การให้ยาและการรักษา วารสารกัลยาณมิตร ปี 2539 ฉบับที่ 5 หน้า 60
หน้าที่ 60 / 128

สรุปเนื้อหา

เมื่ออาการของผู้ป่วยดีขึ้น สามารถกินยาได้ดี แพทย์จะพิจารณาหยุดการให้ยาทางหลอดเลือดดำๆ แล้ว เปลี่ยนมาเป็นยากินแทน เนื่องจากการให้ยาทางหลอด เลือดเป็นเวลานาน ทำให้เพิ่มโอกาสเสี่ยงต่อการระคาย เคืองต่ออวัยวะบริเวณนั้น ทำให้เส้นเลือดแข็งโป่ง มี อาการอุดดัน และเกิดการดีดเชื้อได้ ๕.การให้ยาโดยการฉีดเข้ากล้ามเนื้อ เป็นวิธีหนึ่งที่ทำให้ได้ยาครบขนาดเข้าสู่ร่างกาย โดยเกิดการระคายเคืองน้อย นอกจากจะเป็นอีกวิธีหนึ่ง ที่แพทย์สั่งให้แก่ผู้ป่วย ผู้ป่วยเองมักจะเป็นฝ่ายร้องขอ โดยคิดว่า การฉีดยา ทำให้หายเร็ว และไม่ต้องกินยา แต่ความเป็นจริงแล้วยาฉีดช่วยหาให้หายไวขึ้นบ้าง เมื่อเวลาผ่านไป ยาก็หมดไปจากร่างกาย เราจึงยัง ต้องกินยาต่อจนกว่าโรคจะหายอยู่ดี หลายต่อหลายคน มักจะเข็ดขยาด หรือกลัวต่อ การฉีดยา อยากจะฝากไว้ตรงน

