ความเป็นกลางและความรู้จริงในสื่อมวลชนญี่ปุ่น วารสารกัลยาณมิตร ปี 2537 ฉบับที่ 3 หน้า 84
หน้าที่ 84 / 126

สรุปเนื้อหา

๑. มีความเป็นกลาง ในญี่ปุ่นสื่อมวลชนเขาถือว่าหน้าที่ของเขาคือ ผู้เสนอข่าว รายงานความเป็นไปของเรื่องราวต่างๆ ต่อสาธารณชน โดยต้องวางตัวเป็นกลางที่สุด เขา ไม่มีหน้าที่ตัดสินว่าใครผิดใครถูก แล้วเขียนข่าวเชียร์ ใครหรือโจมตีใครตามใจชอบ เขาจะไม่เอาความเห็น หรืออคติส่วนตัวไปปนในเนื้อข่าวให้ข้อเท็จจริงเสียไป ถ้าต้องการวิพากษ์วิจารณ์เขา ก็จะไปเขียนในคอลัมน์ วิจารณ์ให้รู้กันชัด ๆ ไปเลยว่า นี่คือความเห็นส่วนตัว ของผู้เขียนคอลัมน์ รู้อะไร ต้องรู้ให้จริง คนรู้จริงเพียง ญี่ปุ่นก็มีหนังสือพิมพ์ประเภท “ตีไข่ใส่ข่าว” เหมือนกัน ซึ่งเป็นหนังสือพิมพ์หัวสี โดยผู้คนเขาจะ รู้ๆ กันอยู่แล้วว่าจะเชื่อถืออะไรไม่ค่อยได้ มีกรณีที่น่าสนใจเกี่ยวกับสถานีโทรทัศน์อาซาฮี กล่าวคือเมื่อเร็ว ๆ นี้ สถานีโทรทัศน์อาซาฮีถูกโจมตี ว่าว

