การสำรวจซากเมืองโบราณในเบเซกลิก วารสารกัลยาณมิตร ปี 2535 ฉบับที่ 7 หน้า 67
หน้าที่ 67 / 113

สรุปเนื้อหา

รายละเอียดจากภาพเขียนที่พบในวัดถ้ำ เมืองเบเซกลิก ในคริสต์ ศตวรรษที่ 4 แสดงให้เห็นถึงอาการของผู้แสวงบุญกำลังร้องไห้ ต่อมาเซอร์ อเล็กซานเดอร์ คันนิ่งแฮม ได้เป็นหัวหน้า ทีมโบราณคดีมาสำรวจ พบซากเมืองโบราณเป็นจำนวน มาก ปัจจุบันซากเมืองโบราณเป็นเนิน ชาวบ้านเรียกว่า “ราชการ” และ “ราชกิจ” เกี่ยวพันกันว่าซากเมืองนี้ เป็นที่อยู่ของพระเจ้าแผ่นดิน ตามชื่อที่ชาวบ้านเรียกกัน มานานแล้ว ก่อนหน้าที่จะมีการรุกเข้ามาของกองทัพกรีกนั้น มีชนชาติดั้งเดิมอาศัยอยู่ก่อนแล้ว ทั้งชนเผ่าพื้นเมือง และพวกอารยัน ที่เพิ่งเปลี่ยนวิถีทางการผลิตมาเป็นวิถี การพัฒนาภาคการเกษตรด้วยกสิกรรม แม้กระทั่งใน ช่วงที่พระเจ้าอเล็กซานเดอร์เข้ามาในอินเดียก็มีหลักฐาน ที่ทำให้ทราบว่าชนชาติที่เรียกว่าสกะทางตอนเหนือได้ส่ง ผู้แทนที่เรียกว่าพันธมิ