หัวข้อประเด็น

- การให้ยาและการรักษา

ข้อความต้นฉบับในหน้า

เมื่ออาการของผู้ป่วยดีขึ้น สามารถกินยาได้ดี แพทย์จะพิจารณาหยุดการให้ยาทางหลอดเลือดดำๆ แล้ว เปลี่ยนมาเป็นยากินแทน เนื่องจากการให้ยาทางหลอด เลือดเป็นเวลานาน ทำให้เพิ่มโอกาสเสี่ยงต่อการระคาย เคืองต่ออวัยวะบริเวณนั้น ทำให้เส้นเลือดแข็งโป่ง มี อาการอุดดัน และเกิดการดีดเชื้อได้ ๕.การให้ยาโดยการฉีดเข้ากล้ามเนื้อ เป็นวิธีหนึ่งที่ทำให้ได้ยาครบขนาดเข้าสู่ร่างกาย โดยเกิดการระคายเคืองน้อย นอกจากจะเป็นอีกวิธีหนึ่ง ที่แพทย์สั่งให้แก่ผู้ป่วย ผู้ป่วยเองมักจะเป็นฝ่ายร้องขอ โดยคิดว่า การฉีดยา ทำให้หายเร็ว และไม่ต้องกินยา แต่ความเป็นจริงแล้วยาฉีดช่วยหาให้หายไวขึ้นบ้าง เมื่อเวลาผ่านไป ยาก็หมดไปจากร่างกาย เราจึงยัง ต้องกินยาต่อจนกว่าโรคจะหายอยู่ดี หลายต่อหลายคน มักจะเข็ดขยาด หรือกลัวต่อ การฉีดยา อยากจะฝากไว้ตรงนี้ว่า มียาบางตัวเท่านั้น ที่มีคุณสมบัติความเป็นด่างสูง ทำให้เกิดอาการปวดขึ้น ได้ แต่ไม่ได้เกิดอาการปวดจากการฉีดยาทุกชนิดหรอก ครับ 5.การใช้ยาโดยผ่านทางเยื่อเมือกของอวัยวะใด อวัยวะหนึ่ง เช่น การหยอดตา, การหยอดหู, การหยอด หรือพ่นจมูก, การสยึดยาเข้าช่องคลอด, การสวนยา เข้ากระเพาะปัสสาวะ ฯลฯ การให้ยาแบบนี้ อาจมี จุดประสงค์เพื่อใช้รักษาหรือบรรเทาอาการเฉพาะที่ เช่น การอักเสบ การติดเชื้อ ตัวยาจะซึมผ่านเยื่อเมือกของ อวัยวะ และออกฤทธิ์เฉพาะที่เท่านั้น เทคนิคในการใช้ยาประเภทต่างๆ เหล่านี้ ก็มี ความสำคัญ ตัวอย่างเช่น ยาหยอดตา ส่วนใหญ่มัก จะหยอดตรงหัวตา ซึ่งบริเวณนั้นจะมีท่อที่น่าน้ำหล่อ เลี้ยงตาไหลลงจมูก ยาที่หยอดไปจะไหลลงทางนั้น เช่นกัน ทำให้สูญเสียยาไปโดยเปล่าประโยชน์ วิธีการที่ถูกต้อง ต้องนอน (ดีกว่านั่ง) แล้วเปิด เปลือกตาล่าง หยอดยา ๒-๓ หยด ตรงกลางของ เปลือกตาด้านล่าง แล้วหลับตาสักครู่ กลอกตาไปมา เพื่อให้ยาได้ไหลซึมเข้าเส้นเลือดฝอยรอบๆ ดวงตา วิธีนี้จะทำให้ผลการใช้ยาหยอดตาดีขึ้นมากทีเดียว ๗.การใช้ยาบนผิวหนัง โดยการทา หรือป้ายยาลงบนผิวหนังที่ต้อง การ ให้ยาออกฤทธิ์ เช่นการให้ยาฆ่าเชื้อที่แผล การใช้ผง ยาโรยบริเวณที่อับชื้นซึ่งติดเชื้อรา การใช้โลชั่นบรรเทา อาการระคายเคือง เป็นต้น แม้ว่ายาจะมีฤทธิ์เฉพาะบริเวณที่ทา ไม่เกิดผล อันตรายต่อร่างกาย แต่ควรระวัง เพราะบางทีเช่น ผื่นคันที่เกิดจากเชื้อรา แต่เราคิดว่าเป็นผื่นคันจาก อาการแพ้ แล้วใช้ยาที่มีส่วนผสมของสเตอรอยด์ แทน ที่จะทำให้ผื่นเชื้อราหาย กลับเป็นมากขึ้นได้ ตัวอย่างที่ยกมากล่าวทั้งหลายเป็นเพียงส่วนหนึ่ง ในระยะหลังๆ วงการแพทย์ต่างพยายามคิดค้นวิธีการ ใช้ยาที่สะดวก และได้ผลดีมากมาย เช่น แม่นยาปิด ผิวหนังช่วยให้เลิกบุหรี่เป็นต้น ดังนั้นหากคุณผู้อ่าน สงสัยในเรื่องของยา อย่าเก็บความสงสัยไว้ หรือนำไป ถามคนรู้จัก (ซึ่งอาจน้อยกว่าคุณด้วยช้า)ปรึกษาแพทย์ ผู้รักษาจะดีกว่า เมื่อมีโรคภัยไข้เจ็บ อย่าเกรงกลัวที่จะรับยาเช้า สู่ร่างกาย อีกอย่างหนึ่งยาแม้ว่าดี แต่หากไม่นำมาใช้ หรือใช้ไม่ถูกต้อง อาจไม่เกิดผลในการรักษาหรือเกิด พิษชื้นได้ ความเจ็บป่วย นับเป็นหนึ่งในสัจจธรรมของ การเกิด แก่ เจ็บ ตาย ชีวิตที่ดำเนินไปโดยไร้จุดหมาย ปล่อยให้ล่องลอยไปตามกระแสโลก จึงเปรียบเสมือน ชีวิตที่ปล่อยให้โรคภัยค่อยๆ ก่อตัวขึ้น และจะทำให้ เราได้รับความทุกข์เข้าสักวันหนึ่ง นับเป็นพระมหากอุณาธิคุณเป็นอย่างยิ่ง ที่องค์ สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงประทานธรรมะ อัน เปรียบประดุจโอสถทิพย์ ที่ช่วยรักษาความทุกข์จาก การต้องเวียนว่ายคายเกิดให้แก่มวลมนุษยชาติ โอสถ ทิพย์ที่แท้จริงคือ การปฏิบัติธรรม โดยยึดแนวทาง มัชฌิมาปฏิปทา การวางใจไว้ที่ศูนย์กลางกายฐานที่เจ็ด เมื่อทำอย่างสม่ำเสมอ และถูกต้องตามวิธีการ องค์พระธรรมกายที่บังเกิดขึ้นภายใน จะบันดาลให้ ร่างกายแข็งแรง มีสุขภาพที่ดี ชีวิตมีความสุขและ ความสำเร็จ เมื่อได้สั่งสมบารมีเต็มที่แล้ว วันหนึ่งวัน นั้นที่พวกเราต่างคอยกัน ต้องมาถึงแน่นอน...วันที่ถึง ที่สุดแห่งธรรม กัลยาณมิตร da พฤษภาคม ๒๕๓๙
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More