ข้อความต้นฉบับในหน้า
เบญจ์แต่แรกแล้วไงว่า พอเข้ามาในพระอุโบสถ (บน) ตรามหาปราสาท
ฉันก็ตื่นตะลึงและมหัศจรรย์ใจในฝีมือมนุษย์ บนผ้าทิพย์ของฐาน
จนเข่าอ่อนต้องทรุดตัวลงนั่ง ก็ทุกอย่างงาม ชุกชี ประดิษฐาน
พระบรมอัฐิรัชกาลที่๓
ละลานตาไปหมด ไม่รู้ว่าจะชมอะไรก่อนดี มี
หนึ่งหน้าสองตาก็ต้องมองไปในทางเดียวกัน
มันก็ต้องมีอาการอย่างนี้แหละ ถ้าเป็นทศ
พักตร์ยักษาก็ดีหรอกจะได้มองรอบทิศพร้อม
กันเลย
สิ่งที่เราทั้งสองต้องซี้ดซ้าดในความงาม
มลังเมลือง แล้วก็ต้องสยบเกรงขาม ก้มลง
กราบก็คือ พระบรมสาทิสลักษณ์พระบาทสมเด็จ
พระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๓ ประดิษฐาน
อยู่ในกรอบลับแลไม้ฉลุลายปิดทอง
ภาพนั้นเขียนด้วยสีน้ำมันขนาดใหญ่ใน
พระอิริยาบถประทับยืนเต็มพระองค์ พระพักตร์
ยิ้มเล็กน้อยประหนึ่งทรงพอพระราชหฤทัยใน
บางสิ่งบางอย่าง ฉลองพระองค์ชุดขัตติยราช
ประเพณี ฉลองพระบาทเชิงงอน พระหัตถ์
ซ้ายทรงพระแสง (เข้าใจว่าเป็นพระแสงขรรค์
ๆ
ไชยศรีนะจ๊ะ) เบื้องพระปฤษฎางค์เป็นภาพวัด
ราชโอรสฯ ในลักษณะที่มองจากท่าน้ำหน้าวัด
นะ เห็นพระอุโบสถและพระวิหารชัดเจนเลย
น้าน้อยว่าใคร ที่ได้มาเห็นภาพนี้ก็ว่างาม
ทั้งนั้น บ้างก็ว่างามกว่าพระบรมสาทิสลักษณ์
ที่ปรากฏในพระที่นั่งมุขกระสันด้านตะวันออก
ของพระที่นั่งจักรีมหาปราสาทเสียอีก แหม!
ฉันชักอยากจะเข้าไปชมเสียเหลือเกิน เพื่อจะ
ได้แจ่มแจ้งแก่สายตาตนเอง
นะจ๊ะ
ขอพูดความงามของกรอบลับแลหน่อย
ขอบบนตรงกรอบสี่เหลี่ยมเหนือภาพ
ฉลุลายละเอียดยิบ มีไก่ฟ้ากระพือปีกท่ามกลาง
สวนดอกไม้ ยอดกรอบเป็นทรงสามเหลี่ยม
กลาย ๆ ปลายมน สลักเสลาเป็นช่อดอกไม้
ล้นพรูออกมานอกตะกร้า แล้วทอดกิ่งทิ้งตัว
ไปยังปลายขอบบนทั้งซ้ายและขวาของกรอบ
แม้กรอบล่างที่เป็นฐานของลับแลก็สลักลวด
ลายละเอียดยิบ แม้ว่าลายจะน้อยกว่าก็ตาม
ด้านข้างของกรอบประดุจอุบะมาลัยทิ้งตัวลงมา
มิถุนายน ๒๕๓๕ กัลยาณมิตร ๘๓