ข้อความต้นฉบับในหน้า
ผู้ลิขิตชีวิตโลก • องค์ประสูติใต้ร่มสาละ สวนลุมพินีวัน ป่า ที่ควรไป
ต่อจากหน้า ๑๘
ตรัสรู้ใต้ควงไม้ศรีมหาโพธิ์
อุรุเวลา
เสนานิคมปรินิพพานระหว่างไม้สาละ
สาลวโนทยาน จะเห็นได้ว่าพระองค์
นอกจากนี้ ป่าไม้ยังมีความสัม ประสูติที่ป่า ตรัสรู้ที่ป่า ปรินิพพาน
พันธ์ลึกซึ้งแนบแน่นกับพระพุทธศาสนา ที่ป่าอีกเช่นกัน และช่วงที่พระบรม
ตลอดจนคำสอนของพระพุทธองค์ ศาสดาประกาศพระพุทธศาสนา ๔๕
ยังผลให้โลกเกิดสภาพแวดล้อมที่ดีอีก พรรษา พระพุทธองค์ก็ทรงประทับใน
สถานที่ที่เป็นป่าเป็นส่วนใหญ่ ดังพุทธ
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงมี นิวาส สถานที่ประทับจำพรรษาของ
ความสัมพันธ์เกี่ยวกับป่าไม้มาก พระ พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ดังนี้
ด้วย
พรรษาที่
๑
๒ ๓-๔
acce
b.
G
F...
2
ถ
ตารางพุทธนิวาส
สถานที่ประทับจำพรรษาของพระพุทธองค์
ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน พาราณสี
เวฬุวนาราม แขวงเมืองราชคฤห์
กุฏาคาร ป่ามหาวัน แขวงเมืองเวสาลี
มกุฏบรรพต แคว้นมคธ
ดาวดึงส์เทวโลก บนบัณฑุกัมพลศิลาอาสน์
ป่าเภสกฬาวัน แขวงตัคคราชชนบท
ป่ารักขิตวัน ปาลิไลยกวนสถาน ใกล้กรุงโกสัมพี
ราวป่าใกล้บ้านพราหมณ์ ชื่อ สาเลยยกคาม แห่งนาฬา
ใต้ต้นสะเดา ซึ่งนเฟรยักษ์รักษา (นเสรุปุจิมนทมูเล)
ปาลิไลยยกบรรพต (หรือ จาริยะ ปารวตะ)
เชตวันมหาวิหาร แขวงเมืองสาวัตถี
๑๐-๑๑
๑๒
๑๓
๑๔
๑๕
นิโครธาราม แขวงเมืองกบิลพัสดุ
๑๖
เมืองอาฬวี (เพื่อทรงโปรดอาฬวกยักษ์)
๑๗-๑๘-๑๙ เวฬุวนาราม แขวงเมืองราชคฤห์
เขตวันมหาวิหาร แขวงเมืองสาวัตถี
เชตวันมหาวิหาร แขวงเมืองสาวัตถี
๒๐-๒๙
mo-me
บุพพาราม แขวงเมืองสาวัตถี
๓๖-๔๔
๔๕
เวฬุวคาม เมืองเวสาลี
หมายเหตุ
จะสังเกตได้ว่าสถานที่ประทับส่วนใหญ่ จะลงท้ายด้วยคำว่า
วน (วะนะ), วัน, อาราม ซึ่งคำว่า วน, วัน หมายถึงป่าไม้
คำว่าอาราม หมายถึง สวนป่าอันน่ารื่นรมย์
ที่ควรระลึก ที่ควรสร้าง
สมเด็จพระทศพล ได้ใช้ป่าเป็น
สถานที่อบรมฝึกฝนจิตใจ ให้แก่เหล่า
พุทธสาวกอยู่เสมอดังพุทธภาษิตที่ว่า
เอตานิ ภิกฺขเว รุกขมูลานิ
เอตานิ สุญญาคารานิ
ภิกษุทั้งหลาย นั่นโดนไม้ทั้ง
หลาย นั่นเรือนว่างทั้งหลาย
ฌายถ ภิกฺขเว มา ปมาทตฺถ
ภิกษุทั้งหลาย พวกเธอทั้งหลาย
จงเพียรเผากิเลส อย่าได้ประมาท
มา ปุจฉา วิปปฏิสาริโน อนุวัตถ
พวกเธอทั้งหลาย อย่าได้เป็นผู้
ที่ต้องร้อนใจในภายหลังเลย
2 อยู่ โว อมหาก อนุสาสนี
นี่แล เป็นวาจาเครื่องพร่ำสอน
- พวกเธอทั้งหลายของเรา
(สฬายตนวคฺค สํ.๑๘/๔๔๑/
๖๗๔) ปร
น้ำ และเมื่อปฏิบัติธรรมได้ผลใน
สถานที่ใดแล้ว สมเด็จพระชินศรีก็มี
พระประสงค์ที่จะให้รำลึกตลอดไป ดัง
พุทธภาษิตที่ว่า
ภิกษุ กระทำให้แจ้งเจโตวิมุตติ
ปัญญาวิมุตติ อันหาอาสวะมิได้ เพราะ
ความสิ้นไปแห่งอาสวะทั้งหลาย ด้วย
ปัญญาอันยิ่งเองในทิฏฐธรรมเข้าถึงแล้ว
ณ สถานที่ใด สถานที่นั้น เป็นที่ควร
ระลึกตลอดชีวิตของภิกษุแล
นอกจากพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
จะเล็งเห็นคุณประโยชน์และคุณค่าของ
ป่าเขาและสิ่งแวดล้อมแล้ว พระองค์
ยังได้ชักชวนผู้คนให้มีส่วนร่วมในการ
สร้างสวนป่า และสิ่งสาธารณูปโภค
อีกทั้งยังเน้นว่า เป็นบุญที่ส่งผลอย่าง
ต่อเนื่องอีกด้วย ดังพุทธภาษิตที่ว่า
๔๐ กัลยาณมิตร มิถุนายน ๒๕๓๕