ข้อความต้นฉบับในหน้า
อริยสาวก
โดย : กองบรรณาธิการ
- ชื่อว่าความสุขแล้ว
ขนปรารถนา แต่ความ
ไม่มีนรชนใดไม่พึง
สุขของคนเรานี้ช่างแตกต่างกันเสีย
นี่กระไร ไม่ว่าจะเป็นชนชาติเผ่า
พันธุ์ไหน อยู่ในวัยหรือฐานันดรใด ๆ
ก็ล้วนแล้วแต่เป็นความสุขที่แตกต่าง
กันและแปรเปลี่ยนเวียนวนอยู่ตลอด
ในอนาคตกาล
หญิงผู้นี้จะเป็นเลิศกว่า
พระเถรีผู้ทรงวินัยทั้งหลาย นางปฏาจาราถูกกักกันให้อยู่แต่บน
และมีนามว่าปฏาจารา
มารดาดูจะไม่เป็นผลนัก เพราะเมื่อ
ปราสาท มิให้พบปะบุรุษภายนอก
นางก็ยังมีใจไปรักใคร่กับคนรับใช้
คนหนึ่งของนางนั่นเอง โดยที่บิดา
มารดามิได้ล่วงรู้เลยจนนิดเดียว
เวลา หาจุดยืนอันจีรังมิได้เลย หาก
ต่อมาท่านเศรษฐีได้ตกลง
จะส่งธิดาสาวของตนไปให้แก่ตระกูล
เศรษฐีที่มีฐานะเสมอกันมาสู่ขอ นาง
WS : U D 1 7 1 S 1 1 0 S
ผู้ใดหลงใหลใฝ่ฝันในการแสวงหา
ความสุขเช่นนี้มากเพียงใด ก็จะ
ต้องประสบกับความระทมทุกข์มาก
ภิกษุณีผู้เป็นเลิศ
ในพระธรรมวินัย
ปฏาจาราทราบเรื่องเข้า เกิดความ
ทุกข์ใจอย่างหนัก กลัวจะต้องพลัด
พรากจากคนรับใช้ผู้เป็นที่รักของตน
มายเพียงนั้น ดุจดังเรื่องราวการ
ชีวประวัติของท่านคงจะเป็นอุทา
สร้างบารมีของพระปฏาจาราเถรี ซึ่ง
หรณ์เตือนใจเราได้ดีในเรื่องนี้
ปฏาจาราเป็นธิดาของเศรษฐี
ในเมืองสาวัตถี ผู้มีสมบัติมากถึง ๔๐
โกฏิ (ประมาณ ๔๐๐ ล้านบาท) เมื่อ
นางเจริญวัยขึ้นเป็นหญิงสาวมีความ
งดงามจนเป็นที่ต้องตาต้องใจของผู้
ที่ได้พบเห็นเป็นอันมาก บิดามารดา
ของนางเกิดความรู้สึกหวงแหนธิดา
ของตน จึงจัดการระวังรักษาอย่าง
เข้มงวด โดยให้อยู่ชั้นบนสุดของ
ปราสาท ๓ ชั้น ไม่ยอมให้นางได้
พบปะกับผู้ชายนอกเรือนเลย
แต่การกระทำเช่นนี้ของบิดา
900 มีนาคม ๒๕๓๓ กัลยาณมิตร
ถึงกับกินไม่ได้นอนไม่หลับ
เวลานั้นกำหนดวันวิวาห์ใกล้
เข้ามาเต็มที่แล้ว นางปฏาจาราได้
โอกาสพบกับคนรับใช้หนุ่มคนรัก
จึงได้ปรึกษากับเขาด้วยความรู้สึก
ร้อนใจเป็นอย่างยิ่ง
“เธอรู้เรื่องที่บิดามารดาจะให้
ฉันแต่งงานแล้วใช่ไหม เธอจะทำ
อย่างไรต่อไป ถ้าท่านบิดาส่งฉันไป
สู่ตระกูลสามีแล้ว เธอจะไม่มีวันได้
พบหน้าฉันอีกเลย ต่อให้เธอถือเครื่อง
บรรณาการไปอีกด้วย ก็ไม่มีหวัง
ฉะนั้น ถ้าเธอรักฉันจริง ก็จงพาฉัน
หนีไปโดยเร็วที่สุดเถิด”
“ดีละ” คนรับใช้กล่าว “ถ้า
อย่างนั้นในวันพรุ่งนี้ ฉันจะยืนรอ