พระวิหารพระนอน วารสารกัลยาณมิตร ปี 2535 ฉบับที่ 7 หน้า 82
หน้าที่ 82 / 113

สรุปเนื้อหา

พระวิหารมีพระพุทธรูปสัมฤทธิ์ประดิษฐานบน แท่นตั้งเป็นระยะ ๆ เคยมี ๖๐ องค์นะ ก็นับฐาน ไงล่ะ เดี๋ยวนี้ไม่ถึงหรอก ก็มีคนใจบาปหยาบ ช้างัดกุญแจเข้ามาตัดเศียรพระไปบ้าง ยกไปทั้ง องค์บ้าง บางคนก็มือแสนบอนขูดขีดพระพักตร์ หักยอดพระเมาลีบ้าง หักพระกรบ้าง น่าสลดใจ จริง ๆ นะ ไม่รู้คนพวกนั้นมีศาสนารึเปล่า เลย ทำให้นึกถึงบทพระราชนิพนธ์รัชกาลที่ ๓ ที่ยัง นำมาใช้ได้จนบัดนี้ที่ว่า “ทุกวันนี้มีแต่พาลสันดานหยาบ ประพฤติบาปไปเสียสิ้นแผ่นดินกระฉ่อน” เฮ้อ! แล้วฉันก็บังอาจสงสารเจ้าอาวาส ที่จะต้องรับภาระพยายามหาทุนรอนมาซ่อม แซมอยู่เสมอ น้าน้อยบอกว่าดูจากลักษณะ พระพุทธรูปที่เหลืออยู่ น่าจะเป็นฝีมือช่าง เชียงแสนและช่างสุโขทัยนะ เข้าใจว่ารัชกาล ที่ ๓ คงมีพระราชประสงค์จะทำพิพิธภัณฑ์ พระพุทธรูปแสดงสกุลช่างหล่อพระต่าง ๆ ของ

หัวข้อประเด็น

- พระวิหารพระนอน

ข้อความต้นฉบับในหน้า

พระวิหารมีพระพุทธรูปสัมฤทธิ์ประดิษฐานบน แท่นตั้งเป็นระยะ ๆ เคยมี ๖๐ องค์นะ ก็นับฐาน ไงล่ะ เดี๋ยวนี้ไม่ถึงหรอก ก็มีคนใจบาปหยาบ ช้างัดกุญแจเข้ามาตัดเศียรพระไปบ้าง ยกไปทั้ง องค์บ้าง บางคนก็มือแสนบอนขูดขีดพระพักตร์ หักยอดพระเมาลีบ้าง หักพระกรบ้าง น่าสลดใจ จริง ๆ นะ ไม่รู้คนพวกนั้นมีศาสนารึเปล่า เลย ทำให้นึกถึงบทพระราชนิพนธ์รัชกาลที่ ๓ ที่ยัง นำมาใช้ได้จนบัดนี้ที่ว่า “ทุกวันนี้มีแต่พาลสันดานหยาบ ประพฤติบาปไปเสียสิ้นแผ่นดินกระฉ่อน” เฮ้อ! แล้วฉันก็บังอาจสงสารเจ้าอาวาส ที่จะต้องรับภาระพยายามหาทุนรอนมาซ่อม แซมอยู่เสมอ น้าน้อยบอกว่าดูจากลักษณะ พระพุทธรูปที่เหลืออยู่ น่าจะเป็นฝีมือช่าง เชียงแสนและช่างสุโขทัยนะ เข้าใจว่ารัชกาล ที่ ๓ คงมีพระราชประสงค์จะทำพิพิธภัณฑ์ พระพุทธรูปแสดงสกุลช่างหล่อพระต่าง ๆ ของไทยกระมัง จึงโปรดให้นำมาประดิษฐานที่ พระระเบียง บริเวณลานภายในรอบพระวิหารพระ นอน มีพระเจดีย์ย่อมุมไม้สิบสองถึง ๓๒ องค์ เพิ่งได้รับการปฏิสังขรณ์และทาสีใหม่ ยังขาว สะอาดเอี่ยมอยู่เลยจ้ะ หลังคาพระวิหาร มองด้านหน้าและ หลังเห็นซ้อนกัน ๒ ชั้น ก็จริงอยู่ แต่ด้าน (บน) พระเจดีย์ย่อ ข้างลดเป็น ๔ ระดับนะ มุงกระเบื้องเคลือบ มุมไม้สิบสอง ไทยแบบเดียวกับพระอุโบสถ และไม่มีช่อฟ้า ๓๒ องค์ บริเวณ ใบระกา หางหงส์เช่นกัน ฉันคิดว่า หน้าบันพระวิหารก็งามไม่น้อย แต่ไม่งามเท่าหน้าบันพระอุโบสถ ซึ่งตกแต่ง ด้วยตุ๊กตากระเบื้องเคลือบสีรูปต่าง ๆ ทำให้ ดูมีชีวิตชีวา ส่วนหน้าบันพระวิหารฯ เป็นลาย ปูนปั้นระบายสีมากกว่า มีถ้วยชามกระเบื้อง เคลือบประดับบ้างตามขอบเท่านั้น มาทราบ ลานล้อมพระวิหาร พระพุทธไสยาสน์ T สงครามโลก เงินวัดก็ไม่ค่อยมี จึงปั้นปูนแปะ ติดแล้วลงสีแทน อย่างไรก็ตาม ก็พอจะบอกเบญจ์ได้ว่า หน้าบันทางทิศใต้นั้นด้านล่างเป็นรูปมังกร ว่ายน้ำพ่นไฟเข้าหากัน โดยมีเก๋งจีนเล็ก ๆ คั่นกลาง ข้าง ๆ ยังมีสิงโตและกิเลน เหนือ ขึ้นไปตรงสามเหลี่ยมหน้าจั่วเป็นลายดอก เบญจมาศ นกบิน เซียนขึ้นก (พี่นิภาบอกนะ) ตรงกลางทำเป็นวงกลม มีรูปไก่อยู่ตรงกลาง ส่วนด้านเหนือก็คล้ายกับทิศใต้ แต่ตรงกลาง จากหนังสือว่าเคยชำรุดทรุดพังลงมา ทางวัด หากระเบื้องแบบเดิมไม่ได้ ด้วยเป็นสมัย เป็นรูปไก่ฟ้าแทนจ้ะ เอ...ไม่รู้ว่ารัชกาลที่ ๓ ประสูติปีระกาหรือเปล่า ว่าง ๆ ต้องไปคว้าที่ ๔๐ กัลยาณมิตร กรกฎาคม ๒๕๓๕
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More