ข้อความต้นฉบับในหน้า
ในอินเดียเป็นพันธมิตรด้วย ทำให้มีความสัมพันธ์ทาง
พระเจ้าอเล็กซานเดอร์ยาตราทัพเข้าสู่อินเดียในปี และจัดตั้งนครรัฐขึ้นมามาก ส่วนหนึ่งมาจากทหารใน
๓๒๖ ก่อนคริสตกาล ทรงข้ามเทือกเขาฮินดูกูชและเข้า กองทัพของพระเจ้าอเล็กซานเดอร์ ที่ตั้งป้อมค่ายดูแล
ยึดครองเมืองกากุล ผ่านลุ่มแม่น้ำสินธุ (Indus) มาถึง อาณาจักรอยู่ หลังจากพระเจ้าอเล็กซานเดอร์สิ้นพระ
ตักศิลา ได้พบกับจันทรคุปต์ (หลักฐานทางกรีกเรียก ชนม์ในปี ๒๒๓ ก่อนคริสตกาล นครรัฐซึ่งมีกรีกปก
จันทรคุปต์ว่า ซานโดรโคดดุล - Sandrocottus) และ
ครอง ก็ยังสืบสานอำนาจเรื่อยมา โดยมีเจ้าครองนคร
หวังพึ่ง “ข้อมูล” รวมทั้ง “ข่าววงใน” เกี่ยวกับแคว้นมคธ
ทั้งหมด แต่ความพยายามของพระองค์ที่จะเข้าไปตี การค้า การทูต และปรัชญาตะวันตกกับปรัชญาตะวัน
แคว้นมคธล้มเหลว เนื่องจากขวัญและกำลังใจของกอง
ทหารมาซิโดเนียเหนื่อยอ่อน อุปกรณ์ต่าง ๆ เช่นเสื้อ
เกราะขึ้นสนิม สภาพภูมิประเทศไม่อำนวย ทำให้มีการ
ตัดสินใจยกทัพกลับ ก่อนจากอินเดีย พระเจ้าอเล็ก
ออกมาบรรจบกันดังที่กระผมได้เขียนมาหลายตอนแล้ว
สำหรับพระยามิลินท์นั้น (ปี ๑๘๐-๑๖๐ ก่อน
คริสตกาล) ได้เข้ามาคุมนครรัฐที่เดิมปกครองโดยกรีก และ
แผ่ขยายอาณาเขตตั้งแต่บริเวณตะวันออกของลุ่มแม่น้ำ
คลุมไปถึงลุ่มแม่น้ำราวี และถึงบริเวณพื้นที่ทางตอนใต้
ซึ่งกระผมอยาก
ซานเดอร์มหาราชได้ทรงสถาปนากษัตริย์เปารวะหรือโปรุส เฉล้ม (Jhelum) เมืองกัลป์เรีย (กรีก-Kaspeiria) ครอบ
(Porus - เป็นกษัตริย์นักรบแห่งปัญจาบ และเป็นกษัตริย์
อินเดียเพียงพระองค์เดียวที่รบกับพระเจ้าอเล็กซานเดอร์ ของกาษมีระ (แคชเมียร์ในปัจจุบัน) และยังไปถึงเมือง
แล้วแพ้ถูกจับได้ พระเจ้าอเล็กซานเดอร์ตรัสถามว่า กุลินธานีซึ่งกินบริเวณหุบเขาบียส์ ยมนา คงคา นอก
ปรารถนาจะให้ได้รับการปฏิบัติอย่างไร กษัตริย์โปรุส จากนี้ชุมชนกรีกยังมีอยู่ในบริเวณพื้นที่ที่เรียกว่า อภิรา
ตอบอย่างกล้าหาญว่า “ให้เหมาะกับข้าพเจ้า เหมือนกับ (Abhiras) ปาตะลีน (Patalene)
กษัตริย์” เป็นที่พอพระทัยของพระเจ้าอเล็กซานเดอร์มาก เรียกว่าปัตตานีมากกว่า
ถึงกับทรงคืนอาณาจักรให้ปกครองในฐานะประเทศราช) เมืองนั้นย่อมเป็นที่อยู่ของชนชาติ และชื่อเมือง
