ข้อความต้นฉบับในหน้า
“วันนี้ พวกเราโชคดีจริงๆ กองเกวียน
ขบวนใหญ่อย่างนี้ คงบรรทุกของมาเพียบ”
“นั่นซี ครั้งที่แล้ว เป็นแค่ขบวนเล็กๆ แบ่ง
กันไม่จุใจเลย ไม่คุ้มค่าเหนื่อยว่ะ”
“เหนื่อยอะไรของแกวะ ไม่ต้องออกเหงื่อ
ซักกะนิด ไม่ต้องฆ่า ไม่ต้องปล้น ปลดทรัพย์
อย่างเดียวง่ายดีจะตาย ไอ้พวกนี้ซะอีกที่มันเหนื่อย
กว่า อุตส่าห์เก็บมะม่วงกินจนตาย สมน้ำหน้า
มันนิ มันอยากกินเอง... ตายเองนี่หว่า”
“นั่นน่ะสิ แต่พวกเราก็เหนื่อยตอนที่ลาก
ศพพวกมันไปทิ้งไงล่ะ ยิ่งไอ้คนไหนชัดเข้าไปมาก
ล่ะก็ ตัวเขียวจนดำ ตาเหลือกถลน มือไม้หงิก
เป็นมะเหงก ดูแล้วทุเรศจริงๆ”
06
95
“ท่านรู้ได้อย่างไรว่ามะม่วงนั้นมีพิษ มันมี
อะไรแตกต่างจากมะม่วงทั่วๆ ไปอย่างงั้นหรือ...?”
ชาวบ้านกลุ่มนั้นซักต่อ
“แม้ว่ามันจะไม่แตกต่างจากมะม่วงทั่วๆ ไป
แต่ถ้ามันเป็นมะม่วงไม่มีพิษแล้ว ต้นสูงแค่เอื้อม
อย่างนี้ ใครๆ ก็คงมาเก็บไปหมดแล้ว ไม่ปล่อย
ให้ลูกดกเต็มต้นอย่างนี้หรอก แล้วอีกอย่างหนึ่ง
มะม่วงพวกนี้ขึ้นอยู่ใกล้ปากทางเข้าหมู่บ้าน มี
คนเดินผ่านเข้าออกทั้งวัน แต่ไม่ยักมีใครเก็บกิน
เลย แสดงว่าต้องมีพิษแน่ใช่ไหมล่ะ...?
พวกท่านไม่ควรหากินกันด้วยวิธีนี้เลย ควร
คิดถึงชีวิตของคนอื่นเขาบ้าง ลองคิดดูซิว่า ถ้า
พวกเราไม่เห็นแก่ชีวิตท่าน ทั้งๆ ที่ท่านต้องการ
ให้เราตาย ต้องการฉกชิงทรัพย์ที่เราหามาด้วย
ครั้นเมื่อชาวบ้านเหล่านั้นเดินเข้ามาใกล้ ความเหนื่อยยาก ป่านนี้เราคงฆ่าพวกท่านไปแล้ว
กองเกวียน ไม่เห็นมีใครตายก็ตกใจถึงกับพูดอะไร พวกท่านทำอย่างนี้เลี้ยงตัวไปไม่ได้ตลอดหรอก
ไม่ออกมีอยู่กลุ่มหนึ่งใจกล้ากว่าเพื่อนได้ร้องถามว่า แต่จะมีบาปติดใจไปตลอด คนอย่างเรานั้น ถ้าไม่
“พวกท่านมาพักกันตั้งแต่เมื่อไหร่นี่ แล้ว แน่จริง คงคุมเกวียนเอาตัวรอดจนถึงป่านนี้ไม่ได้
ไม่มีใครสนใจเก็บมะม่วงแถวนี้กินบ้างเลยหรือ....?” แต่เราก็ยังเห็นแก่มนุษยธรรมไม่ทำร้ายพวกท่าน
“มะม่วงมีพิษนั่นน่ะหรือขืนกินเข้าไปก็ตาย” ด้วยหวังว่าพวกท่านจะมีมนุษยธรรม มีเมตตาต่อ
ลูกเกวียนคนหนึ่งตอบ
“ท่านรู้ได้อย่างไรว่ามะม่วงนั้นมีพิษ...?”
ผู้เดินทางอื่นๆ ที่ผ่านมาบ้าง”
หลังจากที่ได้ฟังคำพูดของพ่อค้าหนุ่มแล้ว
“ฉันไม่รู้หรอก แต่นายฉันน่ะรู้ ถ้าอยากรู้ก็ ชาวบ้านจำนวนมาก ก็รู้สึกสำนึกตัว รับปากว่า
ถามดูเอง ”
ว่าแล้วก็ก้มหน้าก้มตาทำงานของตนเองต่อ พ่อค้าหนุ่มก็ออกเดินทางไปค้าขายของตนต่อไป
ไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
จะตั้งใจทํามาหากินด้วยความสุจริตต่อไป ส่วน
เมื่อพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสผลชาดกจบ
ลูกเกวียนทั้งหลาย ได้มาเป็นพุทธบริษัททั้ง
พ่อค้าหนุ่ม ได้มาเป็นพระองค์เอง
ชาวบ้านกลุ่มนั้น แม้จะรู้ว่ามีคนรู้ทันความ แล้ว ทรงประชุมชาดกว่า
ใจร้ายใจดำของตน แต่ก็ทนความอยากรู้อยาก
เห็นไม่ไหว จึงเดินไปถามพ่อค้าหนุ่ม พ่อค้าหนุ่ม ๔ ในชาตินี้
จึงกล่าวว่า
“พวกท่านช่างใจดำอำมหิตนัก ฆ่าคนได้
อย่างเลือดเย็น แต่เราน่ะรู้ทัน จึงไม่เก็บมะม่วงมี
พิษนั้นกิน”
๕๔ มีนาคม ๒๕๓๗ กัลยาณมิตร