การบรรยายความงามของกรอบลับแล วารสารกัลยาณมิตร ปี 2535 ฉบับที่ 6 หน้า 86
หน้าที่ 86 / 113

สรุปเนื้อหา

จรดขอบล่าง โอ๊ย...ไม่รู้จะบรรยายให้เบญจ์ เห็นงามตามไปด้วยได้อย่างไร ต้องมาดูด้วย ตาตนเอง แล้วกลืนความงามไว้ในใจมันถึงจะซึ้ง ไม่เชื่อถามพี่นิภาดูซิว่างามแค่ไหน ฉันบรรยาย ได้ไม่ถึงเสี้ยวของความงามที่ได้เห็นและประทับ ใจหรอกนะ ได้แต่คิดถึงกลอนบทละคอนพระ ราชนิพนธ์อิเหนา ที่พี่นิภาชอบท่องนักเวลา เห็นอะไรสวยอะไรงาม “ใครยังไม่เห็นอย่าเพ่อตาย เพริศพรายพ้นที่จะรำพัน ที่ฉันยกกลอนขึ้นมาก็เพราะอยากให้ เบญจ์เข้าใจว่า ฉันหมายถึงอย่างนั้นจริง ๆ จะ ฉันข้องใจคำว่า “กรอบลับแล” น้าน้อย ก็อธิบายว่า ที่เรียกเช่นนั้น เพราะเดิมเป็นกรอบ ที่ใช้ติดกระจกเงา ตั้งภายในพระอุโบสถ โดย ตั้งใกล้และตรงกับช่องประตูเพื่อกั้นมิให้คน ข้างนอกเห็นคนข้างใน อาจมีไว้เพื่อเป็นสิริ มงคลตามคติความเชื่อของจีนโบราณด้วยก็ได้ ฉันคิดว่าบางทีกร

หัวข้อประเด็น

- การบรรยายความงามของกรอบลับแล

ข้อความต้นฉบับในหน้า

จรดขอบล่าง โอ๊ย...ไม่รู้จะบรรยายให้เบญจ์ เห็นงามตามไปด้วยได้อย่างไร ต้องมาดูด้วย ตาตนเอง แล้วกลืนความงามไว้ในใจมันถึงจะซึ้ง ไม่เชื่อถามพี่นิภาดูซิว่างามแค่ไหน ฉันบรรยาย ได้ไม่ถึงเสี้ยวของความงามที่ได้เห็นและประทับ ใจหรอกนะ ได้แต่คิดถึงกลอนบทละคอนพระ ราชนิพนธ์อิเหนา ที่พี่นิภาชอบท่องนักเวลา เห็นอะไรสวยอะไรงาม “ใครยังไม่เห็นอย่าเพ่อตาย เพริศพรายพ้นที่จะรำพัน ที่ฉันยกกลอนขึ้นมาก็เพราะอยากให้ เบญจ์เข้าใจว่า ฉันหมายถึงอย่างนั้นจริง ๆ จะ ฉันข้องใจคำว่า “กรอบลับแล” น้าน้อย ก็อธิบายว่า ที่เรียกเช่นนั้น เพราะเดิมเป็นกรอบ ที่ใช้ติดกระจกเงา ตั้งภายในพระอุโบสถ โดย ตั้งใกล้และตรงกับช่องประตูเพื่อกั้นมิให้คน ข้างนอกเห็นคนข้างใน อาจมีไว้เพื่อเป็นสิริ มงคลตามคติความเชื่อของจีนโบราณด้วยก็ได้ ฉันคิดว่าบางทีกระจกเงานี้คงทำให้คนตกใจได้ เหมือนกันนะ ถ้าคนอยู่ข้างนอกเดินผ่านหรือ (ล่าง) ต้นพิกุลเก่า ชะเง้อมองเข้าไปข้างใน เหลือบตาเห็นภาพ ที่รัชกาลที่ ๓ เคย ตัวเองเดินอยู่ข้างใน ก็สะดุ้งชะงักไปเหมือนกัน โปรดประทับใต้ร่มเงา เบญจคิดว่าไงจ๊ะ เอ๊ะ....ใครหว่าหน้าตาเหมือน เราจังเลย! ๓ ไม่รู้จบ วันนั้นขากลับ เราคุยเรื่องความงาม ของพระบรมสาทิสลักษณ์รัชกาลที่ น้าน้อยแนะว่าอยากรู้ที่มาของภาพก็ไปอ่าน หนังสือวัดหน้า ๔๙-๕๐ สิ เมื่อฉันอ่านแล้วขน ลุกซู่ เชื่อว่าพระวิญญาณพระองค์ท่านยังแวะ เวียนอยู่ที่วัดราชโอรสฯ ด้วยทรงรัก ผูกพัน และห่วงใยในศิลปะที่ทรงนิยม อยากให้เบญจ์ รู้ชัดเจนและรู้สึกเช่นฉัน จึงขอคัดลอกข้อความ ให้เบญจ์อ่านเสียเลย ยาวหน่อยนะ อ้อ....อ่าน แล้วรู้สึกยังไงเขียนมาบอกกันบ้างนะจ๊ะ “สมัยเมื่อพระราชโมลี (ณรงค์) ได้ย้าย จากวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ มาดำรงตำแหน่ง เจ้าอาวาสวัดราชโอรสารามใหม่ ๆ ท่านได้เห็น ลับแลซึ่งเก็บไว้บนหัวอาสนสงฆ์ในศาลาโรงทีม เป็นของเก่า มีลวดลายงดงามมาก ชำรุดเพียง เล็กน้อยพอที่จะซ่อมแซมแล้วปิดทองให้งดงาม กว่าเดิมได้ แต่มีปัญหาว่า เมื่อซ่อมแล้วจะใช้ ทำอะไร และตั้งไว้ที่ไหน ท่านได้ปรารภเรื่องนี้ กับหลาย ๆ คน ต่อมาท่านคิดได้ว่ามีศิษย์ หลวงพ่อวัดปากน้ำคนหนึ่งชื่อ นายสมบุญ ๘๔ กัลยาณมิตร มิถุนายน ๒๕๓๕
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More