ข้อความต้นฉบับในหน้า
การทําสวนแล้ว ยังมีความชำนาญเป็นเลิศในการ
ดูผลไม้ ขึ้นชื่อว่าผลไม้ ไม่ว่าจะเป็นมะม่วง มะ
พร้าว ขนุน หรือผลไม้ชนิดใด ไม่ว่าจะอยู่ใกล้แค่
มือเอื้อมถึง หรืออยู่บนยอดสูงจนแหงนมองคอตั้ง
บ่า เพียงยืนมองดูห่าง ๆ เขาก็สามารถบอกได้ว่า
ผลใดแก่พอดีเก็บกินได้ ผลใดห่าม ผลใดเนื้อบาง
เนื้อหนา รสชาติเอร็ดอร่อยพิเศษอย่างไร เมื่อ
เก็บลงมาปอก ผ่าถวายให้พระภิกษุขบฉัน ผลไม้
นั้นก็เป็นอย่างที่เขากล่าวทุกประการ
พระภิกษุทั้งหลายต่างอัศจรรย์ในความ
สามารถของคนสวนคนนี้มาก พากันกล่าวชมไม่
ขาดปาก กระทั่งเมื่อกลับไปยังเขตวันมหาวิหาร
แล้วก็ยังอดพูดถึงไม่ได้ทั้งยังกราบทูลให้พระสัมมา
สัมพุทธเจ้าทรงทราบอีกด้วย พระพุทธองค์จึงทรง
ระลึกชาติแต่หนหลังด้วยบุพเพนิวาสานุสติญาณ
แล้วตรัสว่า
“ในอดีต ก็มีคนที่ดูผลไม้ที่สามารถเหมือน
กัน เก่งถึงขนาดนำชีวิตของคนจำนวนมากให้
รอดพ้นความตายมาได้ทีเดียว”
ดังนี้
แล้วทรงนำ ผลชาดก มาตรัสเล่ามีเนื้อความ
ในอดีตกาล สมัยพระเจ้าพรหมทัตครอง
กรุงพาราณสี มีพ่อค้าหนุ่มคนหนึ่ง คุมกองเกวียน
๕๐๐ เล่ม บรรทุกสินค้าไปขายยังต่างถิ่นเมือง
ไกลเป็นประจำ ในการเดินทางครั้งหนึ่ง ระหว่าง
ทางจะต้องผ่านดงไม้มีพิษ พ่อค้าหนุ่มจึงเรียก
อุดมด้วยไม้ผลนานาชนิด บางพวกก็ออกผลดก ประชุมลูกน้องแล้วกล่าวเตือนว่า
ระย้าไปทั้งต้นน่ารับประทาน บางพวกก็มีผลดก “เพื่อนทั้งหลาย จากที่นี่ไปอีกไม่นาน เราก็
ห้อยย้อยเรี่ยดิน บางพวกก็กำลังแตกกิ่งก้านดอก จะเดินทางเข้าสู่ดงไม้มีพิษกันแล้ว ที่ว่าเป็นดงไม้
ใบงามสะพรั่งน่าชมยิ่งนัก พระภิกษุสงฆ์ทั้งหลาย มีพิษก็เพราะว่า ในป่านี้ ต้นไม้บางชนิดมีพิษที่ใบ
รู้สึกตื่นตาตื่นใจ ออกปากชมและซักใช้ไต่ถามถึง ถ้าถูกใบมันบาดก็อาจจะลุกลามเป็นแผลเหวอะหวะ
ไม้พันธุ์โน้น พันธุ์นี้อยู่ไม่ขาด
รักษายาก บางชนิดยางของมันจะกัดผิวให้เป็นแผล
คนสวนผู้นี้ นอกจากจะมีความสามารถใน ถ้าถูกตา ตาจะบอด บางชนิดมีพิษที่ดอก เห็น
๙๒ มีนาคม ๒๕๓๙ กัลยาณมิตร