ความรักและความสุข วารสารกัลยาณมิตร ปี 2535 ฉบับที่ 12 หน้า 108
หน้าที่ 108 / 113

สรุปเนื้อหา

วลามีข่าวเกี่ยวกับผู้ผิดหวังสืบเนื่องมาจากความรัก โดยเฉพาะวัยรุ่น หากมีการตั้ง คำถามว่า ความรักคือสิ่งใด ก็จะได้คำตอบกันไปคนละทิศคนละทาง แม้แต่นักเขียน นวนิยายก็ให้ทัศนะในนิยายไปต่าง ๆ นานา บ้างก็ว่าเป็นสุข บ้างก็ว่าเป็นทุกข์ ตาม แง่คิดในแต่ละมุมมองของตน หากจะแยกแยะออกไปให้ละเอียด ความรักก็คือพลัง เหมือน น้ำมันที่เป็นเชื้อเพลิงในรถยนต์ ส่วนความปรารถนาที่จะไปคือ จะให้เลี้ยวซ้ายหรือขวาอยู่ที่ พวงมาลัย คนขับคือใจ จะบังคับไปทิศทางใด ไปอย่างมัวเมาหรือมีสติ การขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมายคือ ความสุข สุขที่ทุกคนปรารถนาจึงต้องเลือกทำคือกรรม เสมือนขับรถไปพบทางสองแพร่ง ทางหนึ่งไปสถานเริงรมย์ ทางหนึ่งไปสถานศึกษา นั่นก็ หมายความว่า ในความสุขก็ยังต้องแยกเป็นสุขชั่วคราว กับสุขถาวร สุขชั่วคราวก็เหมือนบังคับพวงม

หัวข้อประเด็น

- ความรักและความสุข

ข้อความต้นฉบับในหน้า

คือ รัก และ วัง เ วลามีข่าวเกี่ยวกับผู้ผิดหวังสืบเนื่องมาจากความรัก โดยเฉพาะวัยรุ่น หากมีการตั้ง คำถามว่า ความรักคือสิ่งใด ก็จะได้คำตอบกันไปคนละทิศคนละทาง แม้แต่นักเขียน นวนิยายก็ให้ทัศนะในนิยายไปต่าง ๆ นานา บ้างก็ว่าเป็นสุข บ้างก็ว่าเป็นทุกข์ ตาม แง่คิดในแต่ละมุมมองของตน หากจะแยกแยะออกไปให้ละเอียด ความรักก็คือพลัง เหมือน น้ำมันที่เป็นเชื้อเพลิงในรถยนต์ ส่วนความปรารถนาที่จะไปคือ จะให้เลี้ยวซ้ายหรือขวาอยู่ที่ พวงมาลัย คนขับคือใจ จะบังคับไปทิศทางใด ไปอย่างมัวเมาหรือมีสติ การขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมายคือ ความสุข สุขที่ทุกคนปรารถนาจึงต้องเลือกทำคือกรรม เสมือนขับรถไปพบทางสองแพร่ง ทางหนึ่งไปสถานเริงรมย์ ทางหนึ่งไปสถานศึกษา นั่นก็ หมายความว่า ในความสุขก็ยังต้องแยกเป็นสุขชั่วคราว กับสุขถาวร สุขชั่วคราวก็เหมือนบังคับพวงมาลัยไปหาสิ่งที่เป็นของที่เช่าเขา เสมือนมีบ้านก็ไม่ใช่ บ้านของเรา เหมือนสถานเริงรมย์ เราไม่ใช่เจ้าของ ต้องเอาทุนที่หามาด้วยความเหนื่อยยากไป แลกมา พอหมดเวลาก็ต้องกลับ เขาจะทวงคืนเมื่อใดก็ได้ ส่วนสุขถาวร เหมือนมีสิ่งที่เป็นของเรา ใครจะเอาไปไม่ได้ ต้องแลกมาด้วยความ เหนื่อยยาก อดทน แต่จะมีความมั่นคงในอารมณ์ เพราะรู้ว่าเป้าหมายนั้นเป็นที่พึ่งพาอาศัย ไม่ใช่อย่างสถานเริงรมย์หวังสุขเพียงแต่เขายอมให้ ในความทุกข์ที่มี ถ้ามีแล้วแต่เป็นการขับพวงมาลัยไปหาสุขชั่วคราว เหมือนขับรถเตล็ด บิดไปให้น้ำมันหมด เพียงแต่ไปซื้อลูกอม ทั้งเสียเวลาและอารมณ์ ที่เสียอารมณ์ก็เพราะคาด หวังว่าจะได้รับการตอบสนองว่า จะได้สมกับที่ตั้งใจขับรถในระยะทางที่ยาวไกลเช่นนั้น ความหวังดีก็คือหวังจะให้มีจิตใจดี ไม่ใช่หวังจะให้เห็นว่าเราดี ที่อ้างว่ารักก็ล้วน แต่หวังจะให้เขามามองว่าเราดี ให้เขายึดว่าตัวเราต้องดี พอเขาไม่นิยมในความดีที่เราคิด ความไม่มั่นคงทางอารมณ์ก็เกิดอาการต่าง ๆ ก็ปรากฏออกมา เช่น น้อยอกน้อยใจ ติเตียน ต่อว่า ต่อขาน บางครั้งอาจลุกลามจนกลายเป็นทะเลาะเบาะแว้งก็มี ความหวังดีก็เหมือนรถที่บรรทุกแต่ความสุขไปให้ แล้วแล่นกลับด้วยความว่าง แต่การ หวังที่อยากให้ใครเห็นว่าเราดี คือ บรรทุกทั้งชาไปทั้งขากลับ เพราะตั้งใจจะไปแลกมิใช่ไปให้ เที่ยวไปก็บรรทุกด้วยความคาดหวัง เที่ยวกลับก็บรรทุกด้วยความเชื่อว่า เขาคงเห็นความดีนี้ ตลอดไป ซึ่งเป็นความหวังที่เจือด้วยความวิตกกังวล หวาดระแวง จิตใจที่ตั้งความหวังดี จึงอยู่ที่ว่า เราปรารถนาอะไรจากความหวังนี้ เมื่อลองทบทวน แล้วจะพบว่า ความทุกข์ล้วนเกิดจากการทำอะไรลงไปแล้วอยากให้เขาเห็นว่าเราดี เหตุนี้ก็จะ ไม่มีความพอดี ทำน้อยก็นึกว่ามาก ทำมากก็นึกว่าน้อย ขึ้นอยู่กับกระแสอารมณ์ที่ยินยอมให้ สถานการณ์ภายนอกมากำหนดใจของเรา ความรักที่แท้จริงก็คือ ความหวังที่ทำอะไรลงไปจะให้จิตใจดี ทำแล้วหวังได้จริง ๆ ว่า ต้อง “ดี” และมีความสุขทุกคน พบกันใหม่ในฉบับหน้า สวัสดีครับ สุเทพ ทิพย์ภวังค์ ๑๐๖ กัลยาณมิตร ธันวาคม ๒๕๕๕
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More