ข้อความต้นฉบับในหน้า
ต่างปรบมือเมื่อถึงจังหวะพอสมควร พร้อมกับตะโกน
เป็นระยะ ๆ เสียงนั้นก้องกังวานไปทั่ว
บางครั้งการรณรงค์ก็เปลี่ยนลักษณะใหม่ มีการ
เดินเป็นวงกลม แต่ละคนถือป้ายชูขึ้นสูง มีข้อความที่
ประณามนโยบายของโรงเรียนหลายประการ บ้างก็เขียน
YOU CALL
VCATION
เมื่อเสียงดนตรีดังขึ้น รูปแบบของการประท้วงก็เปลี่ยนแปลงไป
ทุกคนเกาะเอวเต้นรำกันเป็นที่สนุกสนาน
สนานรื่นเริง นักศึกษาก็วางป้ายโปสเตอร์ที่ตนเองถือ
มาด้วยแล้วก็เต้นรำไปรอบ ๆ ในจังหวะดิสโก้ ในที่สุด
ก็กลายเป็นการเต้นเลียนแบบกัน จับเอวกันเต้นเป็น
ขบวนรถไฟ หัวเราะสนุกสนานเฮฮาตามประสาวัยหนุ่ม
สาว
การรณรงค์ครั้งนี้ดูจะไม่ยาวนานเท่าใดนัก หลัง
จากที่นักศึกษาประชุมกันประมาณ ๒ ชั่วโมง ก็สลายตัว
อาจจะเป็นเพราะเหน็ดเหนื่อยที่ตนเองออกแรงเต้นรำก็
อาจเป็นได้ แต่สิ่งหนึ่งซึ่งอาตมาสนใจเป็นพิเศษก็คือ
ไม่มีนักศึกษาผิวดำในกลุ่มฮารัมเบ้เข้ามาร่วมในการนัด
หยุดเรียนนี้ด้วย หรือแม้แต่ส่งตัวแทนมากล่าวสุนทรพจน์
หรือเรียกร้องแต่อย่างใดเลย แม้สโมสรนักศึกษาจะ
ประกาศว่า การหยุดเรียนครั้งนี้เพื่อสิทธิเสมอภาคของ
คนผิวดำ แต่นักศึกษาผิวดำกลับมีความรู้สึกว่า กรรม
การในสโมสรนี้เป็นคนผิวขาวทั้งสิ้น และไม่มีความจริง
ใจในการช่วยเหลือตนเลย แทนที่จะทำให้เกิดความ
สามัคคีในกลุ่มนักศึกษามากขึ้น การหยุดเรียนครั้งนี้
กลับกลายเป็นการแบ่งแยกนักศึกษามากขึ้นอย่างน่า
เสียดาย
ถ้าจะหยิบยกสิ่งใดสิ่งหนึ่งขึ้นเป็นตัวอย่างเพื่อแสดง
หลักของไตรลักษณ์ ไม่มีอะไรที่จะชัดเจนเท่ากับการ
เปลี่ยนแปลงทางการเมืองของมนุษย์ และไม่มีอะไรที่
จะเห็นเด่นชัดเท่ากับการเมืองในระบอบประชาธิปไตย
ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียนการศาสนาในฮาร์วาร์ด ไม่ว่าจะ
เป็นสังคมอเมริกัน สังคมไทย หรือสังคมใด ๆ ในโลก
นี้ก็มีปัญหาด้วยกันทั้งนั้น แม้สหรัฐอเมริกาจะได้ชื่อว่า
เป็นประเทศที่ส่งเสริมสิทธิมนุษยชน แต่ในขณะเดียว
กันสังคมอเมริกันก็มีการรังเกียจเหยียดผิวอยู่มิใช่น้อย
ข้อความที่ทำให้ดูตลก หรือเป็นคำเยาะเย้ยถากถางต่อ
ผู้บริหารโรงเรียน ดูจะเป็นธรรมเนียมอย่างหนึ่ง ซึ่ง และหลงตนว่ามีวัฒนธรรมที่ยิ่งใหญ่กว่าชนชาติทั้งหลาย
คล้าย ๆ กับในการชุมนุมทุกนัดในประเทศไทย ที่มี แม้ชาวอเมริกันจะใช้วิธีแก้ไขปัญหาสังคม ด้วยการให้
การเปิดวงดนตรีเพื่อสร้างขวัญและกำลังใจให้กับทุก ๆ ทุกคนได้แสดงออก และให้สิทธิ์ในการแสดงออกได้
คน นักศึกษาของฮาร์วาร์ดดิวินิตี้สกูลก็นิยมการเต้นรำ อย่างเปิดเผย ไม่มีใครว่าอะไร จนดูเหมือนกับว่ามี
อยู่มิใช่น้อย ทันทีที่เสียงดนตรีดังกังวานขึ้น รูปแบบ การยอมรับความคิดของบุคคลอื่นได้ง่ายกว่าในสังคมของ
ของการประท้วงหรือการรณรงค์ก็เปลี่ยนเป็นการสนุก หลาย ๆ ประเทศ
กรกฎาคม ๒๕๓๕ กัลยาณมิตร ๕๙