ข้อความต้นฉบับในหน้า
V
ใจของธรรมกายมีอย่างเดียวกัน เห็น
จ่าา คิด รู้ v อย่างเป็นใจ มีเห็น มีจ่า
มีคิด มีรู้ รู้นั้นก็ตรงกับดวงวิญญาณ
อ้ายคิดนั้นก็ตรงกับดวงจิต อ้ายจ่า
นั้นก็ตรงกับดวงใจ อ้ายเห็นนั้นก็
ตรงกับดวงกาย เห็น ว่า คิด
หยุดเป็นจุดเดียวกันก็มีความรู้
มันผิดกันตรงไหน มันเห็นเหมือน
กัน ว่าเหมือนกัน คิดเหมือนกัน
รู้เหมือนกัน ผิดกันตรงนี้ พอถึง
ธรรมกายแล้ว ดวงเห็นขยายส่วน
ออกไป หน้าดักธรรมกายโตเท่าไหน
ดวงเห็นขยายออกไป วัดมาเล่น
ศูนย์กลางเท่านั้น กลมรอบตัว เมื่อ
ดวงเห็นแม่ออกไปเท่าใดแล้ว ดวงท่า
ดวงคิด ดวงรู้ ก็แม่ออกไปเท่ากัน
ดวงใจออกไปเท่าใด ดวงคิดก็แม่
ออกไปเท่ากัน ดวงคิดแม่ออกไป
ไม่ใช่อันเดียวกัน คนละอันทีเดียว
รู้อย่างเดียว รู้ด้วยวิญญาณ
ต่างกันไกล รู้ด้วยดวงวิญ
เท่าใดดวงรู้ที่เรียกว่าดวงวิญญาณ กับรู้ด้วยญาณนั้นต่างกันอย่างไร
ตรงกับดวงวิญญาณของมนุษย์ก็แม่
ออกไปเท่ากัน เท่าหน้าตักธรรมกาย
กลมรอบตัวสี่ชั้นซ้อนกันอยู่
กลมรอบตัว ชั้นซ้อนกันอยู่ ชั้น
นอกคือดวงเห็น ชั้นในเข้าไปคือ
ดวงว่า ชั้นในเข้าไปคือดวงคิด ชั้น
ในเข้าไปคือดวงรู้ รู้นั้นต้องรู้ตรง
นั้นแหละ เมื่อขยายส่วนเท่านั้นละก็
เขาเรียกว่า ญาณ ถ้ายังไม่ขยาย
ส่วนละก็เขาเรียกว่า ดวงวิญญาณ
ถ้าขยายส่วนออกไปรูปนั้นละก็
เรียกว่า ญาณ ตั้งแต่มีธรรมกายก็มี
ญาณทีเดียว นี่ญาณกับดวงวิญ
ญาณผิดกันดังนี้ ไม่ใช่อย่างเดียวกัน
กัลยาณมิตร ๑๔
พฤษภาคม ๒๕๓๙
ญาณ เป็นนิจจัง สุขัง อัตตา รู้
ด้วยญาณนั้นรู้เป็นอนิจจัง ทุกขัง
อนัตตา รู้ว่ามนุษย์มีขันธ์ ๕ คือ รูป
เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ
กายมนุษย์ละเอียดก็มีขันธ์ ๕ รูป
เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ
กายทิพย์ก็มีขันธ์ ๕ รูป เวทนา
สัญญา สังขาร วิญญาณ กายทิพย์
ละเอียดก็มีขันธ์ ๕ รูป เวทนา
สัญญา สังขาร วิญญาณ กายรูป
พรหมก็มีขันธ์ ๕ รูป เวทนา สัญญา
สังขาร วิญญาณ กายรูปพรหม
๕