ข้อความต้นฉบับในหน้า
หลวงพ่อตอบปัญหา
สัมพุทธเจ้าทรงใช้
แมวจองล้างจองผลาญหนูได้ก็คงจะ
ดีนะ พอคิดว่าดีนะก็นั่งหลับตาเจริญ
ภาวนาเรื่อยไป ยืน เดิน ก็ใจจดจ่อ
อยู่ในศูนย์กลางกาย พักเดียวเป็น
พระอรหันต์ไปแล้ว ท่านได้แมวเป็น
ครู เป็นโสตทัศนูปกรณ์ชั้นเยี่ยม
ตามธรรมชาติ
มีพระภิกษุรูปหนึ่ง ท่านเห็น
เต่าคลานงุ่มง่าม ๆ เมื่อมันเจอสุนัข
เท่านั้นแหละ มันหดหัว หดขาอีกสี่
ข้าง เป็นห้าละนะ หดหางเข้าไปด้วย
เป็นหกทาง ท่านคิดถึงธรรมะที่ท่าน
ไม่ควรดูอย่าดู ไม่ควรดื่มอย่าดม ไม่
ควรลิ้มอย่าลิ้ม ไม่ควรฟังอย่าฟัง ไม่
ควรสัมผัสก็อย่าไปสัมผัส แล้วก็อะไร
ไม่ควรคิดก็อย่าไปคิด ไม่ว่าจะยืนเดิน
นั่งนอน ก็สำรวมใจหยุดนิ่งเข้าศูนย์
กลายเป็นโสตทัศนูปกรณ์ที่พระสัมมา ถึงความไม่เที่ยงแห่งสังขาร ใจจึง ปฏิบัติอยู่ ถ้าเราทำแบบเต่านะ เรา
หยุดดิ่งเข้าถึงธรรมกายอรหัต หมด คงเป็นพระอรหันต์กับเขาได้จึงสำรวม
แม้พระภิกษุสมัยนั้นก็เช่นกัน กิเลสเป็นพระอรหันต์ตรงนั้นเอง ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ทุกอย่าง
อาศัยโสตทัศนูปกรณ์จากธรรมชาติ พระภิกษุบางรูปเห็นแมว ก็ ไม่ไปเอาเรื่องเอาราวกับสิ่งนั้น ๆ อะไร
ในการฝึกตัว คือฝึกตัวเองให้มอง ใช้แมวเป็นโสตทัศนูปกรณ์ มีเรื่อง
ทุกสิ่งทุกอย่างสองข้างทางเป็นธรรมะ เล่าว่า พระเถระท่านหนึ่งนั่งอยู่ในกุฏิ
ให้หมด หัดมองให้ได้ แต่คนที่จะ เนื่องจากกุฏิอยู่ใกล้กับหมู่บ้าน ซึ่งมี
ทำได้จำเป็นอยู่อย่างหนึ่งคือ จะต้อง หนู แมวมาไล่จับหนูเสียงดังรบกวน
เป็นคนช่างสังเกต แล้วก็มองโลกใน การทำภาวนาทั้งวันทั้งคืน ก็เลยหนี
แง่ดีอีกด้วย ถ้าช่างสังเกตแต่ว่าเป็น ไปเจริญภาวนาในป่า แมวป่าก็ไล่จับ กลางกาย พักเดียวเป็นพระอรหันต์
คนมองโลกในแง่ร้าย จะหาธรรมะ หนูอีก จึงย้ายไปอยู่ในถ้ำ ในถ้ำก็มี ไปแล้วเอาเป็นครูเป็นโสตทัศนูปกรณ์
แมว แมวถ้ำก็ไล่จับหนูอีกนั่นแหละ เขาก็เป็นพระอรหันต์กันได้ เพราะ
การจับผิดผู้อื่นหรือการมอง ท่านไม่รู้จะหลบเสียงรบกวนไปไหน ฉะนั้น พวกเราเลิกจับผิดคนอื่น แต่
โลกในแง่ร้ายมีน้อยเท่าไร การเห็น อีกแล้ว เพราะอยู่ที่ไหนแมวก็ไล่จับ จับผิดตนเองแทน แล้วสังเกตธรรม
ธรรมะสองข้างทางก็จะได้ง่ายมากขึ้น หนูไม่ยอมเลิกรา
ชาติสองข้างทาง ก็จะมีโสตทัศนู
ท่านก็ได้คิดว่าแมวนี้มันดีนะ ปกรณ์ในการศึกษาธรรมะกันอย่าง
สองข้างทางไม่เจอเลย
เท่านั้น เป็นสัดส่วนผูกผันกัน กลับ
ตาลปัตรกัน เราเคยได้ยินกันมาว่า มันรักษาหน้าที่ของมันดีเหลือเกิน จึง เหลือเฟือ ไม่ช้าก็จะได้เข้าถึงธรรม
พระเถระในอดีต เดินทางผ่านป่ามา ตามจองล้างจองผลาญหนูไม่เลิกรา กายในตัว
ในฤดูใบไม้ร่วง เห็นใบไม้เหลืองร่วง ไม่ว่าในบ้าน ในป่า หรือในถ้ำ ถ้าเรา
หล่นเกลื่อนลงมา เห็นแค่นั้น ก็ได้คิด เองจองล้างจองผลาญกิเลสเหมือน
๔๖ กัลยาณมิตร ธันวาคม ๒๕๓๕
5