ข้อความต้นฉบับในหน้า
โลกนาถว่า
“ เมื่อทรงรับข้าวสุก ไม่ทรง
บาตรรับ ไม่ทรงลดบาตรลงรับ ไม่ทรง
จ้องบาตรคอยรับ ไม่ทรงแกว่งบาตรรับ
ทรงรับข้าวสุกไม่น้อยนักไม่มากนัก ทรง
รับกับข้าวเสวยพระกระยาหารพอประ
มาณเหมาะกับข้าว ไม่ทรงน้อมคำ
ข้าวให้เกินกว่ากับ ทรงเคี้ยวคำข้าว
ในพระโอษฐ์สองสามครั้งแล้วทรงกลืน
(พระองค์มีลักษณะพระทนต์ พระโอษฐ์
และอวัยวะทุกส่วน ทั้งภายนอกภาย
ในสมบูรณ์กว่าคนทั่ว ๆ ไป) เยื่อข้าว
สุกยังไม่ระคนกันดีเล็กน้อย ย่อมเข้า
ทำให้เกิด
สู่พระกาย ย่อมไม่มีเยื่อข้าวสุกแม้
ส่วนผู้ที่บริโภคมาก เกินพอดี ส่วนเกินไปให้เป็นไขมัน
พระพุทธองค์ก็ทรงค่อย ๆ แนะนำ เช่น เป็นโรคอ้วน
“ผู้ที่บริโภคมาก เกินพอดี
เปรียบเหมือนเกวียนที่บรรทุกของ การบริโภคของพุทธสาวก
หนักจนเคลื่อนที่ไปไม่ค่อยจะไหว เมื่อ เคยมีผู้ถามคำถามกับพระสารี
ขนของลงเสียบ้าง ก็จะแล่นไปได้เร็ว บุตรว่า “ภิกษุผู้ประมาณในโภชนะ
ขึ้น และไม่เหนื่อยยากต่อสัตว์ที่ใช้ เป็นอย่างไร?” พระอัครสาวกเบื้องขวา
เทียมเกวียน ซึ่งได้แก่สังขารของเรา ได้ตอบว่า “ภิกษุในพระธรรมวินัยนี้
นั่นเอง” แล้วพระองค์ทรงแนะนำต่อ พิจารณาอย่างรอบคอบแล้ว จึงฉัน
ไปว่า “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เธอจงวิด อาหาร ไม่ฉันเพื่อเล่น ไม่ฉันเพื่อมัว
เรือซึ่งเปรียบประดุจสังขารของเรานี้ เมา เพื่อประดับ เพื่อตกแต่ง ย่อม
เรืออันเธอวิดแล้วจะเบา เมื่อเบาก็วิ่ง ฉันเพียงเพื่อให้กายนี้ดำรงอยู่ได้..
ได้เร็ว เมื่อวิ่งได้เร็วก็ย่อมจะไปถึงฝั่ง เพื่อให้กายนี้เป็นไป เพื่อกำจัดความ
(คือพระนิพพาน) ได้โดยง่าย”
เจ็บปวดเสียดแทง เพื่ออนุเคราะห์
ศาสตราจารย์นายแพทย์สนอง พรหมจรรย์ด้วยคิดว่า ด้วยเหตุนี้ฉัน
อูนากูล ได้กล่าวถึงโทษของการบริโภค อาหารนี้เราจักกำจัดเวทนาเก่าและจัก
ไม่ให้เวทนาใหม่เกิดขึ้น เราจักมีกาย
ที่เกินพอดี ๓ ข้อคือ
๑.
เกิดกากซึ่งเป็นพิษมาก ได้ ที่ไปได้นานไม่มีโทษ มีแต่ความสุข
แก่กรดยูริค ที่เป็นสาเหตุของโรคเก๊าท์ สำราญ...”
เป็นเหตุให้เกิดหลอดเลือดตีบแข็ง การเสวยของพระพุทธเจ้า
หน่อยหนึ่งอยู่ในพระโอษฐ์
เมื่อเสวยพระกระยาหาร ทรง
ทราบรสเป็นอย่างดี แต่ไม่ทรงทราบ
ด้วยอำนาจความกำหนัดในรส
G
พระพุทธองค์เสวยพระกระยา
หาร ประกอบด้วยองค์ ๘ ประการคือ
ไม่เสวยเพื่อเล่น, ไม่เสวยเพื่อมัวเมา,
ไม่เสวยเพื่อประดับ, ไม่เสวยเพื่อตก
แต่ง, เสวยเพียงเพื่อดำรงพระกายนี้
ไว้ เพื่อยังพระชนม์ชีพให้เป็นไป
เพื่อป้องกันความลำบาก, เพื่อทรง
อนุเคราะห์พรหมจรรย์
ด้วยทรงพระดำริว่าเพียงเท่านี้
จักกำจัดเวทนาเก่าได้ จักไม่ให้เวทนา
ใหม่เกิดขึ้น ร่างกายของเราจักเป็นไป
โดยสะดวก จักไม่มีโทษ และจักมี
ความอยู่สำราญ
เมื่อเสวยเสร็จแล้ว ประทับนิ่ง
เฉยอยู่ครู่หนึ่ง แต่ไม่ทรงยังเวลาแห่ง
การอนุโมทนาให้ว่างไป เสวยเสร็จ
๒. คอเลสเตอรอลในเลือดสูง
แรงดันเลือดสูง และโรคหลอดเลือด
อุตตรมานพ ผู้คอยติดตาม
แล้วก็ทรงอนุโมทนา ไม่ทรงติเตียนภัต
หัวใจได้ง่าย
สังเกตพุทธจริยาวัตรของพระพุทธองค์ นั้น ไม่ทรงหวังภัยอื่น ทรงชี้แจงให้
๓. ร่างกายจะเปลี่ยนอาหาร ได้กล่าวถึงการเสวยของพระจอมไตร บริษัทนั้นเห็นแจ้ง ให้สมาทาน ให้
ธันวาคม ๒๕๓๕ กัลยาณมิตร ๒๗