ข้อความต้นฉบับในหน้า
หลวงพ่อ
ตอบปัญหา
โดย
หลวงพ่อทัตตชีโว
คนเบือนมาป
ถ้าอยากจะล้างบาป
ถาม บาปที่เราทำแล้วนี่จะล้าง
ได้ไหมครับ
สมมติเรามีน้ำอยู่แก้วหนึ่ง น้ำ
ใส ๆ แล้วเอาเกลือใส่ลงไปซักซ้อนโด ๆ คนให้
ละลายเชียว ถามว่าน้ำนั้นเค็มไหม เค็ม
แล้วถ้าเอาน้ำแก้วนี้ไปใส่ในถัง เอาน้ำเติม
ให้เต็มถัง เค็มไหม มันก็ยังเค็ม แต่เค็มน้อย
หน่อย เกลือเท่าเดิมหรือลดลง เกลือเท่าเดิม
ไม่ได้ลดลง แต่ว่าน้ำมากขึ้น เลยเค็มน้อย
ลง เอาน้ำในถังไปใส่ในโอ่ง เอาน้ำเติมให้
เต็มโอ่ง คราวนี้จืดสนิทเลย ถามว่าเกลือ
ยังมีอยู่ไหม มีอยู่ ลดลงหรือเท่าเดิม เท่าเดิม
แล้วทำไมมันจืดสนิท ก็เพราะว่าน้ำมันมาก
อุปมาเหมือน
บาปที่มนุษย์ทำ
อย่างกับเกลือ ความดีที่มนุษย์ทำ อุปมา
เหมือนน้ำ ครั้งใดที่เราทำบุญให้ทานก็
ตามที ครั้งนั้นเหมือนเราเติมน้ำ แต่ว่าถ้า
ให้ทานแล้วไม่รักษาศีล คือตักบาตรหยก ๆ
แต่เดี๋ยวไปตกปลาซะอีกแล้ว ไปยิงนกซะ
อีกแล้ว ไปขโมยเขาซะอีกแล้ว ท่านก็ทำ
แต่ศีลไม่ถือ ก็เหมือนกับมือซ้ายเติมน้ำ มือ
ขวาเติมเกลือ เลยไม่ต้องจืดกันซักที แต่ว่า
๖๘ ก ล ย า ณ มิตร
ทําทานด้วย รักษาศีลด้วย มือซ้ายนะเดิม
น้ำ มือขวานะกันไม่ให้เกลือเข้า มันเป็น
อย่างนี้
สำหรับผู้ที่บวชเป็นพระเป็นเณร
นี่ บวชทำไม บวชเพื่อไม่ให้เกลือเข้า คือ
ไม่ให้บาปมันเข้า จะได้มีโอกาสเติมน้ำ คือ
รักษาศีล กันไม่ให้เกลือใหม่เกิดขึ้น แต่ถ้า
ไม่พอ ถ้าทำภาวนาด้วย ใจจะได้ใส แม้
แต่คิดถึงเรื่องชั่วก็ไม่คิด นี่เองเป็นวิธีการ
อย่างนี้ถือว่าล้างบาปไหม
ของชาวพุทธ
ไม่ใช่ล้างบาป เพราะบาปล้างไม่ได้ แต่ว่า
ถ้าทำความดีมากเข้า บาปมันเจือจางไปได้
ที่มาบวชพระนี่ ไม่ใช่มาบวชล้างบาป
แต่บาปมันจืดไปเอง เพราะความดีมันท่วม
นรก-สวรรค์
สวรรค์ในอก นรกในใจ...
เชละหรือ
ถาม บาป บุญ นรก สวรรค์
คืออะไร อยู่ที่ไหนครับ ขอความกรุณา
อธิบายให้แจ้งด้วยครับ
นรก สวรรค์ มีสาเหตุอยู่นิดเดียว คือเรา
ยังไม่เคยเห็นใจตัวเองชัด ๆ เลย และเรา
มีสิทธิ์จะเห็นใจของเราไหม มีสิทธิ์จะเห็น
แต่ว่าอยู่ดี ๆ นั้นไม่เห็นหรอก ต้องฝึกภาวนา
ไปจนกระทั่งใจใส พอใจใสแล้วจึงจะเห็นใจ
ตัวเอง เวลาเราทำอะไรที่ไม่ดี ทำอะไรที่
ไม่งาม ก่อนจะทำนั้นมันต้องคิดทั้งนั้นแหละ
ก่อนจะพูดก็ต้องคิด ก่อนจะทำก็ต้องคิด พูด
ไปแล้วมันก็คิด ทำไปแล้วมันก็คิด แต่
เนื่องจากว่าเราทำไม่ดี ที่ทำไม่ดีก็เพราะ
คิดไม่ดีก่อน ตอนที่เราคิดไม่ดีนั้นเอง ใจของ
เราที่ใสอยู่พอสมควร อุปมาเหมือนดวงแก้ว
ที่หลวงพ่อถืออยู่นี่ แต่พอเราคิดไม่ดี พูดไม่ดี
ทำไม่ดี ใจขุ่นคลักขึ้นมาเลย เหมือนเอา
น้ำหมึกใส่ลงไป ขุ่นคลักเลย ยิ่งคิดไม่ดี
พูดไม่ดี ทำไม่ดีหนักขึ้นไปอีก ความคิดดี ๆ
คำพูดดี ๆ มันก็หายไปไหนไม่รู้ อย่างนี้
เรียกว่าบาปเกิดขึ้นแล้ว
อย่าว่าแต่ลงมือฆ่าสัตว์เลย เพียง
คิดว่าจะฆ่าสัตว์เท่านั้น ใจใส ๆ ก็เริ่มขุ่น
ซะแล้ว คิดว่าจะลักทรัพย์ ยังไม่ทันได้ลง
มือทำใจอุ่นซะแล้ว พอลงมือลักยิ่งขึ้นหนัก
เข้าไปอีก บาปนั้นเกิดในใจ แล้วก็อยู่ในใจ
และเมื่อเกิดมากเข้า ใจขุ่นมากเข้าส่งออก
มาถึงร่างกาย ร่างกายก็เลยเศร้าหมองไป
ด้วย หน้าไม่มีใสกับเขาเลย นี่เป็นด้วยอำนาจ
ใจของคนที่เราสงสัย บาป บุญ บาปที่อยู่ในตัว
Kalyanamitra.org