การวัดกรรม วารสารกัลยาณมิตร ปี 2535 ฉบับที่ 7 หน้า 42
หน้าที่ 42 / 113

สรุปเนื้อหา

เอง เครื่องวัดจะวัดผลได้ชัดหรือไม่ชัดยังขึ้น อยู่กับเวลา และกรรมหนักหรือกรรม เบาด้วย ๓.วัดด้วยคุณโทษที่เกิดแก่สังคม บางแห่งพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงให้ ข้อพิจารณาไว้ว่า “กรรมใดทำแล้วร้อนเขาร้อน เรา อย่าทำ เพราะเป็นกรรมชั่ว กรรมใดทำแล้วเย็นเขาเย็นเรา ทำ เถิดเพราะเป็นกรรมดี” วิธีนี้คำนึงผลที่ถึงทั้งแก่ตัวเอง และคนอื่น คือมองทั้งสังคม บางคน ทำอะไรแล้ว คิดว่าเป็นเรื่องส่วนตัว ๒.วัดด้วยคุณโทษที่เกิดแก่ตน คนอื่นไม่ควรมาเพ่งเล็งเดือดร้อน พูด หยาบ ๆ ว่า ไม่หนักหัวใคร ฉันจะ แต่งตัวโป๊ ๆ เปลือย ๆ ชะเวิกชะวาก ก็เรื่องของฉัน ผิดตรงไหน ตอบว่าผิด เพราะทำให้กามราคะกำเริบ ตัวเองก็ ร้อนคนอื่นก็ร้อน ตัวเองร้อนรนอยาก ให้คนอื่นมาดู ส่วนคนอื่นดูแล้วก็ “บุคคลทำกรรมไว้แล้ว เดือด ร้อนใจในภายหลัง มีหน้าชุ่มด้วยน้ำตา กร

หัวข้อประเด็น

- การวัดกรรม

ข้อความต้นฉบับในหน้า

เอง เครื่องวัดจะวัดผลได้ชัดหรือไม่ชัดยังขึ้น อยู่กับเวลา และกรรมหนักหรือกรรม เบาด้วย ๓.วัดด้วยคุณโทษที่เกิดแก่สังคม บางแห่งพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงให้ ข้อพิจารณาไว้ว่า “กรรมใดทำแล้วร้อนเขาร้อน เรา อย่าทำ เพราะเป็นกรรมชั่ว กรรมใดทำแล้วเย็นเขาเย็นเรา ทำ เถิดเพราะเป็นกรรมดี” วิธีนี้คำนึงผลที่ถึงทั้งแก่ตัวเอง และคนอื่น คือมองทั้งสังคม บางคน ทำอะไรแล้ว คิดว่าเป็นเรื่องส่วนตัว ๒.วัดด้วยคุณโทษที่เกิดแก่ตน คนอื่นไม่ควรมาเพ่งเล็งเดือดร้อน พูด หยาบ ๆ ว่า ไม่หนักหัวใคร ฉันจะ แต่งตัวโป๊ ๆ เปลือย ๆ ชะเวิกชะวาก ก็เรื่องของฉัน ผิดตรงไหน ตอบว่าผิด เพราะทำให้กามราคะกำเริบ ตัวเองก็ ร้อนคนอื่นก็ร้อน ตัวเองร้อนรนอยาก ให้คนอื่นมาดู ส่วนคนอื่นดูแล้วก็ “บุคคลทำกรรมไว้แล้ว เดือด ร้อนใจในภายหลัง มีหน้าชุ่มด้วยน้ำตา กรรมนั้นไม่ดีเลย ไม่ดีเลย บุคคลทำกรรมใด ไว้ไม่เดือดร้อนใจภายหลัง มีจิตอิ่ม เอิบดีใจ กรรมนั้นดีแล้ว” คำว่า ภายหลัง นับแต่เมื่อใด ท่านให้ นับตั้งแต่วินาทีที่ทำกรรมนั้น สำเร็จ เช่น คนดื่มเหล้า ทันทีที่เหล้า กระทบลิ้นล่วงลงไปในลำคอ กรรมก็ สำเร็จ บางคนสังเกตได้จากใบหน้าที่ ร้อนใจตาม ๔.วัดด้วยมโนธรรม คือ “กรรม ใดทำแล้วติเตียนตัวเองได้ อย่าทำ เพราะเป็นกรรมชั่ว กรรมใดทำแล้ว ติเตียนตัวเองไม่ได้ ทำเถิดเพราะ เทยเก เป็นกรรมดี” อาการร้อนใจ หรือไม่ร้อนใจ คำว่าติเตียนตัวเองนี้สำคัญมาก ในภายหลังนี้ บางทีผลก็ออกช้า จน การกระทำใด ๆ ก็ตาม ถ้าทำแล้ว ว่าไม่ได้ทำชั่ว เช่น ปล่อยปละละเลย เพราะคนอื่นที่เรายังเดินหนีได้ ไม่ได้ ที่ต้องติ ก า ร ก ร ะ ทำ เตี ย น ตั ว เ อ ง น ห นี ไม่ พ้น ยิ่งกว่า โ ด น ต า ม ด่า เพราะมัน ตาม ด่าไป ทุก อ ก ทุ ก มุม ทั้ ง ก ล า ง วั น ทั้งกลางวัน ซ ท ก ล า ง คื น ทำให้ครูบาอาจารย์บางคนเข้าใจผิดคิด ตัวเองยังติเตียนตัวเองนี่น่ากลัวมาก ลูกศิษย์ไม่อยากเรียนก็ไม่ต้องเรียน ยินเสียแล้วก็แล้วกัน หรือบางทีเขา เวลาสอบก็ปล่อย ๆ สอบตกก็ไม่ให้ตก ติเตียนเราทั้ง ๆ ที่เราไม่ได้ผิด เขา ลูกศิษย์ชอบอกชอบใจเลยหลงคิดว่า เข้าใจผิดเองก็เป็นเรื่องธรรมดา เรา ทำดี ต่อภายหลังเมื่อลูกศิษย์เรียนจบ ยังภูมิใจได้ว่าเราไม่ผิด แต่การกระทำ ชั้นประถมแล้วยังอ่านหนังสือไม่ออก ที่ต้องติเตียนตัวเองนี่ หนีไม่พ้น ยิ่ง สักตัว จึงร้อนใจ บางคนต้องรอจน ถูกต่อว่าต่อขานจึงร้อนใจ เพราะฉะนั้น ๔๐ กัลยาณมิตร กรกฎาคม ๒๕๓๕ กว่าโดนตามด่า เพราะมันตามด่าไป ทุกซอกทุกมุม ทั้งกลางวันกลางคืน
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More