ข้อความต้นฉบับในหน้า
กฏแห่งกรรม
ต่อจากหน้า ๒๘
ความหมายของกรรม
โดยคำแปล กรรม แปลง่าย ๆ
สั้น ๆ ว่า การกระทำ ส่วนจะทำดีหรือ
ทำชั่วนั้นเป็นคนละเรื่องกัน
โดยความหมาย กรรม หมายถึง
การกระทำทุกอย่างที่แสดงออกมาจาก
ตัวของเราเอง
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงอธิบาย
ว่า คนเราสามารถทำกรรมได้เพียง B
ทางเท่านั้น คือ
๑.ทำทางกาย เช่น เอามือไป นี้เจตนาแน่ ๆ เป็นกรรมชัดเลย แต่ ชั่วแล้ว ยังทรงบอกชัดเลยว่า ทำดี
หยิบ เอาเท้าไปเขี่ย เอาหัวไปโขก อย่าเอาเรื่องเจตนาหรือไม่เจตนาทาง
เอาหลังไปดัน เอาไหล่ไปกระแทก กฎหมายมาตัดสินเรื่องเป็นกรรมหรือ
เป็นต้น
๒.ทำทางวาจา คือพูด รวมทั้ง
การสื่อความหมายต่าง ๆ เช่น เขียน
ไม่เป็นกรรม
คนละอย่างกัน
เพราะใช้บรรทัดฐาน
แล้วคนทำนั่นแหละได้ดี ทำชั่วคนทำ
ก็ได้รับผลชั่ว ตรงนี้ขอทำความเข้าใจ
สักนิด คือมีคนชอบพูดว่า
กรรมมาตกกับลูก ลูกมันก็เลยโดน
“พ่อมันเคยปล้นเคยโกงเขาไว้
ส่งสัญญาณ ตีใบ้ พยักพเยิด เป็นต้น
๓.ทำทางใจ คือคิด
กฎแห่งกรรม
เขาโกง”
พระพุทธองค์ทรงอธิบายเรื่อง
พูดอย่างนี้ผิดนะ พ่อเป็นคนทำ
คราวนี้ขอบเขตแค่ไหนจึงจะถือ
กฎแห่งกรรมว่า “บุคคลหว่านพืชเช่น
ว่าเป็นกรรม เพื่อให้เกิดความเข้าใจ ใดย่อมได้ผลเช่นนั้น ผู้ทำดีย่อมได้ดี
ชัดเจนขึ้น ขออัญเชิญพุทธพจน์มา
แสดงไว้ในที่นี่คือ
“เจตนาห์ ภิกขเว กมฺม วทามิ
ภิกษุ เราตถาคตกล่าวว่า เจตนาเป็น
กรรม”
ไม่เกี่ยวกับลูก พ่อทำกรรมชั่วพ่อก็
ต้องได้รับผลของกรรมชั่ว เพราะสัตว์
ทั้งหลายมีกรรมเป็นของตน ที่ลูกโดน
โกงก็เป็นเพราะความโง่ของลูก ถ้าจะ
เกี่ยวกับพ่อบ้างก็ได้แค่ว่า เพราะพ่อ
มันโกงเขามาจนรวย เลยลูกไม่เคยฝึก
ทำมาหากินเอง ทำอะไรก็ทำแบบโง่ ๆ
เลยโดนเขาโกง ลูกโดนเขาโกงเพราะ
คือขึ้นชื่อว่ากรรมต้องมี เจตนา
ในการกระทำ ถ้าไม่เจตนา เช่น นอน
หลับละเมอวาดศอกไปพอเหมาะพอ
เจาะถูกปากคนข้าง ๆ ปากเจ่อไปหน่อย
อย่างนี้ไม่เป็นกรรม หรือรู้สึกคัน ๆ
ที่ท้ายทอย จึงเอามือไปลูบ ๆ ถูกยุง
ตายไปตัวหนึ่ง อย่างนี้ไม่เป็นกรรม
เพราะไม่ได้เจตนา แต่ถ้าเผื่อเหลือ
เผื่อขาดตบเผียะลงไป ยุงตาย อย่าง
๒๘ กัลยาณมิตร กรกฎาคม ๒๕๓๕
ผู้ทำชั่วย่อมได้ชั่ว” และเนื่องจากทรง
เทศน์เรื่องกฎแห่งกรรมหลายครั้ง ให้
กับผู้ฟังต่างกลุ่มกันไป คำนิยามของ
กฎแห่งกรรมจึงแตกต่างกันไปในแต่ละ
โอกาส ท่านใช้คำว่า “ลุ่มลึกไปตาม
ลำดับ ดังปรากฏในพระไตรปิฎก
ว่าบางแห่งทรงพูดถึงกฎแห่งกรรมใน ความโง่ของลูก ไม่ใช่แบ่งบาปมา
ลักษณะมีรายละเอียดเพิ่มเติม เช่น
“สัตว์ทั้งหลายมีกรรมเป็นของ
ตน เป็นทายาทแห่งกรรม มีกรรม
เป็นกำเนิด มีกรรมเป็นที่พึ่งอาศัย
กรรมย่อมจำแนกสัตว์ให้ทรามและ
ประณีต
จากพ่อ
อีกลักษณะหนึ่ง เป็นผลของ
กรรมส่งข้ามชาติ พ่อเป็นคนขี้โกงติด
เป็นสันดานถึงคราวมีลูก เนื่องจาก
คนต้องมีกรรมใกล้กัน ถึงจะมาเป็น
พ่อเป็นลูกกันได้ เพราะฉะนั้นลูก
คือนอกจากทำดีได้ดี ทำชั่วได้ คนนี้ชาติที่แล้วต้องขี้โกงแสบมาเหมือน