ข้อความต้นฉบับในหน้า
หลายเห็นพระองค์ทรงปฏิบัติเช่นนั้น มีการฆ่าสัตว์เพื่อสังเวยเทวดา ให้
อยู่เนือง ๆ ก็พากันชื่นชมยกย่อง
เพราะหลงเข้าใจว่าพระมหาอุปราช
ทรงนิยมการบนบานเช่นเดียวกับ
พวกตน
ต่อมา เมื่อพระเจ้าพรหมทัต
พระราชบิดาเสด็จสวรรคต พระมหา
สัมฤทธิ์ผลเสียที จึงทรงเรียกประชุม
เสนาอำมาตย์ และประชาชนคน
สำคัญในเมือง เช่น พวกพราหมณ์
เศรษฐี และคหบดี แล้วตรัสปรารภว่า
“ท่านทั้งหลาย บัดนี้เราได้
ครองราชสมบัติ ปกครองไพร่ฟ้า
“เคยเห็น พระเจ้าข้า” ทุก
คนต่างตอบเป็นเสียงเดียวกัน
พระองค์จึงตรัสต่อไปว่า
“เมื่อก่อนนั้น เราได้บนกับ
ต้นไทรไว้ว่า ถ้าเราได้ครองราช
สมบัติ เราจะทำพิธีบูชายัญ แล้ว
เดี๋ยวนี้ เราก็ได้ครองราชสมบัติ
อุปราชได้เสด็จขึ้นครองราชย์ตาม ประชาราษฎร์ให้อยู่เย็นเป็นสุข สมใจแล้ว เพราะเทวดาช่วยเรา
พระราชประเพณีแล้ว พระองค์ทรง สมดังความปรารถนาของเราแล้ว แท้ ๆ ทีเดียว”
บริหารพระราชภารกิจต่างๆ ได้เป็น
ประชาชนต่างทำมาหากินกันโดย
ราชสมบัติ
ท่านทราบไหมว่า ทำไมเราถึงได้
ที่เรียบร้อย ทรงตั้งอยู่ในธรรม
“ขอเดชะ ข้าพระพุทธเจ้า
ตรัสแล้วพระองค์ทรงทอด
พระเนตรไปรอบ ๆ ราวกับจะเป็น
หาตัวผู้อาสาช่วยเหลืองานพลางตรัส
สะดวก ได้รับความผาสุกโดยทั่ว ทั้งหลายไม่ทราบเกล้า พระเจ้าข้า”
ต่อไปว่า
หน้ากัน
วันหนึ่ง พระองค์ทรงดำริว่า
อำมาตย์ทั้งหลายตอบ
“เราจะบอกให้ เมื่อครั้งที่
ถึงเวลาอันสมควรแล้ว ที่จะทรง เราเป็นมหาอุปราช เราได้ไปบูชา
ทำให้พระปณิธานที่ทรงตั้งไว้ตั้งแต่ ต้นไทรใหญ่ต้นหนึ่ง ท่านทั้งหลาย
ครั้งเป็นพระมหาอุปราชว่า จะไม่ให้ ก็เห็นไม่ใช่หรือ?”
“ธรรมดาคนเราต้องรักษา
สัจจะ บัดนี้เราได้รับราชสมบัติแล้ว
เราจึงต้องเรียกพวกท่านทั้งหลาย
มาประชุมกัน เพื่อขอร้องให้ช่วย
จัดเครื่องพลีกรรมแก้บนให้เรา ให้
ธันวาคม ๒๕๓๕ กัลยาณมิตร ๙๒