การปรารถนาและการดึงดูด วารสารกัลยาณมิตร ปี 2535 ฉบับที่ 7 หน้า 17
หน้าที่ 17 / 113

สรุปเนื้อหา

สมความปรารถนา จะปรารถนา ทำลายขันธ์โลกันต์ดึงดูดเอาไป จะ พระอัครสาวกก็ได้สมความปรารถนา ไปอยู่ที่อื่นใดไม่ได้ทั้งนั้น อายตนะ หรือจะปรารถนาเป็นอย่างหนึ่งอย่าง บาปดึงดูดไปทันที ถ้าว่าภพหย่อน ใดก็ย่อมได้ทั้งนั้น ดังนั้น ท่านทั้ง ลงกว่านั้นมา ก็ไปอยู่ในอเวจีมหา หลายจะปรารถนาเป็นอย่างใด จะ ตาปนรก เหล่านี้เป็นต้น แต่พอมา ปรารถนาเป็นพระพุทธเจ้า เป็น พระปัจเจกพุทธเจ้า เป็นพระสาวก ก็ขอให้ปรารถนาเอาตามใจชอบเถิด จำพวกสัตว์เดรัจฉาน แต่ถ้าทำความ เกิดในจำพวกสัตว์เดรัจฉาน ได้สัตว์ ก็ดึงดูดเอาไปเกิดใน อวสานการเทศนานี้ ขอท่าน ผิดไม่ถึงขนาดนั้นก็ไปเกิดเป็นเปรต เดรัจฉาน ทุคติจะได้ไม่มีต่อไป ที่ได้ชี้แจงแสดงมาในภัตตาน ผู้เป็นเมธีมีปัญญาทั้งหลาย พง อสุรกาย ตามลำดับไป โมทนากถา เฉลิมเพิ่มเติมศรัทธา มนสิการกำหนดไว้ใน