หัวข้อประเด็น

- การสำรวจซากเมืองโบราณในเบเซกลิก

ข้อความต้นฉบับในหน้า

รายละเอียดจากภาพเขียนที่พบในวัดถ้ำ เมืองเบเซกลิก ในคริสต์ ศตวรรษที่ 4 แสดงให้เห็นถึงอาการของผู้แสวงบุญกำลังร้องไห้ ต่อมาเซอร์ อเล็กซานเดอร์ คันนิ่งแฮม ได้เป็นหัวหน้า ทีมโบราณคดีมาสำรวจ พบซากเมืองโบราณเป็นจำนวน มาก ปัจจุบันซากเมืองโบราณเป็นเนิน ชาวบ้านเรียกว่า “ราชการ” และ “ราชกิจ” เกี่ยวพันกันว่าซากเมืองนี้ เป็นที่อยู่ของพระเจ้าแผ่นดิน ตามชื่อที่ชาวบ้านเรียกกัน มานานแล้ว ก่อนหน้าที่จะมีการรุกเข้ามาของกองทัพกรีกนั้น มีชนชาติดั้งเดิมอาศัยอยู่ก่อนแล้ว ทั้งชนเผ่าพื้นเมือง และพวกอารยัน ที่เพิ่งเปลี่ยนวิถีทางการผลิตมาเป็นวิถี การพัฒนาภาคการเกษตรด้วยกสิกรรม แม้กระทั่งใน ช่วงที่พระเจ้าอเล็กซานเดอร์เข้ามาในอินเดียก็มีหลักฐาน ที่ทำให้ทราบว่าชนชาติที่เรียกว่าสกะทางตอนเหนือได้ส่ง ผู้แทนที่เรียกว่าพันธมิตร และพระเจ้าอเล็กซานเดอร์ได้ คร่ำครวญถึงการปรินิพพานของพระพุทธเจ้า บุคคลในภาพเขียน ส่งทูตติดตามไป เพื่อศึกษาเส้นทางไปสู่ถิ่นฐานของ อย่างน้อย ๓ คนเป็นชาวอาหรับ ชาวจีน และชาวเปอร์เซีย กลางเพื่อรถม้าวิ่งตรงเข้าไปได้ ตามรายทางมีบ้าน และ สี่แยกในลักษณะเป็นสี่เหลี่ยม ปโตเลมีเป็นผู้เรียกชื่อเมืองนี้ว่า สาคละ เป็นชื่อ อินเดีย แต่คนตะวันออกเรียกว่า อุทัยมีเดีย (Euthy- medeia) ซึ่งก็มีผู้ค้านว่าเรียกกันผิด ทำให้พากันเข้าใจ ผิดไปว่าเมืองอุทัยมีเดียเป็นเมืองแห่งราชวงศ์ยูไทเดอมัส ซากเมืองและปัจจุบัน นครที่สำคัญอีกนครหนึ่งคือ ปุษกัลวัติ (Push- kalavati) ปัจจุบันคือ เมืองขาสัตธะ พวกกรีกเรียก เมืองนี้ว่า Peucela เป็นเมืองเก่าแก่ของแคว้นคันธาระ ปัจจุบันอยู่ลุ่มแม่น้ำเป็นวาร์ (Peshwar) ในปากีสถาน ทางตะวันตก ซึ่งกระผมได้ใช้เวลาอยู่ที่บริเวณนี้ ๗ วัน เพื่อศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับกรีกในอินเดียยุคต้น และ พิจารณาถึงศิลปกรรมที่ช่างฝีมือชนพื้นเมืองขณะนั้น ปั้นพระพุทธรูป ๗ พวกศกะ รวม รวมทั้งให้มีการจดบันทึกรายละเอียดทั่ว ๆ ไปเกี่ยวกับที่ตั้งกำลังและอื่น อื่น ๆ เป็นการแสดงให้เห็น ชัดเจนถึงศักยภาพของกองทหารของพระเจ้าอเล็กซาน เดอร์ ที่ใช้บทบาททูตกับระบบสปายสายลับเข้าด้วยกัน ในแง่ของภูมิรัฐศาสตร์ พื้นที่การปกครองซึ่ง พวกกรีกพยายามตั้งนครรัฐ ก็เป็นพื้นที่มีการดำรงอยู่ ของคนพื้นเมืองที่อยู่กันมาแต่เดิม พวกกรีกซึ่งสามารถ สื่อสารกับคนพื้นเมือง เชื่อกันว่าเชื้อสายของอารยันนั้น เดิมเป็นพวกเดียวกัน การติดต่อเพื่อสื่อความหมายถึง กันสามารถกระทำได้ไม่ยากนัก ส่วนที่เป็นคนพื้นเมือง จริงๆ เช่น พวกทราวิกนั้นเป็นกลุ่มชนพื้นเมืองผิวดำ ต่างสีไป อันเป็นการเข้าสู่ยุคสมัยที่การต่อสู้ทั้งทาง ชนชั้นและผิวสี เกิดขึ้นหลังจากที่พระเจ้าจันทรคุปต์ สามารถขับไล่พวกกรีกออกไป ตามลักษณะการต่อสู้ซึ่ง กล่าวได้ว่า เป็นการฟื้นชาติขึ้นมา ในยุคของพระยามิลินท์ เส้นแบ่งระหว่างอินเดีย ภาคเหนือดูจะชัดเจน เนื่องจากการปกครองอินเดียไม่ เป็นประเทศ แต่เป็นทวีปหรือชมพูทวีป นครรัฐตั้งตน เป็นอิสระ เป็นพันธมิตรขึ้นต่ออำนาจที่เหนือกว่าตาม การระดมประชาชนและกลไกการปกครอง ดังที่เรา ชื่อเดิมของเมืองบุษกัลวัตินี้ ยังถกเถียงกันอยู่ แต่ศาสตราจารย์ธานี ผู้เชี่ยวชาญทางประวัติศาสตร์ และโบราณคดีเชื่อว่า เมืองนี้เป็นเมืองแห่งดอกไม้ ชื่อ ทราบดีจากประวัติพุทธศาสนาว่า บางนครรัฐใช้ระบบ เมืองตามคำโบราณได้รับการบันทึกไว้ เมื่อครั้งที่พระ สมบูรณาญาสิทธิราชย์ บางนครรัฐเป็นการปกครอง ถังซัมจั๋งเดินทางผ่านเข้ามาถึงในคริสต์ศตวรรษที่ GY โดยสภา และมีลักษณะเป็นสาธารณรัฐ กรกฎาคม ๒๕๓๕ กัลยาณมิตร ๖๕
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More