การสาปของสุเทษณะเทพบุตร วารสารกัลยาณมิตร ปี 2533 ฉบับที่ 2 หน้า 76
หน้าที่ 76 / 124

สรุปเนื้อหา

เป็นได้ตามใจชอบ นางขอเป็นดอกไม้ที่มีสีสวยและมีกลิ่นหอม สุเทษณะเทพบุตรจึงสาปให้นางเป็นดอกไม้ชนิดหนึ่ง ซึ่งมีแต่ใน แดนสวรรค์ คือ "ไม้เรียกผะกากพ- ชะกะสีอรุณแสง บ้านแก้มแฉล้มแดง ดอกใหญ่และเกสร อยู่ทน บ่ วางวาย ดรุณี ณ ยามอาย สุวคนธะมากมาย มธุรสขจรไกล และ "โอ้ว่าอนาถใจ ละไฉนเป็นฉะนี้ แต่ไรก็ไม่มี มะนะนักระเหระหน ไม่เคยจะเชื่อว่า มาสู่ ณ ใจตน ระตินั้นจะสัประคน และจะต้องระทมระทวย อีกทั้งสะพรั่งห งหนาม ดุจะเข็มประดับไว้ ในตำสาปนั้น ให้ต้นกุพระกะกลายร่างเป็นหญิงสาว ในทุก ๆ วันเพ็ญเป็นเวลา 9 วัน 9 คืน เมื่อนางมีความรักใน บุรุษเกิดขึ้นเมื่อใด นางก็จะกลายเป็นคนได้ตลอด โดยไม่ต้อง กลับเป็นต้นกุพชะกะอีก แต่เมื่อนางมีความรักแล้ว นางจะต้อง เป็นทุกข์เพราะความรัก จนไม่อาจจะทนมีชีวิตอยู่ได้ เว้นแต่นาง จะอ้อนวอ

หัวข้อประเด็น

- การสาปของสุเทษณะเทพบุตร

ข้อความต้นฉบับในหน้า

เป็นได้ตามใจชอบ นางขอเป็นดอกไม้ที่มีสีสวยและมีกลิ่นหอม สุเทษณะเทพบุตรจึงสาปให้นางเป็นดอกไม้ชนิดหนึ่ง ซึ่งมีแต่ใน แดนสวรรค์ คือ "ไม้เรียกผะกากพ- ชะกะสีอรุณแสง บ้านแก้มแฉล้มแดง ดอกใหญ่และเกสร อยู่ทน บ่ วางวาย ดรุณี ณ ยามอาย สุวคนธะมากมาย มธุรสขจรไกล และ "โอ้ว่าอนาถใจ ละไฉนเป็นฉะนี้ แต่ไรก็ไม่มี มะนะนักระเหระหน ไม่เคยจะเชื่อว่า มาสู่ ณ ใจตน ระตินั้นจะสัประคน และจะต้องระทมระทวย อีกทั้งสะพรั่งห งหนาม ดุจะเข็มประดับไว้ ในตำสาปนั้น ให้ต้นกุพระกะกลายร่างเป็นหญิงสาว ในทุก ๆ วันเพ็ญเป็นเวลา 9 วัน 9 คืน เมื่อนางมีความรักใน บุรุษเกิดขึ้นเมื่อใด นางก็จะกลายเป็นคนได้ตลอด โดยไม่ต้อง กลับเป็นต้นกุพชะกะอีก แต่เมื่อนางมีความรักแล้ว นางจะต้อง เป็นทุกข์เพราะความรัก จนไม่อาจจะทนมีชีวิตอยู่ได้ เว้นแต่นาง จะอ้อนวอนขอโทษต่อสุเทษณะเทพบุตร จึงจะได้รับการยกโทษ ให้ และได้กลับคืนสู่สวรรค์ "คราใดประสบเนตร์ ก็เราละร้อนและหนาว เธอไกลก็ดูราว โอ้ว่า ณ คร ครานี้ ด้วยรักกระทำเขื่อน นภะไร้ตะวันและเดือน แหละฤดูจะฟันจะเพื่อน ละฉะนี้จะทำไฉน?" เมื่อต่างคนต่างรู้ว่า ต่างมีใจตรงกัน ธรรมชาติอัน บริสุทธิ์สวยงามช่างเป็นฉากที่สดใสในบรรยากาศเช่นนั้น ท้าว ชัยเสนได้กล่าวชมความงามของธรรมชาติยามนั้นเปรียบเทียบ ด้วยเหตุนี้เองกุพชะกะหรือกุหลาบก็มาเกิดในป่าหิมพานต์ กับความรักว่า ฤาษีกาละทรรศินได้กลิ่นหอมก็ติดตามหาจนพบ จึงนำมาปลูก ไว้ข้าง ๆ อาศรม ให้การดูแลเอาใจใส่อย่างทะนุถนอมราวกับเป็น ธิดาผู้เลอโฉม และทุกวันเพ็ญเมื่อนางกลายร่างมาเป็นหญิงสาว นางก็ปรนนิบัติพระฤาษีราวกับท่านเป็นบิดา ชั้นหนึ่ง และแล้ว คำสาปของสุเทษณะเทพบุตรก็ดำเนินมาอีก เมื่อท้าวชัยเสนกษัตริย์แห่งนครหัสตินาเสด็จประพาสป่า พระองค์ได้ทรงแวะเข้ามานมัสการพระฤาษีกาละทรรศิน และ ได้พบมัทนาในร่างของหญิงสาว เอาเกิดอานุภาพของความรัก แม้ท้าวชัยเสนจะมีพระ มเหสีอยู่แล้ว แต่เมื่อพบมัทนา พระองค์ก็ทรงว้าวุ่นพระทัย จน ไม่อาจระงับไว้ได้ ถึงกับทรงรำพึงว่า "อ้าอะรุณแอร่มระรื่นรูจี ประดุจมะโนภิรมระติ ณ แรกรัก แสงอะรุณวิโรจน์นะภาประจักษ์ แฉล้มเฉลาและโศภนัก นะฉันใด หญิงและชายณะยามระอุทัย สว่าง ณ กลางกะมลละไม ก็ฉันนั้น แสงอุษาสะกาวพะพราว ณ สรรค์ ก็เหมือนระวิสุทธิอัน สว่างจิต! สวนมัทนาก็กล่าวว่า สูรยะส่องสว่าง ณ กลางนะภา ฤดูรัก บ หักหาย ละก็ยิ่งจะร้อนคล้าย "โอ้โอ๋กระไรเลย บ มิเคย ณ ก่อนกาล พอเห็นก็ซาบซ่าน ยิ่งยลวนิดา เพลิงรุมประชุมกาย ณ อุรา บ ลาลด... เช่นเดียวกับมัทนา เธอรำพึงกับแสงจันทร์ในยามราตรี นั้นว่า ๗๔ ก ล ย า ณ มิตร ก็พลอยสว่าง ณ ภูมิหล้า แหละฉันใด อันพระโปรดก็จิตตะข้าก็ได้ สว่างกระจ่างและสดและใส ณ บัดนี้ แม้จะรักอย่างไร มัทนาสาวน้อยก็ขอคำมั่นสัญญาจาก ท้าวชัยเสน ซึ่งคำสัญญานั้นก็คือ "สัจจะ" ที่นางขอให้พระองค์ มอบให้ นางได้กล่าวด้วยไหวพริบและความชาญฉลาดด้วยคำว่า
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More