วิธีการใช้ยา วารสารกัลยาณมิตร ปี 2539 ฉบับที่ 5 หน้า 59
หน้าที่ 59 / 128

สรุปเนื้อหา

เพื่อให้ว่าง่าย แพทย์จึงให้รับประทานตามเวลาที่คน เรารับประทานอาหาร เราจึงควรรับประทานยาตามเวลาที่แพทย์สั่ง แม้ว่ามื้อนั้นจะรับประทานขนมปัง หรืออาหารอย่างอื่น ก็ตาม หรือแม้แต่พระสงฆ์ อย่าลืมฉันยาตอนค่ำด้วย ฉบับนี้ ผมอยากจะเกริ่นให้คุณผู้อ่าน ได้รู้จัก และอ่านกันสบายๆ เกี่ยวกับเรื่องวิธีการต่างๆ ในการ ใช้ยากันว่า มีวิธีใดบ้าง ๑.การใช้ยาโดยการรับประทาน เป็นรูปแบบของยาที่นิยมกันมากที่สุด เพราะมี ความสะดวก อาจมีรูปแบบต่างๆ กันไป เช่น เป็นรูป ยาเม็ด, แคปซูล, ยาน้ำ ฯลฯ มีสีสันแตกต่างกันมากมาย โดยในปัจจุบัน บริษัทผู้ผลิตยา ต่างเอาใจผู้ป่วย ผลิต เม็ดยา และสีสันให้สวยงาม ดูแล้วน่ารับประทาน ส่วนใหญ่จะรับประทานยาพร้อมน้ำปริมาณหนึ่ง (กรณีเป็นยาเม็ด) แต่มีบางท่านเหมือนกัน ที่รับ ประทานยาโดยไม่ต้องมีการดื่

