การบูชายัญและความสัตย์ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2535 ฉบับที่ 12 หน้า 98
หน้าที่ 98 / 113

สรุปเนื้อหา

ararn แ ลแล้วพระโพธิสัตว์ได้ทูล แล้วว่า พระเจ้าสุด พระเจ้าสุตโสมจะมาหรือไม่มา พระราชมารดาบิดาว่าได้ให้ ก็ช่างเถอะ รุกขเทวดาจะลงโทษเรา ปฏิญาณแก่โจรโปริสาทไว้ว่า อย่างไรก็ยอมรับทั้งสิ้น เราจักฆ่าพระ เมื่อมาพบพราหมณ์ตามนัดหมายแล้ว ราชาเหล่านี้แล้วทำพลีกรรมด้วยมังสะ จะเสด็จกลับไปหาโปริสาท มาก มีรส ๕ อย่าง ในขณะที่โปริสาทกำลัง พระราชมารดาบิดาทั้งสองอาลัย ก่อไฟลุกโพลงอยู่ นั่งถากหลาวรอให้ พยายามห้ามปรามด้วยเหตุผล ฟื้นกลายเป็นถ่านเสียก่อนนั่นเอง พระ นานาประการ และจะยกกองทัพไปปราบ โพธิสัตว์ก็เสด็จมาถึง โปริสาทโสมนัส โจรโปริสาท แต่สุดโสมทรงห้ามเสียทูลว่า ยิ่งนักทูลถามว่า ผู้เป็นโจรเช่นโปรสาทยังทำกิจที่ทำได้ยาก “สหาย ธุรกิจของท่านเสร็จ รสทั้งหลายบรรดาที่มีอยู่ใน คือจับพระองค์ได้แล้วยังปล่อยมา ไฉน เรีย

หัวข้อประเด็น

- การบูชายัญและความสัตย์

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ararn 66 แ ลแล้วพระโพธิสัตว์ได้ทูล แล้วว่า พระเจ้าสุด พระเจ้าสุตโสมจะมาหรือไม่มา พระราชมารดาบิดาว่าได้ให้ ก็ช่างเถอะ รุกขเทวดาจะลงโทษเรา ปฏิญาณแก่โจรโปริสาทไว้ว่า อย่างไรก็ยอมรับทั้งสิ้น เราจักฆ่าพระ เมื่อมาพบพราหมณ์ตามนัดหมายแล้ว ราชาเหล่านี้แล้วทำพลีกรรมด้วยมังสะ จะเสด็จกลับไปหาโปริสาท มาก มีรส ๕ อย่าง ในขณะที่โปริสาทกำลัง พระราชมารดาบิดาทั้งสองอาลัย ก่อไฟลุกโพลงอยู่ นั่งถากหลาวรอให้ พยายามห้ามปรามด้วยเหตุผล ฟื้นกลายเป็นถ่านเสียก่อนนั่นเอง พระ นานาประการ และจะยกกองทัพไปปราบ โพธิสัตว์ก็เสด็จมาถึง โปริสาทโสมนัส โจรโปริสาท แต่สุดโสมทรงห้ามเสียทูลว่า ยิ่งนักทูลถามว่า ผู้เป็นโจรเช่นโปรสาทยังทำกิจที่ทำได้ยาก “สหาย ธุรกิจของท่านเสร็จ รสทั้งหลายบรรดาที่มีอยู่ใน คือจับพระองค์ได้แล้วยังปล่อยมา ไฉน เรียบร้อยหรือ?” กลับคำที่ให้ไว้แก่เขาเสีย เล่าพระองค์ผู้ทรงเป็นกษัตริย์ จะพึง “เรียบร้อยแล้ว ได้สดับคาถาซึ่ง โลกนี้ สัจจะเป็นรสเลิศที่สุด สมณพราหมณ์ที่ตั้งอยู่ใน ความสัตย์ย่อมข้ามฝั่งแห่ง ชาติและมรณะเสียได้ ทรรศนะ แห่งปราชญ์ ย่อมไกลจาก ทรรศนะของพาล เพราะฉะนั้น แม้เสียชีพ ข้าพเจ้าก็ไม่ยอม ให้เสียสัตย์ พราหมณ์นำมาจากพระดำรัสของพระ ในคืนนั้นพระเจ้าสุตโสมโพธิสัตว์ กัสสปทศพล เราได้ทำกิจที่ควรทำ ประทับอยู่ในพระราชนิเวศน์ รุ่งขึ้นเช้า เรียบร้อยแล้ว เชิญสหายฆ่าเราบูชายัญ พอได้อรุณก็ถวายบังคมลาพระราชมาร- ตามประสงค์เถิด” ดาบิดา ตรัสสั่งนิกรชนทั่วกันแล้ว ผู้อัน โจรโปริสาทได้สดับดังนั้น จึง มหาชนมีพวกฝ่ายในเป็นต้น มีหน้านอง คิดว่า พระราชาพระองค์นี้ไม่กลัว ไม่ ด้วยน้ำตาคร่ำครวญอยู่ พากันไปส่งเสด็จ หวาดหวั่นต่อมรณภัย องอาจยิ่งนัก นี่ พระองค์เสด็จออกจากพระนคร เมื่อไม่ อานุภาพของอะไรหนอ สันนิษฐานว่าน่า อาจให้ปุ๋ยชนเหล่านั้นกลับได้ จึงนำ จะเป็นอานุภาพแห่งคาถาที่สดับมา เรา ท่อนไม้ใหญ่มาขวางไว้ในหนทางพร้อม จะลองถามดู เขาบอกแล้ว เราจะได้ไม่มี ตรัสว่า ถ้าท่านทั้งหลายมีความเคารพ ความกลัว ไม่หวาดหวั่นต่อมรณภัยเช่น รักใคร่ในเรา ขออย่าได้ล่วงเขตไม้นี้ไป เดียวกับเขาจึงกล่าวว่า มหาชนไม่อาจข้ามเขตอาชญาของพระ “ท่านสุดโสม เรื่องบูชายัญนั้น โพธิสัตว์ผู้มีศีลมีเดชได้ คร่ำครวญอยู่ ท่านอย่าเป็นห่วงเลย ข้าพเจ้าต้องบูชา ด้วยเสียงอันดัง แลดูพระโพธิสัตว์ผู้มี แน่ เชิงตะกอนนี้ยังมีควันอยู่ มังสะที่ พระอาการองอาจประดุจสีหราชเสด็จ สุกและอร่อยต้องบนไฟที่ปราศจากควัน ไปอยู่ เมื่อพระโพธิสัตว์ล่วงลับสายตา แต่ข้าพเจ้าขอสดับคาถาชื่อสตารหา ไปแล้ว จึงร้องเซ็งแซ่ขึ้นพร้อมกัน แล้ว จากท่านก่อน” กลับเข้าพระนคร พระโพธิสัตว์ได้สดับดังนั้น จึง ฝ่ายพระโพธิสัตว์เสด็จไปสู่สำนัก ดำริว่า โปริสาทนี้เป็นคนบาป เราต้อง ของโจรโปรสาททางเดียวกับที่เสด็จมา ข่มให้เธอเกิดความละอายใจเสียก่อน ๙๖ กัลยาณมิตร ธันวาคม ๒๕๓๕ นั่นแล แล้วจึงจะแสดงคาถาให้ฟัง ดำริดังนี้แล้ว ส่วนโจรโปริสาทได้ปลงในใจเสีย ตรัสว่า
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More