒนาตนเอง

ข้อความต้นฉบับในหน้า

กันไม่ได้หรอก พื้นฐานมันไม่เท่ากัน บางคน มีความทะเยอทะยานสูงท่วมหัว พอตั้งใจ นั่งสมาธิปั๊บ กิเลสที่เคยสูงท่วมหัวกลับลดลง มาเหลือแค่เอวเท่านั้น ในขณะที่บางคนมี ความอยากไม่มาก กิเลสมีสูงแค่หัวเข่า ถึงจะ ทำสมาธิไม่สม่ำเสมอเขาก็ทำตัวไม่น่าเกลียด นี่ถ้าเขาทำเป็นประจำละก็ กิเลสคงเหลือแค่ ตาตุ่มเท่านั้น สรุปความได้ว่า ไม่ควรเอาตัวเราไป เปรียบเทียบกับคนอื่น ไม่ได้ประโยชน์ เทียบ กันไม่ได้เหมือนนักมวยคนละรุ่น เช่นเอาความดี ของเราไปเปรียบเทียบกับแมว เราย่อมดีกว่า มันวันยังค่ำ ภูมิใจไม่ลงหรอก มีญาติรุ่นพี่ของหลวงพ่อบางคนพูดว่า ไม่รู้จะสวดมนต์ทำวัตรไปทำไม เพราะไม่รู้ว่า แปลว่าอะไร แต่เด็กบางคนอย่าว่าแต่คำแปล เลย แค่อ่านก็ยังตะกุกตะกัก ไม่คล่อง เพราะ แกเรียนอยู่ชั้นประถม แต่ก็ยังพยายามจน สุดฝีมือที่จะสวดมนต์ให้ได้ ก็นับว่าเป็นความดี ของเขา แต่ถ้าเรามีปริญญาติดตัวแล้วสวดมนต์ สู้เด็กไม่ได้จะอายเด็กนา... อย่าสมัครเป็นแต่ นักคิดอยู่เลย ลองลงมือทำดูบ้าง เค้นความ สามารถ ทำความดีให้เต็มที่ แล้วหลับตา ดูตัวเองในสมาธิ วันหนึ่งจะเห็นเองว่าบุญ ของเรานี่ไม่น้อยนะ การเปรียบเทียบที่ให้ ประโยชน์มากกว่า การเปรียบเทียบกับคนที่ด้อยกว่า เช่น เด็ก หรือการเปรียบเทียบกับคนที่เขาดีกว่าเรา แล้วหลงเข้าข้างตัวเองว่าเราเท่าเขา เป็นการ เปรียบเทียบที่เต็มไปด้วยความประมาท เป็น สิ่งที่ไม่ควรทํา การเปรียบเทียบที่ได้ประโยชน์กับตัวเอง นั้นมีอยู่ ๒ ทางคือ (๑) เปรียบเทียบตัวเองวันนี้กับเมื่อ วานนี้ กล่าวคือ ให้เปรียบเทียบความดี ของตัวเราเองเมื่อวานนี้กับวันนี้ว่า มีความดี ๘๔ ก ล ย า ณ มิตร ใครที่อยากเป็นกัลยาณมิตรให้กับ ชาวโลกต้องฝึกสมาธิให้สม่ำเสมอ ไม่เช่นนั้นแม้จะเป็นกัลยาณมิตร ให้กับตัวเองก็ยังไม่ได้ เพิ่มขึ้นมาบ้างไหม เช่น เมื่อวานรักษาศีล ๕ ได้กี่ข้อ นั่งสมาธิได้นานเท่าไร แล้ววันนี้ล่ะ เป็นอย่างไร ถ้าเมื่อวานนั่งสมาธิได้ ๒ ชั่วโมง แต่วันนี้นั่งได้แค่ ๑๕ นาที อย่างนี้ต้องรีบ แก้ไขปรับปรุงตัวเองแล้ว มาตรฐานสูงสุด