ข้อความต้นฉบับในหน้า
เป็นได้ตามใจชอบ นางขอเป็นดอกไม้ที่มีสีสวยและมีกลิ่นหอม
สุเทษณะเทพบุตรจึงสาปให้นางเป็นดอกไม้ชนิดหนึ่ง ซึ่งมีแต่ใน
แดนสวรรค์ คือ
"ไม้เรียกผะกากพ- ชะกะสีอรุณแสง
บ้านแก้มแฉล้มแดง
ดอกใหญ่และเกสร
อยู่ทน บ่ วางวาย
ดรุณี ณ ยามอาย
สุวคนธะมากมาย
มธุรสขจรไกล
และ
"โอ้ว่าอนาถใจ
ละไฉนเป็นฉะนี้
แต่ไรก็ไม่มี
มะนะนักระเหระหน
ไม่เคยจะเชื่อว่า
มาสู่ ณ ใจตน
ระตินั้นจะสัประคน
และจะต้องระทมระทวย
อีกทั้งสะพรั่งห
งหนาม
ดุจะเข็มประดับไว้
ในตำสาปนั้น ให้ต้นกุพระกะกลายร่างเป็นหญิงสาว
ในทุก ๆ วันเพ็ญเป็นเวลา 9 วัน 9 คืน เมื่อนางมีความรักใน
บุรุษเกิดขึ้นเมื่อใด นางก็จะกลายเป็นคนได้ตลอด โดยไม่ต้อง
กลับเป็นต้นกุพชะกะอีก แต่เมื่อนางมีความรักแล้ว นางจะต้อง
เป็นทุกข์เพราะความรัก จนไม่อาจจะทนมีชีวิตอยู่ได้ เว้นแต่นาง
จะอ้อนวอนขอโทษต่อสุเทษณะเทพบุตร จึงจะได้รับการยกโทษ
ให้ และได้กลับคืนสู่สวรรค์
"คราใดประสบเนตร์ ก็เราละร้อนและหนาว
เธอไกลก็ดูราว
โอ้ว่า ณ คร
ครานี้
ด้วยรักกระทำเขื่อน
นภะไร้ตะวันและเดือน
แหละฤดูจะฟันจะเพื่อน
ละฉะนี้จะทำไฉน?"
เมื่อต่างคนต่างรู้ว่า ต่างมีใจตรงกัน ธรรมชาติอัน
บริสุทธิ์สวยงามช่างเป็นฉากที่สดใสในบรรยากาศเช่นนั้น ท้าว
ชัยเสนได้กล่าวชมความงามของธรรมชาติยามนั้นเปรียบเทียบ
ด้วยเหตุนี้เองกุพชะกะหรือกุหลาบก็มาเกิดในป่าหิมพานต์ กับความรักว่า
ฤาษีกาละทรรศินได้กลิ่นหอมก็ติดตามหาจนพบ จึงนำมาปลูก
ไว้ข้าง ๆ อาศรม ให้การดูแลเอาใจใส่อย่างทะนุถนอมราวกับเป็น
ธิดาผู้เลอโฉม และทุกวันเพ็ญเมื่อนางกลายร่างมาเป็นหญิงสาว
นางก็ปรนนิบัติพระฤาษีราวกับท่านเป็นบิดา
ชั้นหนึ่ง
และแล้ว คำสาปของสุเทษณะเทพบุตรก็ดำเนินมาอีก
เมื่อท้าวชัยเสนกษัตริย์แห่งนครหัสตินาเสด็จประพาสป่า
พระองค์ได้ทรงแวะเข้ามานมัสการพระฤาษีกาละทรรศิน และ
ได้พบมัทนาในร่างของหญิงสาว
เอาเกิดอานุภาพของความรัก แม้ท้าวชัยเสนจะมีพระ
มเหสีอยู่แล้ว แต่เมื่อพบมัทนา พระองค์ก็ทรงว้าวุ่นพระทัย จน
ไม่อาจระงับไว้ได้ ถึงกับทรงรำพึงว่า
"อ้าอะรุณแอร่มระรื่นรูจี
ประดุจมะโนภิรมระติ ณ แรกรัก
แสงอะรุณวิโรจน์นะภาประจักษ์
แฉล้มเฉลาและโศภนัก นะฉันใด
หญิงและชายณะยามระอุทัย
สว่าง ณ กลางกะมลละไม ก็ฉันนั้น
แสงอุษาสะกาวพะพราว ณ สรรค์
ก็เหมือนระวิสุทธิอัน สว่างจิต!
สวนมัทนาก็กล่าวว่า
สูรยะส่องสว่าง ณ กลางนะภา
ฤดูรัก บ หักหาย
ละก็ยิ่งจะร้อนคล้าย
"โอ้โอ๋กระไรเลย
บ มิเคย ณ ก่อนกาล
พอเห็นก็ซาบซ่าน
ยิ่งยลวนิดา
เพลิงรุมประชุมกาย
ณ อุรา บ ลาลด...
เช่นเดียวกับมัทนา เธอรำพึงกับแสงจันทร์ในยามราตรี
นั้นว่า
๗๔ ก ล ย า ณ มิตร
ก็พลอยสว่าง ณ ภูมิหล้า แหละฉันใด
อันพระโปรดก็จิตตะข้าก็ได้
สว่างกระจ่างและสดและใส ณ บัดนี้
แม้จะรักอย่างไร มัทนาสาวน้อยก็ขอคำมั่นสัญญาจาก
ท้าวชัยเสน ซึ่งคำสัญญานั้นก็คือ "สัจจะ" ที่นางขอให้พระองค์
มอบให้ นางได้กล่าวด้วยไหวพริบและความชาญฉลาดด้วยคำว่า