หัวข้อประเด็น

- ความเป็นกลางและความรู้จริงในสื่อมวลชนญี่ปุ่น

ข้อความต้นฉบับในหน้า

๑. มีความเป็นกลาง ในญี่ปุ่นสื่อมวลชนเขาถือว่าหน้าที่ของเขาคือ ผู้เสนอข่าว รายงานความเป็นไปของเรื่องราวต่างๆ ต่อสาธารณชน โดยต้องวางตัวเป็นกลางที่สุด เขา ไม่มีหน้าที่ตัดสินว่าใครผิดใครถูก แล้วเขียนข่าวเชียร์ ใครหรือโจมตีใครตามใจชอบ เขาจะไม่เอาความเห็น หรืออคติส่วนตัวไปปนในเนื้อข่าวให้ข้อเท็จจริงเสียไป ถ้าต้องการวิพากษ์วิจารณ์เขา ก็จะไปเขียนในคอลัมน์ วิจารณ์ให้รู้กันชัด ๆ ไปเลยว่า นี่คือความเห็นส่วนตัว ของผู้เขียนคอลัมน์ รู้อะไร ต้องรู้ให้จริง คนรู้จริงเพียง ญี่ปุ่นก็มีหนังสือพิมพ์ประเภท “ตีไข่ใส่ข่าว” เหมือนกัน ซึ่งเป็นหนังสือพิมพ์หัวสี โดยผู้คนเขาจะ รู้ๆ กันอยู่แล้วว่าจะเชื่อถืออะไรไม่ค่อยได้ มีกรณีที่น่าสนใจเกี่ยวกับสถานีโทรทัศน์อาซาฮี กล่าวคือเมื่อเร็ว ๆ นี้ สถานีโทรทัศน์อาซาฮีถูกโจมตี ว่าวางตัวไม่เป็นกลางในการเลือกตั้ง ผลก็คือหัวหน้า ข่าวต้องออกมาสารภาพว่า ตนไม่ชอบพรรคแอลพีดี คนเดียว ให้ ความกระจ่าง แก่สังคมได้ดี (ซึ่งผูกขาดครองอำนาจเป็นรัฐบาลมาถึง ๓๘ ปี) จึง กว่าคนรู้แบบ ออกข่าวในเชิงลบต่อพรรคนี้ เขาได้ขออภัยต่อประชา ชนญี่ปุ่นในฐานะที่ประพฤติผิดจรรยาบรรณของสื่อ มวลชน และได้ลาออกในเวลาต่อมา.... การยอมรับ ความผิดของตนเอง รู้จักมองตนเองเช่นนี้ น่าที่จะได้ ปลูกฝังในหมู่สื่อมวลชนทั่วไป เพื่อผู้อ่านจะได้รับ ทราบข่าวสารข้อมูลที่ถูกต้อง ตรงกับความเป็นจริง ไม่ต้องคิดนึกอะไรโดยได้รับอิทธิพลจากสื่อมวลชน นักวิเคราะห์ วิจารณ์ข่าว อาตมภาพชอบใจแนวทาง ของหนังสือพิมพ์ The Japan Times ที่เขาประทับ ไว้ดั่งสัญญาประชาคมบนหัวหนังสือพิมพ์ว่า เชียง) ALL THE NEWS WITHOUT FEAR OF FAVOR ข่าวทั้งหมดปราศจากการทำให้กลัวหรือลำ อาตมภาพคิดว่าการประกาศแนวทางไว้ชัดเจน เช่นนี้ ไม่เพียงมีผลต่อความนิยมของคนอ่านเท่านั้น ในขณะเดียวกันสื่อมวลชนในหนังสือพิมพ์ฉบับดังกล่าว ก็คงจะเพิ่มความระมัดระวังในการเสนอข่าว หรือ บทวิเคราะห์วิจารณ์อะไรที่จะไม่เป็นการขัดต่อแนวทาง ที่หนังสือพิมพ์ของตนประกาศไว้ด้วย แค่พอรู้ แม้จะมีสักพัน สักหมื่นคน... ๒. มีความรู้จริง ในบางสังคมสื่อมวลชนยังคงสลัดไม่หลุดจาก สภาพการ “ขายรสชาติ-ขายความมัน” เช่นเรื่องผู้ใหญ่ ทะเลาะกัน ขัดแย้งกัน หรือเรื่องอื้อฉาว ข่าวชาวบ้าน ต่าง ๆ เป็นหัวข่าวท็อปฮิต แต่ในญี่ปุ่นหรือหนังสือ พิมพ์ เขาขายความจริง” เขาแข่งกันในแง่ที่ว่าใคร จะเสนอข่าวได้แม่นยำเจาะลึกกว่ากัน ใครทำงาน ในสายข่าวใดก็ต้องศึกษาเรื่องราวในสายงานของตน ให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ ยิ่งผู้เชี่ยวชาญประจำสาย ข่าวแล้ว กล่าวได้ว่ามีความรู้ ความเชี่ยวชาญในด้าน นั้นๆ ไม่แพ้ศาสตราจารย์ในมหาวิทยาลัยเลยทีเดียว เขาถือกันว่า “รู้อะไรต้องรู้ให้จริง คนรู้จริงเพียง คนเดียว ให้ความกระจ่างแก่สังคมได้ดีกว่าคนรู้แบบ แค่พอรู้ แม้จะมีสักพันสักหมื่นคน...” อาตมภาพคิดว่า ความเป็นกลางก็ดี ความรู้ จริงก็ดี เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้สื่อมวลชนญี่ปุ่น สามารถนำเสนอวิเคราะห์ข่าวต่างๆ ได้อย่างแม่นยำ สื่อมวลชนไทยในรอบทศวรรษที่ผ่านมา มีการ พัฒนาในด้านตัวสื่อมาก และนับวันก็จะยิ่งพัฒนาก้าว ไกล ด้วยระบบการสื่อสารที่ทัดเทียมกับหลายๆ ประเทศที่พัฒนาแล้ว และในด้านคุณภาพของเนื้อหา คงต้องมีการพัฒนากันอย่างต่อเนื่องจริงจัง คำกล่าว อ้างที่ได้ยินซ้ำ ๆ คือ “ก็ประชาชนคนอ่านยังชอบ แบบนี้อยู่ เราจะทำหน้าผู้อ่านไปมากไม่ได้” ไม่น่า จะมีให้ได้ยินอีกต่อไป อาตมภาพหวังจะเห็นพัฒนาการในวงการสื่อ มวลชนบ้านเรา ให้มีคุณภาพ มีความรู้ มีความเป็น กลาง มีจิตสำนึกรับผิดชอบต่อสังคมเต็มเปี่ยม ไม่ถูก ครอบงำด้วยผลประโยชน์ เพื่อจะได้เป็นพลังผลักดัน สังคมไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนต่อไป “บุคคลใดไม่ลำเอียงเพราะความรัก ความชัง ความกลัว และความหลง เกียรติคุณ เกียรติยศ เกียรติศักดิ์ของบุคคลนั้น ย่อมเด่นประดุจดวงจันทร์ เปล่งแสงสว่างในข้างขึ้นทุกค่ำคืน” (พุทธพจน์) ๔๒ มีนาคม ๒๕๓๗ กัลยาณมิตร
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More