ของตัวเองมีอยู่ ความหลงเข้าข้างตัวเองจะได้ ไม่มี แล้วแก้ไขได้ถูกจุดด้วย (๒) เปรียบเทียบกับพระสัมมา สัมพุทธเจ้า การเปรียบเทียบชนิดนี้เปรียบ เมื่อใดก็แพ้ตลอดกาล แต่ก็มีข้อดีที่ว่า จะทำให้ ตะเกียกตะกายรีบปฏิบัติธรรมให้มากยิ่งขึ้น แม้คุณความดีของท่านจะมีมากมายห่างจาก เราลิบลับ แต่ก็เป็นคุณความดีที่เป็นมาตรฐาน ไม่ล้าสมัย ทำตามอย่างท่านได้เพราะท่าน ก็ทำอย่างที่มนุษย์ธรรมดาควรทำได้นั่นแหละ ไม่มีอภินิหารอะไรมาช่วยให้ท่านตรัสรู้เลย ขอแต่เพียงว่าขณะที่ทำความดีตามอย่าง ท่านนั้น อย่ามองท่านอย่างผิวเผิน ศึกษาดู ด้วยว่า เมื่อชาติก่อน ๆ ท่านทำความดีอะไร ไว้จึงได้เกิดมาในชาติตระกูลที่สูงส่ง เป็นที่ ยอมรับนับถือของคนทั่วไปตั้งแต่วันเกิด ได้ รูปร่างที่เหมาะแก่การทำความดี จะนั่งสมาธิ ก็ง่าย จะเดินก็สง่า จะพูดก็น่าฟังน่าเชื่อ เวลา ประกาศพระธรรมก็ได้ผลเป็นอัศจรรย์ ทำให้ เกิดพระอรหันต์ขึ้นมากมาย ทรัพย์สมบัติพัสถานที่เกิดตามท่านมา ก็มหาศาล ไม่ต้องห่วงเรื่องทำมาหากิน เอา เวลามาปฏิบัติธรรมสร้างความดีได้เต็มที่ ในทางตรงกันข้ามให้ศึกษาดูด้วยว่า คนบางคน ทำความชั่วอะไรจึงต้องเกิดในตระกูลกระจอก งอกง่อย ไม่มีเงินจะทำบุญเหมือนคนอื่น แม้ ข้าวสารจะกรอกหม้อก็ไม่มี รูปร่างก็พิกลพิการ หัวล้าน ขาเป๋ พูดถึงเรื่องการบุญสุนทานกับ ใครก็ไม่มีใครเขาเชื่อ ต้องอยู่ในกระท่อม ๓ ฤดู คือหน้าร้อนก็ร้อนแทบตับแตก หน้าฝน หลังคาก็รั่ว เปียกปอนเป็นลูกหมาตกน้ำ หน้าหนาวลมหนาวก็พัดพรูเย็นเข้ากระดูก หมดโอกาสทำความดีตลอดชีวิต ไปอ่านดูเถอะ ในพระไตรปิฎก พระ สัมมาสัมพุทธเจ้าท่านตรัสอธิบายไว้เยอะแยะ หรือจะเอาง่าย ๆ หลวงพ่อค้นให้แล้วเขียนเป็น หนังสือไว้ก็หลายเล่มนะ เมื่อเปรียบเทียบจนเห็นความต่ำต้อย ของตัวเองเช่นนี้แล้ว จะได้เร่งทำความดี ฝึกสมาธิมาก ๆ ความอยากต่าง ๆ จะ ค่อย ๆ ละลายหายไป ทำให้เราสามารถ เป็นกัลยาณมิตรให้กับตัวเองได้ แล้ว ในที่สุดก็จะเป็นกัลยาณมิตรให้ผู้อื่นได้โดย อัตโนมัติ (อ่านต่อฉบับหน้า) Kalyanamitra.org
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More