ข้อความต้นฉบับในหน้า
ส่วนบุญนั้น พอคิดดี ๆ พูดดี ๆ
ทำดี ๆ ใจก็ใส คิดดีครั้งหนึ่ง ความใส
ความสว่างก็เกิดขึ้นมาวูบหนึ่งในใจ คิดดี
พูดดี ทำดี กี่ครั้งก็สว่างวูบขึ้นในใจ สว่าง
มากเข้า ใจก็ใสขึ้นมา ใสด้วยอำนาจ
ของความดีที่ทำ คือมีผลเป็นบุญ บาปก็
สะสมได้ บุญก็สะสมได้ แต่บาปยิ่งสะสม
ใจยิ่งกว่านิล บุญยิ่งสะสมใจยิ่งใสกว่า
เพชร คราวนี้ ถ้าบาปสะสมมากเข้า
ๆ
พุทธศาสนา กับ ไสยศาสตร์ แต่ทำให้ตัวเองเหนียวเลย หมาที่บ้าน
"วิชาพระ ชนะ วิชามาร
ถาม ไสยศาสตร์เวลาเขาเข้าทรง
กัน เขานั่งบนเหล็กแหลม ๆ ทำไมเหล็ก
|
จึงไม่เสียบเขา ทั้ง ๆ ที่เหล็กนั้นทั้งแหลม
ทั้งคมครับ
ในเรื่องพวกนี้ หลวงพ่อขอเล่า
เดือดเนื้อร้อนใจ เพราะคิดแต่ชั่ว ๆ พูดชั่ว ๆ ประสบการณ์ในชีวิตของหลวงพ่อเองให้ฟัง
ทำชั่ว ๆ เดือดเนื้อร้อนใจตลอดกันไป ถ้า
บุญสะสมมากเข้าใจยิ่งผ่องใส ความสุข
ตามมาเป็นเงาตามตัว
เพราะฉะนั้น จากพุทธพจน์ที่ว่า
ทุกอย่างสำคัญด้วยใจนั่นนะ ถ้าใครทำดี
ถ้าใครคิดดี ความดีก็ตามสนองเหมือน
อย่างกับร่มเงาของตัวเอง ถ้าคิดชั่วมันก็
พูดชั่ว ทำชั่ว ผลของความชั่วนั้นก็ตาม
ขยี้ตัวเรา เหมือนกับวงล้อเกวียนที่ตาม
ขยี้รอยเท้าโคที่ลากเกวียนไป ทำนองนั้น
สำหรับสวรรค์เป็นอย่างไร พอใจ
เราใสด้วยอำนาจบุญ ก็ก่อให้เกิดกายที่
เป็นบุญ อย่างเช่น กายทิพย์ กายพรหม
เป็นต้น คราวนี้พอเราตาย กายทิพย์
กายพรหมนั้นก็ไปเกิดในสวรรค์ ไปเกิด
ในพรหมโลก ตามแต่กำลังบุญ
ส่วนสวรรค์อยู่ตรงไหน ถ้าจะให้
ชี้กันตรงนี้ ชี้ไม่ได้หรอก แต่ว่ามันมีแน่
เหมือนอย่างเราถามว่า ประเทศญี่ปุ่นมีไหม
มี แต่ชี้ได้ไหมอยู่ตรงไหน ถ้าชี้ข้างบนติด
หลังคา ชี้ข้างหน้าติดต้นไม้ ชี้ข้างล่างติด
ดิน ชี้ไม่โดนประเทศญี่ปุ่น แต่ว่าประเทศ
ญี่ปุ่นนั้นมีจริง
นรก และสวรรค์ก็เช่นเดียวกัน
ทำนองเดียวกัน นรกเป็นที่อยู่ของพวกที่
ทำบาปเอาไว้ สวรรค์เป็นที่อยู่ของพวกที่
สร้างความดี หรือสร้างบุญเอาไว้
0 0
หลวงพ่อฝึกสมาธิเมื่ออายุ ๑๕-๑๖ ปี เนื่อง
