ข้อความต้นฉบับในหน้า
แบ่ง ๆ กันไป ประชาชนส่วน
ใหญ่ยังไม่รู้ยังไม่เข้าใจ รวมทั้งฉัน
ด้วยเคยเข้าใจผิดคิดว่า วัดหลวง
มีเงินมาก เลยไม่ค่อยทำบุญวัด
หลวง ๆ จึงทรุดโทรมหนัก จะ
ซ่อมแซมบูรณะสิ่งใดต้องคอยการ
ได้รับอนุมัติและคอยงบประมาณ
ซึ่งกว่าจะได้แต่ละทีก็แสนยาก
บางแห่งขอเงินซ่อมแซมวัด ๒ ล้าน
ได้มาเพียง ๒ แสน ที่เหลือทางวัด
ต้องวิ่งหาเอง ฟังแล้วก็หดหู่ใจ
พิลึก ฉันตั้งใจว่า มีเงินล่ะก็จะ
บำรุงวัดหลวงให้มาก ๆ เชียว
เพราะวัดหลวงเป็นแหล่งศิลป
วัฒนธรรม และเป็นมรดกล้ำค่า
ของชาติ ฉันไม่อยากให้สูญสลาย
ไปเร็วนักหรอก จริง ๆ นะเบญจ
น้าน้อยชวนเราไปยังลานกว้างระหว่าง (บน) กะหินอ่อนหลัง
พระอุโบสถกับศาลารายทิศเหนือ ฉันเห็นต้น พระอุโบสถ
พิกุลขนาดย่อมต้นหนึ่ง น้าน้อยกล่าวว่า
“นี่ลูกของพิกุลต้นเก่านะจ๊ะ ต้นเก่าใหญ่
- คนโอบเชียวนะเมื่อน้าเห็นน่ะ
มากจริง ขนาด ๓
ต้นเอนมาทางศาลาราย ทางวัดเอาไม้ค้ำไว้
ต้นมันแก่หง่อมผุกร่อนเต็มทน ข้างในลำต้น
คงกลวงเป็นโพลงโบมานานแล้ว เมื่อกลาง
เดือนมีนาคม ๒๕๒๕ ปีนี้ก็ ๑๐ ปีพอดี ราว
เที่ยงวัน มันก็ล้มครืนหักกลางลงมาโดยไม่มี
ลมพายุเลย กิ่งใหญ่ฟาดหลังคาศาลาพังยับไป
เป็นแถบ เคราะห์ดีนะที่ไม่มีใครนั่งอยู่แถวนั้น”
“น้าคะ น้าว่ามันหง่อมน่ะ มันอายุสัก
เท่าใดคะ”
“คงร่วม ๒๐๐ ปีได้กระมัง” เมื่อเห็นพี่
นิภาท้าตาฉงน น้าน้อยจึงพูดว่า “เมื่อครั้งรัชกาล
ที่ ๓ ทรงดำรงพระอิสริยยศเป็นพระเจ้าลูกยา
เธอ กรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ เสด็จฯมาคุมงาน
การปฏิสังขรณ์วัดนี้ ก็มักประทับบนพระแท่น
ใต้ต้นพิกุลเป็นประจำ นัยว่าคงโปรดมากด้วย
๔๖ กัลยาณมิตร มิถุนายน ๒๕๓๕
ต้นใหญ่มีใบหนาทึบให้ร่มเงาเย็น
ดี แสดงว่าต้นพิกุลต้องมีมาก่อน
แล้วก็ต้นใหญ่ด้วยจึงให้ร่มเงาได้ดี
เล่ากันว่า โปรดมากถึงกับเคยรับ
สั่งว่า "ถ้าข้าตายแล้วข้าจะมาอยู่
ใต้ต้นพิกุลนี้ นี่ไงจ๊ะพระแท่น
ประทับ” น้าน้อยพยักหน้าไปยัง
แท่นหินใกล้ ๆ ที่เรายืนอยู่ พี่นิภา
ทำคอย่นพร้อมกับยกมือไหว้อย่าง
รวดเร็ว
- พระแท่นที่ฉันเห็นเป็นหิน
จากเมืองจีน
มีรอยแตกร้าว
และรอยเชื่อมอยู่ใกล้ต้นพิกุลต้น
ลูก อีกหน่อยมันโตขึ้นก็คงขยาย
กิ่งก้านให้ร่มเงาถึงพระแท่นซึ่ง
ถูกล้อมด้วยเสาเหล็ก โยงด้วยโซ่
กันคนเข้าไปนั่ง มีข้อความบ่งบอก
ชัดเจนว่าเคยเป็นที่ประทับของรัชกาลที่
“แล้วหลานรู้มั้ย เวลารัชกาลที่ ๕ เสด็จฯ
มาถวายผ้าพระกฐินครั้งใด จะทรงจุดธูปเทียน
บูชาที่พระแท่นนี้ทุกครั้งไป จนกลายเป็นพระ
ราชประเพณีสำหรับพระเจ้าอยู่หัวองค์ต่อ ๆ มา
ตลอดจนถึงเจ้านาย เมื่อเสด็จฯมาถวายผ้าพระ
กฐิน หรือเพื่อการใดก็ตาม จะโปรดให้เจ้าหน้าที่
ตั้งเครื่องบูชา เพื่อทรงถวายสักการะรัชกาลที่ ๓
ณ ต้นพิกุลนี้ทุกครั้ง”
พี่นิภาและฉันเดินตามน้าน้อยมาหลัง
พระอุโบสถ ฉันเห็นถะหินอ่อนอีกองค์รูปทรง
คล้ายกับถะ ๔ องค์ ที่อยู่นอกกำแพงแก้วด้าน
หน้า ต่างกันตรงที่ด้านหน้าเป็นหินทราย แต่ที่
ฉันเห็นหลังพระอุโบสถเป็นหินอ่อน สูงราว ๑๑-
๑๒ เมตร และดูสวยงามด้วยลวดลายที่มากกว่า
อาจเป็นเพราะหินอ่อนแกะสลักได้ง่ายกว่า สี
ของหินอ่อนมันดูเย็นตาและดูเบากว่าก็ได้ทําให้
ฉันรู้สึกว่า ถะหินอ่อนองค์นี้งามสง่ากว่าองค์
อื่น ๆ องค์จะซ้อนกัน ๕ ชั้น
ชั้น ยอดเป็นทรง
น้ำเต้า ถัดลงมาแต่ละชั้นจึงเป็นทรง ๘ เหลยม