ข้อความต้นฉบับในหน้า
ยอมรับบทบาทขององค์การสหประชาชาติได้ ข้อจำกัด
ความขัดแย้งระหว่างประเทศ ในปัจจุบันปัญหาเปลี่ยน ยินยอมรับฟังเงื่อนไขการเจรจา อย่างไรก็ตาม มิใช่ว่า
แปลงรูปแบบไป เป็นความขัดแย้งระหว่างคนในชาติ การเจรจาจะประสบผลสำเร็จอย่างราบรื่น หรือสามารถ
นั้นเอง ตามกฎบัตรสหประชาชาติห้ามมิให้องค์การ หาข้อยุติที่นำความพึงพอใจมาสู่ทั้งสองฝ่ายได้ ผู้ทำ
สหประชาชาติเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับปัญหาภายในของประเทศ หน้าที่ทูตสันติภาพจึงต้องเป็นผู้ที่มีความวิริยะอุตสาหะ
ใดประเทศหนึ่ง องค์การสหประชาชาติจำเป็นจะต้อง มีไหวพริบปฏิภาณเป็นอย่างมาก อาจต้องเสี่ยงภัยถึง
เคารพในเอกสิทธิ์ของรัฐแต่ละรัฐ เพื่อให้นานาประเทศ แก่ชีวิตในระหว่างดำเนินการเจรจาก็มีตัวอย่างมาแล้ว
สันติภาพจะเกิดขึ้นได้ก็ด้วยความยินยอมพร้อมใจ
อันนี้เอง องค์การสหประชาชาติจึงมีสิทธิ์กระทำเพียง ของคู่กรณีทั้งสองฝ่าย แต่การจะรักษาสันติภาพให้มั่น
การให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมต่อประเทศที่ได้รับ คงยืนยาว ต้องขึ้นอยู่กับเงื่อนไขการเจรจาที่ตกลงกันไว้
ความเดือดร้อนจากสงครามกลางเมือง หรือจากภัย ว่าได้ให้ความยุติธรรมแก่กันและกันเพียงไร เพื่อให้การ
พิบัติทางธรรมชาติ โดยรัฐบาลของประเทศนั้นจะต้อง รักษาสันติภาพมีความเที่ยงธรรม องค์การสหประชา
ร้องขอความช่วยเหลืออย่างเป็นทางการเสียก่อน ชาติจึงใช้ศาลโลกเป็นผู้ตัดสิน และกำลังผลักดันให้มี
มาตรการป้องกันประการหนึ่งที่องค์การสหประชา กฎหมายระหว่างประเทศที่จะนำมาใช้ในกระบวนการการ
ชาตินำมาใช้ในกรณีเกิดสงครามกลางเมืองคือการกำหนด สร้างสันติภาพ ให้ได้กฎหมายนี้ภายในปี ค.ศ.๒๐๐๐
เขตปลอดทหาร และการกำหนดเขตห้ามบิน เพื่อป้อง
และองค์การสหประชาชาติจะจัดตั้งคณะกรรมาธิการ
กันกองทหารทั้งสองฝ่ายมิให้สู้รบกัน จะเห็นได้ชัดว่า ชุดหนึ่ง ให้ทำหน้าที่บริหารคู่กรณีให้ปฏิบัติตามกฎ
วิธีการปฏิบัติที่จะนำไปสู่การสร้างสันติภาพนั้น มิใช่สิ่ง
กระทำได้ง่ายเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับเจ้าหน้าที่
ธงชาติของบรรดาประเทศสมาชิกองค์การสหประชาชาติ เรียงราย
ขององค์การสหประชาชาติ ผู้ที่มีหน้าที่เข้าไปไกล่เกลี่ย อยู่ด้านหนึ่ง
คู่กรณี อาตมาขอยกตัวอย่างประสบการณ์ของเจ้าหน้าที่
คนหนึ่งที่ต้องเข้าไปมีส่วนแก้ไขปัญหาการสู้รบในอัฟกา
นิสถาน เขาขึ้นมาเล่าให้ที่ประชุม NGO ฟังว่า ขณะที่
สถานการณ์รุนแรงขึ้นนั้น ทูตสันติภาพของสหประชา
ชาติก็ไม่สามารถเจรจาไกล่เกลี่ยได้ เพราะไม่รู้ว่าใคร
เป็นใคร ไม่ทราบเบื้องหลังความขัดแย้งระหว่างชนเผ่า
ต่าง ๆ ไม่รู้ว่าใครรับคำสั่งจากใคร การหาหนทางที่จะ
นำคู่กรณีทั้ง ๒ ฝ่ายมานั่งร่วมโต๊ะประชุมหารือเพื่อลด
กำลังอาวุธของตน ยิ่งเป็นสิ่งที่ยากเหลือประมาณ
แต่หน้าที่ทูตสันติภาพนี้ ก็คงไม่มีรัฐบาลประเทศใด
เหมาะสมไปกว่าผู้แทนของสหประชาชาติอีกแล้ว เพราะ
องค์การสหประชาชาติอยู่ในฐานะเป็นกลาง ไม่ฝักใฝ่
ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง หรือกระทำเพื่อผลประโยชน์ของฝ่าย
ใดฝ่ายหนึ่ง แต่ทำเพื่อให้เกิดสันติภาพขึ้นเท่านั้น
ด้วยความบริสุทธิ์ใจเช่นนี้ จึงเป็นจุดเด่นที่ทำให้คู่กรณี
ธันวาคม ๒๕๓๕ กัลยาณมิตร ๕๕