จากแยกไม่ออกว่า พุทธกับไสยศาสตร์
ต่างกันอย่างไร ในที่สุดก็ไปเรียนไสย
ศาสตร์เข้าพักหนึ่ง ตั้งแต่ม.๕ ม.๖ มา
หลวงพ่อน่ะแหละ
เสกปูนคาดคอแล้ว
ลองฟันดูก็ไม่เข้าเหมือนกัน เหนียวทั้งหมา
เหนียวทั้งคนว่าอย่างงั้น
มีคราวหนึ่งพรรคพวกของหลวงพ่อ
น่ะแหละไปกัน ถือดีว่าหนังเหนียวอาละวาด
มาเยอะเหมือนกันสมัยโน้น วันนั้นถึงคราว
จะหมดบาปหมดเวร หมู่คณะของหลวงพ่อ
ไปเที่ยวกันก็เกิดเหตุขึ้นคือ เขากักด่าน
ฉีดอหิวาต์ เขาก็เอาเข็มฉีดยาฉีด เข็มแรก
ปักลงไปหักเรางี้... ยึดเลย... รู้สึกว่าข้าแน่
ยึดเลย ฉีดเข็มที่ ๒ หักอีก เข็มที่ ๓ หักอีก
ดังเลย คนที่เขานั่งรถบัสอยู่เป็นแถว เขาก็
จนกระทั่งอยู่ในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ยื่นหน้าดู โอ้โฮ มีพระอะไรดี หรือมีตะกรุด
ก่อนที่จะมาทำภาวนาในพระพุทธศาสนา ดีเหรอ ตอนนั้นหลวงพ่อก็ตอบว่า ของดี
อย่างจริงจัง หลวงพ่อได้เล่นไสยศาสตร์ มันต้องอยู่ในตัว พระดีอะไรดีก็สู้ของดีที่
มามาก สมัยนั้นหนังเหนียวด้วย พูดแล้ว อยู่ในตัวไม่ได้ ยึดอยู่ได้พักเดียวไม่รู้พยาบาล
จะว่าคุย สมัยนั้นหนังเหนียวทดลองกันแล้ว เขาคิดอย่างไร เขาเอาเข็มฉีดยาไปลนไฟ
อีโต้ก็ไม่เข้า มีดโกนก็ไม่เข้า ขวานก็ไม่เข้า
แต่ถ้าถามว่าเจ็บไหม เจ็บ มันไม่เข้าหรอก
แต่เนื้อข้างในมันช้ำ จึงเจ็บ ดาบปลายปืน
ก็เคยเอามาแทงกัน ก็ไม่เข้า แต่เจ็บ แต่ปืน
ยังไม่กล้าลอง
(
ไสยศาสตร์ที่เรียนมาสมัยโน้น
ลนแล้วไม่ปล่อยให้มันเย็นเสียก่อนยังร้อน ๆ
นั่นแหละ กดเข้าไปมิดเลย ทีนี้แยกเขี้ยว
เลยได้คิดว่าอะไรก็ทนไฟไม่ได้
จำไว้อย่างหนึ่งเลยว่า เหนียวเท่า
เหนียว จับใส่เตาเผาผีละก็ เผาหมดทั้งนั้น
ต่อจากนั้นก็ยังไปหาอย่างอื่นมา
เขาใช้ปูนแดงคาดคอ ถ้าไม่เอาปูนคาดคอ ใหม่ ไปเรียนปรอท เสกปรอทเข้าตัว
หรือเสกปูนคาดคอก็ใช้ใบพลูมาเสกแล้วกิน คราวนี้เหนียวที่หนึ่งได้อีก ๗ วัน ทำเป็น
เหนียวครั้งหนึ่งอยู่ได้ ๒๔ ชั่วโมง อย่าว่า เล่นไป ไม่เบานะ น้อง ๆ ขุนแผนเข้าไปแล้ว
กัลยาณมิตร ๖๙
Kalyanamitra.org