ข้อความต้นฉบับในหน้า
ประชาราษฎร์รู้สึกอบอุ่นใจ โจรผู้ ก็ยังไม่ทรงแน่พระทัยว่าจะสำเร็จ
ค
รั้งหนึ่งในอดีตกาล
ณ
เมืองพาราณสี มีกษัตริย์
พระองค์หนึ่ง ทรงพระนามว่า
ร้ายก็สงบราบคาบลง
ในระหว่างนั้นเอง พระมหา
หรือไม่ ดีไม่ดีจะกลายเป็นการหัก
ด้ามพร้าด้วยเข่า หรือถึงทรงทำได้
พระเจ้าพรหมทัต พระองค์ทรงตั้ง
อยู่ในทศพิธราชธรรม
อุปราชพรหมทัตทรงพบว่า
ยังมี
สำเร็จ ก็ไม่ใช่เป็นวิธีแก้ปัญหาแบบ
ปกครอง ราษฎรชาวเมืองพาราณสีส่วนใหญ่
ถอนรากถอนโคน ประชาชนที่หลง
งมงายมาก ๆ
อาจจะแอบไป
มา
เทวดาที่ตนคิดว่าศักดิ์สิทธิ์ ให้ช่วย
ต่อมาเมื่อพระองค์มีพระราช
ดลบันดาลความสำเร็จให้ตามที่ตน
ทรงคำนึงถึงภาษิตโบราณที่
บ้านเมืองให้สงบร่มเย็นเป็นสุขตลอด มีความเห็นผิด ชอบบนบานผีสาง
โอรสพระองค์หนึ่ง ซึ่งประสูติจาก
พระอัครมเหสี ทรงพระราชทาน
นามพระโอรสว่า พรหมทัต เช่น
เดียวกับพระนามของพระองค์เอง
พระราชกุมารพรหมทัต มี
กระทำพลีกรรมในที่ลับ ๆ ก็ได้
ปรารถนา โดยไม่คิดทำมาหากิน ใช้ ว่า “น้ำเชี่ยว อย่าขวางเรือ” แล้วทรง
เรี่ยวแรงความพยายามและสติปัญญา ตัดสินพระทัยที่จะดำเนินนโยบาย
ช่วยเหลือตนเอง
ยิ่งนานวันประชาชนเหล่านั้น
ก็ยิ่งกลายเป็นคนโง่ไร้เหตุผล
จะ
พระสติปัญญาเฉลียวฉลาดต่างกว่า ทำการงานอะไร ก็ต้องเสียเวลารอ
เด็กทั้งหลายมาก เมื่อเจริญพระ
ชันษาได้เพียง ๑๖ ชันษา ก็ทรง
ฤกษ์รสยาม จนกระทั่งบางครั้งก็
เสียงาน และที่สำคัญที่สุดคือ กลาย
ศึกษาศิลปศาสตร์ชั้นสูงในสมัยนั้น เป็นคนเกียจคร้านและตื่นข่าวง่าย
แขนงยิ่งกว่านั้น
สำเร็จหมดทั้ง ๑๘
ยังเจนจบไตรเพทอีกด้วย
ประชาชนชาวเมืองพาราณสี
มีความภูมิใจในความเป็นอัจฉริยะ
ของพระกุมารโดยทั่วหน้ากัน และ
ถือพระองค์เสมือนเป็นความหวังอัน
สูงสุดของประชาชาติ
ดังนั้น ในเวลาต่อมา พระ
ราชบิดาจึงพระราชทานตำแหน่ง
โอนอ่อนผ่อนตาม ด้วยวิธีการอย่าง
ใดอย่างหนึ่ง
วันหนึ่ง เมื่อพระมหาอุปราช
พรหมทัตเสด็จออกเยี่ยมเยียนราษฎร
ตามปกติ ทรงสังเกตเห็นคนจำนวน
มาก ถือเครื่องเซ่นบวงสรวงไปที่
ต้นไทรใหญ่ต้นหนึ่ง แล้วต่างคนก็
ในการกระทำพลีกรรมต่าง ๆ บวงสรวง เซ่นไหว้บนบานขอให้
เพื่อให้ผีสางเทวดาโปรดปราน ก็ เทวดาซึ่งพวกเขาหลงเชื่อว่าสิงสถิต
มักนิยมฆ่าสัตว์ตัดชีวิต เอาไปบวง ที่ต้นไทรนั้นประทานสิ่งต่าง ๆ ตามที่
สรวงเซ่นไหว้กันเป็นส่วนมากเสียง พวกเขาต้องการ เช่น ลูกชาย ลูก
สัตว์ที่กำลังจะถูกฆ่า ร้องระงมไม่
เคยขาด พระองค์ทรงรู้สึกสังเวช
พระทัยเป็นอย่างยิ่ง ที่สัตว์จำนวน
หญิง ยศศักดิ์ และทรัพย์สินเงินทอง
เป็นต้น
พระมหาอุปราชพรหมทัต
มากมาย ต้องมาสิ้นชีวิตลงเพราะ ทอดพระเนตรแล้ว ก็ทรงคิดอุบาย
ความงมงายของชาวเมืองทั้งหลาย ได้ทันที จึงมีรับสั่งให้หยุดขบวน
มหาอุปราชให้แก่พรหมทัตกุมาร ดังนั้นพระองค์จึงทรงตั้งพระปณิธาน แล้วเสด็จไปที่ต้นไทรใหญ่นั้น ทรง
พระราชโอรส เพื่อจะได้ทรงช่วย เอาไว้ว่าวันใดที่พระองค์ขึ้นครองราช แสร้งทำที่เป็นบนบานต่อเทพยดา
ราชการงานแผ่นดินได้เต็มที่ และ
สมบัติแล้ว จะไม่ยอมให้มีการฆ่าสัตว์
ใกล้ชิดประชาชนยิ่งขึ้น
ด้วยอาการนบนอบ เช่นเดียวกับที่
ตัดชีวิตสังเวยผีสางเทวดาเป็นอันขาด ชาวบ้านชาวเมืองทั้งหลายกระทำ
เมื่อพรหมทัตกุมารทรงดำรง ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา พระมหา
ตำแหน่งมหาอุปราชแล้ว พระองค์ อุปราชพรหมทัตก็ทรงครุ่นคิด ตร
ก็มิได้ทรงนิ่งนอนพระทัย หรือเห็น ตรอง หาอุบายที่จะแก้ความเห็นผิด
แก่ความสุขส่วนพระองค์ แต่โปรดที่ เหล่านั้น ในที่สุดทรงดำริว่า หาก
จะเสด็จตระเวนเยี่ยมเยียน บำบัด
ทุกข์ บำรุงสุขของราษฎรทั้งใกล้
พระองค์จะทรงใช้อำนาจของตำ
แหน่งมหาอุปราชในเวลานี้ สั่งห้าม
และไกลอยู่เสมอ มิได้ว่างเว้น ทำให้ ประชาชนฆ่าสัตว์เพื่อสังเวยเทวดา
กัน
หลังจากวันนั้นแล้ว พระองค์
ก็เสด็จไปที่ต้นไทรนั้นเสมอ ๆ โดย
ทรงนำดอกไม้ของหอมต่าง ๆ ไป
บูชา ทำที่เป็นกล่าวคำอ้อนวอนต่อ
เทพยดาทุกครั้ง
ประชาชนนักบนเทวดาทั้ง
๔๒ กัลยาณมิตร ธันวาคม ๒๕๕๕