หัวข้อประเด็น

- การปรารถนาและการดึงดูด

ข้อความต้นฉบับในหน้า

สมความปรารถนา จะปรารถนา ทำลายขันธ์โลกันต์ดึงดูดเอาไป จะ พระอัครสาวกก็ได้สมความปรารถนา ไปอยู่ที่อื่นใดไม่ได้ทั้งนั้น อายตนะ หรือจะปรารถนาเป็นอย่างหนึ่งอย่าง บาปดึงดูดไปทันที ถ้าว่าภพหย่อน ใดก็ย่อมได้ทั้งนั้น ดังนั้น ท่านทั้ง ลงกว่านั้นมา ก็ไปอยู่ในอเวจีมหา หลายจะปรารถนาเป็นอย่างใด จะ ตาปนรก เหล่านี้เป็นต้น แต่พอมา ปรารถนาเป็นพระพุทธเจ้า เป็น พระปัจเจกพุทธเจ้า เป็นพระสาวก ก็ขอให้ปรารถนาเอาตามใจชอบเถิด จำพวกสัตว์เดรัจฉาน แต่ถ้าทำความ เกิดในจำพวกสัตว์เดรัจฉาน ได้สัตว์ ก็ดึงดูดเอาไปเกิดใน อวสานการเทศนานี้ ขอท่าน ผิดไม่ถึงขนาดนั้นก็ไปเกิดเป็นเปรต เดรัจฉาน ทุคติจะได้ไม่มีต่อไป ที่ได้ชี้แจงแสดงมาในภัตตาน ผู้เป็นเมธีมีปัญญาทั้งหลาย พง อสุรกาย ตามลำดับไป โมทนากถา เฉลิมเพิ่มเติมศรัทธา มนสิการกำหนดไว้ในใจของตนทุก ถ้วนหน้าว่า สภาพที่เป็นธรรมย่อม ใจ นำสัตว์ไปสู่สุคติ และสภาพที่เป็น ถ้าทำความดีด้วยกาย วาจา ของเจ้าภาพและสาธุชนทั้งหลาย ไม่มีความชั่วบาปช้าเข้ามา บรรดามาสโมสรในสถานที่นี้ทุกถ้วน เจือปนเลย พอแตกกายทำลายขันธ์ หน้า สพฺพพุทธานุภาเวน ด้วย ๆ สพฺพธมฺมานุภาเวน ด้วยอานุภาพ แห่งพระธรรมทั้งปวง สพฺพสงฆานุ ภาเวน ด้วยอานุภาพแห่งพระสงฆ์ ทั้งปวง ปิฏกตยานุภาเวน ด้วยอำนาจ ปิฎกทั้งสาม คือ วินัยปิฎก สุตตัน ตปิฎก ปรมัตถ์ปิฎก ชินสาวกานุภา เวน ด้วยอานุภาพชิ้นสาวก สาวก ของท่านผู้ชนะมาร จงดลบันดาล ความสุขสวัสดิ์ให้บังเกิดมีเป็นปรา กฏในขันธสันดานแห่งท่านผู้เป็น อธรรมย่อมนำสัตว์ไปสู่ทุคติ สภาพ อายตนะของมนุษย์ดึงดูด เข้าสู่ อานุภาพแห่งพระพุทธเจ้าทั้งปวง ที่เป็นบุญก็ย่อมนำสัตว์ไปสู่สุคติ คัพภสัตว์ไปติดอยู่ในกำเนิดมนุษย์ สภาพที่เป็นบาปก็ย่อมนำสัตว์ไปสู่ ถ้าดีมากขึ้นไปกว่านี้ ก็ไปเกิดใน ทุคติ สภาพที่เป็นบุญเป็นดวงใส จำพวกเทวดา เป็นชั้น ๆ สูงขึ้น ติดอยู่ในศูนย์กลางดวงธรรมที่ทำ ชั้นจาตุมหาราชชั้นดาวดึงส์ชั้นยามา ให้เป็นมนุษย์ สภาพที่เป็นบาป ชั้นดุสิต ชั้นนิมมานรดี ชั้นปรนิมมิต เป็นดวงดำติดอยู่ในศูนย์กลางดวง วสวัตดีสูงขึ้นไปตามสภาพของธรรม ธรรม ที่ทำให้เป็นมนุษย์แบบเดียว ดึงดูดกันเอง ว่าตนได้กระทำความ กัน ถ้าดวงบุญใหญ่โตกว่าก็นำไป ดีไว้ขนาดเท่าไร ควรอยู่ควรเกิดใน สู่สวรรค์ ถ้าดวงบาปใหญ่โตกว่าก็ ที่ไหน เมื่อตรงกับอายตนะไหน นำไปสู่นรก ใครจะแก้ไขอย่างใด อายตนะนั้นก็ดึงดูดไป เขามีอายตนะ อย่างหนึ่งไม่ได้ทั้งนั้น ย่อมเป็นไป สำหรับเหนี่ยวรั้งและดึงดูดกันทั้งนั้น เจ้าภาพ และสาธุชนทั้งหลาย ตามคติของตน เหมือนหญิงชาย เราติดอยู่ในมนุษย์นี้ไปไหนได้เมื่อไร บรรดาสโมสรในสถานที่นี้ทุกถ้วน จะเป็นสามีภรรยากัน ใครก็แล้วแต่ ไปไม่ได้ทั้งนั้น อยากจะตายก็ตาย หน้า อาตมภาพชี้แจงแสดงมาพอ จะต้องตกลงใจของกันและกันเอง ไม่ได้ บ่นไปเถอะก็ไม่ตาย แต่พอ สมควรแก่เวลาสมมติว่ายุติธรรมิกถา ฉะนั้นการที่สัตว์จะไปสู่ทุคติ ถึงกำหนดไม่อยากตายก็ต้องตาย โดยอรรถนิยมความเพียงเท่านี้ ภพดึงดูดมีอยู่ ทำความชั่ว ไม่มี จะถูกบังคับบัญชาอย่างนี้ ดึงดูด ความดีเข้าไปจุนเจือเลย แม้เพียง อย่างนี้เสมอไป เหตุนี้เราจึงได้แสวง เท่าปลายผมปลายขน พอแตกกาย หาบุญ บุญจะได้ดึงดูดไปสู่สุคติ กรกฎาคม ๒๕๓๕ กัลยาณมิตร ๑๕
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More