ข้อความต้นฉบับในหน้า
พักในโรงแรมเดียวกัน เจ้า วนกรอก ก็ใช้ฝีมือ (เท้า) อย่าง
เต็มที่ จนได้เครื่องเพชรมา แต่ความที่ฝังใจว่าเจ้าของเคย
ฆ่าพี่ชายของมันมาก่อน เจ้าลิงน้อยก็เลยไม่ยอมเอาเครื่อง
เพชรให้ ทั้งยังเอาไปซ่อนและหลบหนี จนพบกับลูกชายคน
เล็กของผู้จัดการโรงแรม ซึ่งคอยช่วยเหลือ วนกรton ในการ
หลบหนีอย่างเต็มที่
ภาพยนตร์เรื่องนี้ สื่อให้เห็นความรัก ความผูกพัน
ด้วยความบริสุทธิ์ใจของคนกับลิง แม้ว่าจะสื่อกันด้วยคำ
พูดไม่ได้ แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือ กระแสใจที่บริสุทธิ์ ที่หล่อ
หลอมความคิดให้สื่อกันได้
สิ่งที่น่าพิจารณาประเด็นหนึ่งคือจากการที่วนกรion
คลุกคลีอยู่กับเจ้าของที่เป็นคนชั่ว ทำให้มันถูกชักจูงให้
กระทำในสิ่งที่ผิดๆ เมื่อเปรียบกับชีวิตของมนุษย์เรา จะ
พบว่า จิตดั้งเดิมของทุกคนล้วนมีแต่ความสะอาด ผ่องใส
แต่เมื่อนานวันเข้าถูกสภาพแวดล้อมทำให้เสียสภาพดั้งเดิมไป
สภาพแวดล้อมที่สำคัญประการหนึ่ง ก็คือ คนพาล นั่นเอง
มีผู้รู้ได้กล่าวไว้ว่า "ใบไม้ที่ห่อหุ้มปลาเน่า ย่อม
ต้องพลอยเหม็นแปดเปื้อนไปด้วยฉันใด ผู้ที่คบคนพาล
ก็ย่อมต้องพลอยเสียชื่อเสียง ติดความเป็นพาล เดือด
ร้อนเสียหายไปด้วยฉันนั้น"
จากค่ากล่าวนี้ ย่อมเป็นที่เห็นได้ชัดเจนว่า ใคร
ก็ตามเมื่อเช้าไปคลุกคลีกับคนพาล ย่อมนำมาซึ่งความ
เสื่อมเสียทั้งแก่ตนเอง และวงศ์ตระกูล พระสัมมาสัมพุทธ
เจ้าจึงได้ตรัสสอนไว้ว่า การไม่คบคนพาล เป็นมงคลอันสูง
สุด
ในสังคมของมนุษย์ ซึ่งมีความสัมพันธ์กับบุคคล
ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนร่วมงาน ผู้บังคับบัญชา ลูกจ้าง
นายจ้าง ฯลฯ บุคคลเหล่านี้ เราอาจจะดูไม่ออกว่า ใครคือ
คนพาล เพราะบางคนมีฐานะร่ำรวย มีฐานะทางสังคม
เป็นผู้ได้รับการยกย่องจากกลุ่มขนบางกลุ่มว่าเป็นผู้รู้ เป็น
นักปราชญ์ ซึ่งแท้จริงแล้วความรู้ ฐานะ ความสามารถดัง
กล่าวไม่ใช่สิ่งประกันว่า เขาจะไม่ใช่คนพาล
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ว่า คนพาลมีลักษณะ
ที่วิปริตจากคนทั้งหลายอยู่ ๓ ประการ คือ
๑.ชอบคิดชั่วเป็นปกติ
๒.ชอบพูดชั่วเป็นปกติ
๓. ชอบทำ ชั่วเป็นปกติ
จากลักษณะเหล่านี้ เราจะเห็นได้ว่า บุคคลที่เป็น
พาลนั้น เพราะเป็นผู้มีความเห็นผิดๆ ทำให้ใจของเขาขุ่น
มัวอยู่เสมอ เมื่อเป็นอย่างนี้นานวันเช้า ก็จะมองไม่เห็น
ความดีของผู้อื่น ทั้งโลกมีดีอยู่คนเดียว คือตัวเอง
สิ่งที่ต้องระวังอีกประการหนึ่งคือ คนพาลมักจะ
ชักว่าว ไปในทางที่ผิด เช่น ชักว่า ไม่ให้ท่า ความดี ให้มี
ความเห็นผิดๆ ซึ่งปัจจุบันนี้จะพบกันมาก โดยเฉพาะ
อย่างยิ่งในช่วงที่หมู่คณะของเรากำลังเร่งสร้างบุญ เนื่องจาก
ตระหนักว่า บุญเท่านั้นที่จะส่งผลให้เราพบความสุขความ
สำเร็จ แม้แต่การบรรลุธรรมก็ต้องอาศัยบุญ ทั้งที่สิ่งเหล่า
นี้เป็นพื้นฐานสำคัญของสัมมาทิฏฐิ แต่ก็ยังมีผู้ไม่เชื่อในเรื่อง
ทาน และการให้ผลของทาน นอกจากตนเองจะไม่เชื่อแล้ว
ยังชี้แนะ ชี้นำ ไม่ให้ผู้อื่นทำทานด้วย
ดังนั้น จึงเป็นเรื่องที่สำคัญในชีวิตของมนุษย์เรา ที่
จะต้องทำความดีทุกรูปแบบ เพื่อขจัดพาลภายในคือ ความ
คิด คำพูด การกระทำที่ไม่ดีในตัวเรา เพื่อจะได้สร้างความ
บริสุทธิ์ให้เกิดขึ้น ในขณะเดียวกันเราเองก็ต้องระวังพาล
ภายนอกคือ บุคคลที่อยู่รอบข้าง ซึ่งจะคอยแนะนำ ชักจูง
ไปในทางที่ผิด
สิ่งที่จะทำให้เราขจัด “พาล” ทั้งลองประการได้ดี
ที่สุดคือ การทนั่นนั่งสมาธิเจริญภาวนา ให้ปัญญาสว่างไสว
เมื่อถึงเวลานั่น เราจะสามารถแยกแยะได้ด้วยปัญญาของ
เราเองว่า ใครคือพาลและใครคือบัณฑิตที่แท้จริง
พฤษภาคม ๒๕๓๙
กัลยาณมิตร