ข้อความต้นฉบับในหน้า
ของถนนในหมู่บ้านเรียงรายไปด้วยร้าน เป็นภาระอันหนักอึ้งแก่หลวงพ่อคำเขียน
เหล้ากลางถนน ตั้งวงไฮโลหรือล้อมวง ผู้ที่ชาวบ้านนิมนต์ให้มาเป็นเจ้าอาวาส
ชนไก่อยู่ทั่วไป ยิ่งวันไหนมีงานวัดภายใน วัดในหมู่บ้าน
วัดก็กลายเป็นแหล่งการพนันสมบูรณ์แบบ
จนกระทั่งบ้านท่ามะไฟหวานได้ชื่อว่าเป็น และโรงเหล้า
ศูนย์กลางการพนันบนภูโค้งเลยทีเดียว
เมื่อเหล้าเข้าปาก การพนันเล่น
กันได้ที่ก็มีแต่คนอยากได้ แต่ไม่มีใครยอม
เสีย สัจจะไม่เกิดในวงไฮโลฉันใด การ
เข่นฆ่าก็ต้องเกิดขึ้นตามมาฉันนั้น การ
วัดที่มีแต่กลิ่นคาวเลือดเสียงปืน
เมื่อหลวงพ่อคำเขียนซึ่งขณะนั้น
อายุเกือบ ๔๐ ปี ย่างกรายผ่านลำห้วย
และต้นมะไฟหวานที่เรียงรายอยู่เข้ามา
ภายในหมู่บ้านแห่งนี้ ท่านได้ตระหนักถึง
ความเป็นบ้านป่าเมืองเถื่อนของที่นี่ว่าน่า
ทะเลาะกันของอดีตนักเลงเหล่านี้จึงมัก หนักใจเพียงใด และชาวบ้านก็ไม่เคย
เริ่มต้นด้วยเสียงปืนและจบลงด้วยเสียงปืน คิดว่าหลวงพ่อจะมาเปลี่ยนแปลงสิ่งใด
ภายในหมู่บ้านท่ามะไฟหวานได้
แค่คนเฝ้าวัดแทนเจ้าอาวาสคนเก่า คอย
ๆ
ไม่เว้นแต่ละวัน จนกลายเป็นเรื่องปกติ
ของคนที่นั่น รวมทั้งการตั้งศาลเตี้ยเพื่อ
"ตอนแรกเขาตีราคาหลวงพ่อเป็น
กำจัดคู่อริของตัวเองด้วยกระสุน เอ็ม.๑๖
ซึ่งมักเห็นเป็นประจำตามท้องไร่ท้องนา
ทำพิธีกรรมต่าง ๆ ให้ชาวบ้าน แล้วยังให้
โดยที่กฎหมายมิอาจเอื้อมมือมาถึง
เงินค่าจ้างหลวงพ่ออีก แต่หลวงพ่อก็คิด
"สมัยก่อนที่นี่มันคงเจ้าพ่อกันทั้ง
ว่าถ้าอะไรไม่ถูกไม่ควร เป็นหน้าที่ของสงฆ์
๔๖ กัลยาณมิตร
นั้น เจ้าพ่อกับเจ้าพ่อโคจรมาเจอกันมันก็ ที่จะต้องช่วยแก้ไข ปีแรก ๆ ยังทำอะไร
ต้องแหลกกันไปข้าง ไม่พอใจใครก็ว่า ไม่ได้ ใจมันท้อไปทุกอย่าง แต่ก็ต้องทำ
ระเบิดเข้าบ้านพังกันเป็นแถบ ๆ บางที
พวกนี้มันนึกอยากกินไก่ กินวัวควายตัว
ไหน มันก็ยิ่งเปรี้ยงต่อหน้าพวกผมแล้ว
ค่อยพูดว่า ขอตัวนึงนะ...เอากับมันสี
ผมจะไปกล้าพูดอะไร เดี๋ยวมันก็ส่องเอา
เท่านั้น
"วันพระวันเจ้า พวกก็เอาปืนยิง
ขึ้นฟ้าสนุกสนาน บางทีก็ฆ่าควายกัน
กลางถนน กินเหล้าในวัดเป็นที่ครื้นเครง”
ลุงไสว มีที่โต คนเก่าคนแก่ของบ้าน
หลวงพ่อค่าเขียนเล่าให้ฟังพร้อม
กับกล่าวต่อว่า เมื่อแรกเริ่มเข้ามาท่านได้
ออกกฎหมายในวัด โดยเริ่มจากล้อมรั้ว
กำหนดอาณาเขตของวัดให้ชัดเจน ห้าม
วัวควายเข้ามาเหยียบย่ำต้นไม้ที่ช่วยกัน
ปลูกใหม่ภายในวัด ตลอดจนห้ามกินเหล้า
และเล่นการพนันภายในเขตวัดด้วย
แต่งานที่สำคัญที่สุดคือ การทำ
ให้ชาวบ้านเลิกอบายมุขให้ได้ เพราะเป็น
ต้นเหตุที่ก่อให้เกิดความร้าวฉานภายใน
ท่ามะไฟหวานเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อ ครอบครัว หลวงพ่อเริ่มงานด้วยการ
คำว่า "บ้านป่าเมืองเถื่อน” ดูจะ เช้า ชี้ให้ชาวบ้านเห็นถึงความวิบัติของ
เป็นการจำกัดความหมู่บ้านท่ามะไฟหวาน
สิบกว่าปีก่อนให้เราฟัง
เทศนาธรรมผ่านเครื่องกระจายเสียงทุก
ที่เบาเกินไปหากเทียบกับคำว่า "คงเลือด
อบายมุข พอตกเย็นท่านจะเดินไปตาม
ท้องถนน บ้านไหนมีวงเหล้า วงการพนัน
หมู่บ้านแห่งนี้
ที่ชาวบ้านพร้อมใจกันให้สมญานามแก่ ท่านก็เดินเฉียดเข้าไปใกล้อย่างน้อยเพื่อ
ความเหลวแหลกและไร้ศีลธรรม
ของคนในหมู่บ้าน "ดงเลือด ดูเหมือนจะ
ให้คนเหล่านั้นได้รู้สึกละอายใจ เกรงใจไม่
กล้ากระทำผิดต่อหน้าพระ จนกระทั่ง ๒-
๓ ปีผ่านไป วงพนัน วงเหล้าที่มีอยู่ดาษดื่น
Kalyanamitra.org