เมื่อพระเจ้าอเล็กซานเดอร์ยกทัพจากอินเดียได้ไม่นาน จะบอกถึงที่มาที่ไปของกลุ่มชนในยุคต้น ดังนั้นนักประ
จันทรคุปต์กับเกาฏิยะ (แมคดีเวลลีแห่งอินเดีย ผู้เป็น วัติศาสตร์จึงเชื่อกันว่า รากศัพท์ของชื่อเมืองบอกถึง
ต้นแบบของตำราราชนิติ และเจ้าของตำราอรรถศาสตร์ อิทธิพลของชนชาติที่ดำรงอยู่ในขณะนั้น เช่นที่กระผม
หรือ Treatise on Polity ที่ว่าด้วยศาสตร์แห่งการปกครอง ได้อรรถาธิบายไว้ว่า ชื่อเมืองท่าที่เรียกว่า “ตะกั่วป่า”
และทฤษฎีความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ) ร่วมมือกันดี นั้นรากศัพท์มาจากชื่อเมืองที่ปโตเลมีกล่าวถึงขอบ
แคว้นมคธได้สําเร็จ แล้วตั้งราชวงศ์เมารยะหรือ สุดท้ายของอินเดียมาทางตะวันออก เขียนเป็นกรีกก็คือ
โมริยวงศ์ขึ้นเมื่อปี ๒๒๒ ก่อนคริสตกาล โดยมีพระเจ้า “ตะโกลา” ซึ่งใกล้เคียงกับคำว่า “ตะกั่วป่า” เช่นกัน
จันทรคุปต์ (Canakagupta Maurya) เป็นต้นราชวงศ์ ชื่อเหล่านี้พวกกรีกขนานนามตามชนชาติที่ตนมีความ
การสงครามกับพระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราช
มีอิทธิพลและผลกระทบที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่าง
ต่อเนื่องในพื้นที่อินเดียตอนเหนืออันไพศาล เดิมนั้นนัก
สัมพันธ์และมีอิทธิพลในระดับชนชั้นปกครอง
ทางเหนือขึ้นไปในยุคพระยามิลินท์ ก็ยังมีชุมชน
กรีกอยู่บริเวณบนเนอร์ บาลัวร์ สวัสดิ์ และเมือง Pau
วิชาการถกเถียงกันมากว่าชนชาติที่ดำรงอยู่ในแถบนี้เป็น colaifits ตั้งอยู่ระหว่างแม่น้ำสวัสดิ์และแม่น้ำกาบุล
อาณาจักรพระยามิลินท์ยังแผ่ไปทางทิศตะวันตก
ถึงปาโรปามิชาเต (Paro-pamisadae) ติดแดนสุราษฎร์
ธานี (Surastanee) ทางตะวันออก ด่านสุดท้ายแห่ง
อาณาจักรกรีกก็คือ บริเวณฝั่งตะวันออกของปัญจาบ
อินเดียอารยันผิวขาว หรือผสมพวกเปอร์เซียนตะวันออก
กันแน่ เพราะอิทธิพลของกษัตริย์เปอร์เซีย ๒ พระองค์
คือพระเจ้ากัมพูชัยยะ (ในตะวันตกเรียก กัมไบซิส-
Cambysts) และพระเจ้าทวารยวุธ (ภาษาอังกฤษเรียก
ดาริอุส-Darius) แผ่อำนาจไปในดินแดนเหล่านี้อยู่แล้ว สันนิษฐานว่า นอกเหนือจากเมืองสาดละของพระยา
อาณาจักรกรีกในระยะต่อมา ได้เข้าคุมพลเมือง มิลินท์แล้ว เมืองมถุราก็ตกอยู่ในอำนาจกรีกด้วย
๖๒ กัลยาณมิตร กรกฎาคม ๒๕๕๕