หัวข้อประเด็น

- วิธีการใช้ยา

ข้อความต้นฉบับในหน้า

เพื่อให้ว่าง่าย แพทย์จึงให้รับประทานตามเวลาที่คน เรารับประทานอาหาร เราจึงควรรับประทานยาตามเวลาที่แพทย์สั่ง แม้ว่ามื้อนั้นจะรับประทานขนมปัง หรืออาหารอย่างอื่น ก็ตาม หรือแม้แต่พระสงฆ์ อย่าลืมฉันยาตอนค่ำด้วย ฉบับนี้ ผมอยากจะเกริ่นให้คุณผู้อ่าน ได้รู้จัก และอ่านกันสบายๆ เกี่ยวกับเรื่องวิธีการต่างๆ ในการ ใช้ยากันว่า มีวิธีใดบ้าง ๑.การใช้ยาโดยการรับประทาน เป็นรูปแบบของยาที่นิยมกันมากที่สุด เพราะมี ความสะดวก อาจมีรูปแบบต่างๆ กันไป เช่น เป็นรูป ยาเม็ด, แคปซูล, ยาน้ำ ฯลฯ มีสีสันแตกต่างกันมากมาย โดยในปัจจุบัน บริษัทผู้ผลิตยา ต่างเอาใจผู้ป่วย ผลิต เม็ดยา และสีสันให้สวยงาม ดูแล้วน่ารับประทาน ส่วนใหญ่จะรับประทานยาพร้อมน้ำปริมาณหนึ่ง (กรณีเป็นยาเม็ด) แต่มีบางท่านเหมือนกัน ที่รับ ประทานยาโดยไม่ต้องมีการดื่มน้ำตามด้วย ไม่รู้ว่าจะ นับเป็นความเก่งกาจเฉพาะตนหรือเปล่า (คุณผู้อ่าน ขอบแบบไหนล่ะครับ) เหตุที่บางทีอาจมีการสั่งให้กินยาก่อนอาหาร ประมาณครึ่ง หรือหนึ่งชั่วโมงนั้น เพราะหากกินยาใน เวลาที่ไล่เลี่ยกับกินข้าว อาหารจะไปขัดขวางการดูด ซึมยา ถ้าคุณลืมกินยาก่อนอาหาร (ซึ่งมักจะเจอได้ บ่อย) อาจกินยาหลังจากกินข้าวเสร็จประมาณหนึ่งชั่วโมง ก็ได้ ในตอนนั้น อาหารส่วนหนึ่งคงเดินทางออกจาก กระเพาะอาหารไปแล้ว มักมีความเข้าใจผิดกันบ่อยๆ คือ ไม่กินยา บ่อยตามที่แพทย์สั่ง ด้วยกลัวว่ายาจะกัดกระเพาะอาหาร ซึ่งโดยความเป็นจริงแล้ว มียาเพียงส่วนน้อยเท่านั้น ที่อาจมีผลระคายเคืองต่อทางเดินอาหาร และแพทย์ จะเป็นผู้กำ ขับเป็นกรณีพิเศษ อีกอย่างในปัจจุบันนี้ เทคโนโลยีก้าวหน้า เขามีการเคลือบเม็ดยาที่มีผล ระคายเคืองทางเดินอาหาร ทำให้เราใช้ยาอย่างสบาย ใจ ไม่ต้องกังวลใจต่อไปอีกแล้ว ๒.การให้ยาทางทวารหนัก แม้จะไม่ค่อยได้ใช้วิธีการนี้บ่อยนัก แต่ก็มี ประโยชน์ในกรณีฉุกเฉินอาทิเช่นเด็กเล็ก,ผู้ป่วยหมดสติ พฤษภาคม ๒๕๓๙ HI-VAN เบ้าตา เกมีแร่ สาลี หรือมีอาการอาเจียนรุนแรง ไม่สามารถรับประทานยา ทางปากได้ โดยยามักผลิตให้สะดวกในการเหน็บ หรือ สวนทางทวาร แต่มีบางกรณีเหมือนกันที่เป็นวิธีการหลักใน การรักษา อาทิผู้ป่วยเป็นโรคริดสีดวงทวารหนัก มี อาการปวดเบ่ง และถ่ายอุจจาระเป็นเลือด การเหน็บ ยาบรรเทาอาการอักเสบทางทวาร ท่า ให้ลดอาการ ทรมานได้อย่างรวดเร็วทีเดียว ๓.การอมยาใต้ลิ้น เป็นการให้ยาโดยไม่กลืน ยาจะถูกดูดซึม จาก ร่างแหเส้นเลือดฝอย ที่มีหนาแน่นใต้ลิ้น เข้าสู่กระแส เลือดโดยตรง ยาสามารถออกฤทธิ์ได้อย่างรวดเร็ว เหมาะสำหรับอาการเจ็บป่วยอย่างฉุกเฉิน เช่น โรค ความดันโลหิตที่สูงมากๆ ต้องการลดความดันลงโดย ใช้เวลาสั่น หรือโรคหลอดเลือด หัวใจตีบตัน และ ต้องการให้ยาไปออกฤทธิ์ขยายหลอดเลือดหัวใจให้ไว ที่สุด หากคุณมีญาติผู้ใหญ่ป่วยเป็นโรคประเภทดังกล่าว ควรศึกษาวิธีการใช้ยาแบบนี้ไว้บ้างก็ดีนะครับ ๔.การให้ยาโดยการฉีดเช้าเส้นเลือดด่า การให้ยาโดยวิธีนี้ ท่า ให้ยาเข้าสู่กระแสเลือดได้ ทั้งหมด และออกฤทธิ์ได้ทันที เหมาะสำหรับกรณีต่างๆ อาทิเช่น ผู้ป่วยที่มีอาการหนัก อาจกินยาได้ไม่ค่อยดี หรือกินไม่ได้ การให้ยาโดยวิธีนี้ จะทำ ให้ได้รับยา สมาเสมอ ส่วนใหญ่ แพทย์มักจะให้ยาเข้าทางเส้นเลือดด่า พร้อมกับน้ำเกลือ และฤทธิ์ของยาต่อร่างกายจะได้เกิด ขึ้นอย่างสม่ำเสมอ และต่อเนื่อง (ไ) กัลยาณมิตร
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More