ข้อความต้นฉบับในหน้า
เข้าใจในลัทธิตรีกายอย่างมั่นคงทีเดียว ความเชื่อเช่นนี้ ฝังลึกอยู่ในจิตใจของคนในยุคสมัย
เดิมบนแผ่นดินไทยนี้มานาน จนกระทั่งได้มีการจารึกตัวอักษรลงในศิลาจารึก เหลือไว้เป็น
หลักฐานให้คนรุ่นหลังได้มาศึกษา
แต่การศึกษาของพระสงฆ์ไทยในปัจจุบันมุ่งเรียนเฉพาะ
บาลี โดยที่ไม่มีผู้สืบเสาะค้นคว้าเพื่อเปรียบเทียบกับคัมภีร์โบราณต่าง ๆ ทั่วไป คนไทยนั้นไม่
ค่อยสนใจคัมภีร์โบราณเท่าใดนัก คัมภีร์ส่วนใหญ่จึงถูกทำลายไป บางครั้งก็ถูกนำไปเผา
ทิ้ง หรือไม่ก็ถูกภัยธรรมชาติ เช่น แมลงทำลายไปเป็นจำนวนมาก
ถ้ า เ ร า ม า พิ จ า ร ณ า
ก า ร ช า ร ะ แ ล ะ จ า ร ก
กับการพิมพ์พระไตรปิฎกในประเทศไทย ที่มีกระทำมาแต่โบราณ ก็จะพบว่า ความต่อเนื่องของ
คำสอนที่เกี่ยวกับการปฏิบัติธรรมนั้น บางส่วนไม่ต่อเนื่อง ไม่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ตามแต่ผล
ของการประพฤติปฏิบัติธรรมของพระนักปราชญ์ในยุคนั้น ๆ ก็ว่าได้ ขอเริ่มเรื่องการชำระและจารึก
พระไตรปิฎกของไทยตั้งแต่ สมัยที่ ๑ ชำระและจารลงในใบลาน กระทำที่เมืองเชียงใหม่
สมัยพระเจ้าติโลกราช ประมาณ พ.ศ. ๒๐๒๐
ความจริงสมัยนั้น เมืองเชียงใหม่เป็นอิสระ และถือได้ว่าภูมิภาคแถบนั้นเป็นประเทศลานนาไทย
แต่เมื่อรวมกันเป็นประเทศไทยในภายหลัง ก็ควรจะได้กล่าวถึงการชำระพระไตรปิฎก และการ
จารึกลงในใบลาน
พระเจ้าติโลกราชผู้นี้ มีเรื่องกล่าวถึงไว้ในหนังสือชินกาลมาลีปกรณ์สั้น ๆ ว่า สร้างพระพุทธรูป
ในจุลศักราช ๒๔๕ ในหนังสือสังคีติยวงศ์เล่าเรื่องสร้างพระพุทธรูปขนาดใหญ่ ตรงกับหนังสือ
ชินกาลมาลีปกรณ์ แต่มีเล่าเรื่องสังคายนาพระไตรปิฎกด้วย พระเจ้าติโลกราชได้อาราธนา
พระภิกษุผู้ทรงพระไตรปิฎกหลายร้อยรูป มีพระธรรมทินเถระเป็นประธาน ให้ชำระอักษร
พระไตรปิฎกในวัดโพธาราม ๑ ปี จึงสำเร็จ เมื่อทำการฉลองสมโภชแล้วก็ได้ให้สร้างมนเทียร
ในวัดโพธาราม เพื่อประดิษฐานพระไตรปิฎก
ข้อที่น่าสังเกตก็คือ ตัวอักษรที่ใช้ในการจารึกพระไตรปิฎกในครั้งนั้น คงเป็นอักษรแบบไทย
ลานนา คล้ายอักษรพม่า มีผิดเพี้ยนกันบ้างและพอเดาออกเป็นบางตัว
กัลยา ณ ม ต ร ๒๗
Kalyanamitra.org