ข้อความต้นฉบับในหน้า
เหตุการณ์ก็เป็นเช่นเดียวกัน จนกระทั่ง
เหลือพระอานนท์เพียงรูปเดียว ท่านนั่ง
เฉยอยู่ ไม่ได้อาสาแต่ประการใด เหตุที่
ท่านไม่ขันอาสาเพราะมีเหตุผลอยู่ในใจของ
ท่าน ๓ ประการคือ
ประการแรก ท่านคิดว่าท่านเอง
ก็ยังไม่ได้เป็นพระอรหันต์ ยังไม่หมดกิเลส
เลย เป็นแต่พระโสดาบัน
คอยรับใช้ประจำ และเป็นเลขานุการส่วน พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงมี ห้ามเอาไว้อีกด้วยเหตุผลเดียวกันนั้น
พระองค์ด้วย ถ้าเป็นในวงการทหารก็บอก บารมีมากขนาดนี้ กว่าจะได้อุปัฏฐาก พระอรหันต์ผู้ใหญ่ทั้งหลายพากันอาสา
ว่าเป็นตำแหน่ง ท.ส. ทหารคนสนิท) หรือเลขาฯ ส่วนพระองค์ที่รู้ใจมารับใช้
นั่นเอง เมื่อพระอานนท์ได้เป็นอุปัฏฐาก ยังยาก เพราะฉะนั้น ให้ตั้งใจศึกษาและ
ประจำก็ปฏิบัติภารกิจที่ทรงมอบหมายได้ ปรับปรุงตัวให้ดี เพื่อจะได้ไปเป็นเลขาฯ
อย่างยอดเยี่ยม จนพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าพระองค์หน้า บุญไม่เบานะ
ทรงสรรเสริญว่า จะหาพุทธอุปัฏฐากที่ ได้บุญมากทีเดียว
มีความสามารถเกินกว่าพระอานนท์นั้น ยังมีแง่คิดเกี่ยวกับการเลือกอุปัฏ
ไม่ได้แล้ว งานประกาศพระศาสนาของ ฐากของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งน่าสนใจ
พระองค์จึงรุดหน้ารวดเร็วยิ่งขึ้น สำหรับผู้ที่เป็นนายที่ต้องการผู้รับใช้ใกล้ชิด
พระสัมมาสัมพุทธเจ้ากว่าจะได้ รู้ใจสักคน จะได้ศึกษาไว้เป็นตัวอย่าง
พระอานนท์มาเป็นเลขาฯ หรือเป็น ตอนที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเอ่ยต้องการ
อุปัฏฐากส่วนพระองค์ ก็ทรงเจอเลขาฯ อุปัฏฐาก คราวนั้นก็มีพระเถระผู้ใหญ่หลาย
ประเภทไม่เป็นโล้เป็นพาย ทำให้พระองค์
ต้องลำบากลำบนเสียหลายครั้ง เช่นคราว
หนึ่งพระภิกษุรูปหนึ่ง ขณะร่วมทางไป
กับพระองค์ดี ๆ พอไปได้ครึ่งทางกลับขอ
แยกไปทางอื่นเสียนี่ ปล่อยให้ทรงถือบาตร
ไปเอง พระองค์ทรงห้ามถึง ๓ ครั้ง
ก็ไม่เชื่อ ขึ้นแยกทางไปจนได้ แล้วก็ไป
ท่านอาสา องค์แรกคือพระสารีบุตร แต่
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าไม่ทรงรับ ตรัสว่า
"อย่าเลย สารีบุตร เธอมีความ
รู้ความสามารถมาก เธอไปทางทิศไหน
ประชาชนก็จะดีอกดีใจเหมือนอย่างได้
เห็นเราไปเอง เพราะฉะนั้น ถ้าเธอไปกับ
เราเสียแล้ว ประชาชนที่เขารอเธอหรือ
ประการที่สอง ท่านมีอาวุโสน้อย
ขนาดพระผู้ใหญ่ทั้งหลาย พระสัมมาสัม
พุทธเจ้ายังไม่ทรงรับไว้เป็นอุปัฏฐาก ถึง
อาสาไปพระองค์อาจไม่ทรงรับก็ได้
ประการที่สาม ถ้าพระพุทธองค์
ทรงต้องการจะให้ท่านเป็นอุปัฏฐากก็
คงจะมีรับสั่งเอง
แต่ในที่สุดพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ก็ทรงเจาะจงชี้มาที่พระอานนท์ ทรงบอก
เสียประโยชน์ของงานพระศาสนา
โดนโจรทุบหัวเอาวิ่งเลือดโชกมาทีเดียว รอเราทางทิศอื่น ๆ ก็จะตั้งตาคอย ทำให้
ร้องว่า “พระพุทธเจ้าข้า รอด้วย ๆ
โจรมันทุบหัว" ข้าพระองค์ เจ็บเหลือเกิน
จากการตัดสินพระทัยของพระ
ให้มาเป็นอุปัฏฐาก แสดงว่าการจะเลือก
เอาผู้ใดมาเป็นอุปัฏฐากหรือเป็นเลขานุการ
ส่วนตัวนี้ ไม่จำเป็นต้องเป็นบุคคลที
สัมมาสัมพุทธเจ้าว่า ทั้ง ๆ ที่พระสาวก
ทรงคุณธรรมอันเลิศไปเสียทั้งหมด แต่
ขอเพียงเป็นผู้ที่รู้ใจนายดี และที่สำคัญคือ
พระพุทธองค์ตรัสว่า "เราบอก องค์ทำให้เราได้เห็นน้ำพระทัยของพระ
แล้วไงว่าอย่าไป
พระภิกษุนั้นกลับตอบว่า "แล้ว มือดีที่สุด ทรงปัญญาเป็นเลิศอาสาขอเป็น
ทำไมพระองค์ไม่บอกข้าพระพุทธเจ้าก่อน
ว่าไปแล้วจะโดนตีหัวแบบนี้
ตรัสตอบว่า "ก็ถ้าบอกเธออย่าง
เลขาฯ ส่วนพระองค์ แต่พระองค์กลับ
ไม่ยอมรับด้วยเกรงว่าประชาชนทั้งหลาย
จะเสียประโยชน์ไป ส่วนพระองค์เองจะ
นั้น เธอก็จะคิดว่าเราหลอกลวง ขู่เธอ เหนื่อยยากอย่างไรก็ไม่เป็นไร ครั้นเมื่อ
เพื่อว่าเธอจะได้ไปกับเรา เราออกปากห้าม ไม่รับพระสารีบุตรแล้ว พระโมคคัลลานะ
เธอหลายครั้งก็ยังไม่เชื่อ จึงต้องปล่อยให้ ซึ่งเป็นพระอัครสาวกเบื้องซ้ายจึงอาสา
เป็นอย่างนี้
ขอเป็นอุปัฏฐากเอง แต่พระองค์ก็ทรง
เลขาฯหรือคนรับใช้ใกล้ชิดนั้นจะต้องไม่
มีข้อบกพร่องและสามารถป้องกันไม่ให้
เกิดข้อครหาต่าง ๆ แก่เจ้านายได้ อย่าง
เช่นพระอานนท์นั้น ขนาดพระพุทธองค์
ชี้ตัวเรียกให้มาเป็นอุปัฏฐาก ท่านยังไม่รับ
ทันที ขอตั้งเงื่อนไขก่อน ไม่ใช่ท่ามากนะ
แต่เงื่อนไขที่ขอไว้นั้น ก็เพื่อป้องกันคำครหา
Kalyanamitra.org
กัลยาณมิตร ๙๗