ข้อความต้นฉบับในหน้า
“จะคลอดบุตรสุดปวดให้รวดร้าว
ตึงหัวเหน่าเหน็ดเหนื่อยเมื่อยต้นขา
แต่นวดนวดปวดมวนให้ป่วนมื่น
สุดจะกลั้นกลอกหน้าน้าตาไหล
บทบาทหมอต๋าแย
เมื่อมารดาครรภ์แก1
ทองจะลดตาลง
หมายความว่า ท้องที่ขึ้นอืดมาเกือบถึงอกจะ
ลดต่ำลงมาข้างล่างเล็กน้อยพอหายอึดอัด
และระยะข้นอกจากเด็กจะเลื่อนตัวด่าลงมาแล้ว
พยุงท้องร้องเรียกพวกข้าไท
จะขาดใจแล้วช่วยด้วยแม่คุณ
นางวันทองร้องไห้ใจจะขาด
พอกรรมขวาตวาตะปะทะถอน
(หอพระสมุดแห่งชาติ, ๒๕๐๐ : ๕๐๗)
- หรือในสี่แผ่นดิน ของ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์
ปราโมช ได้บรรยายอาการเจ็บท้องของพลอย
- เมื่อใกล้จะคลอดบุตรคนแรก ไว้ดังนี้
- “...พลอยเพิ่งจะผ่านความเจ็บปวดที่ไม่
เคยประสบมาเลยเป็นครั้งแรกในชีวิต..... ความ
เจ็บปวดที่เริ่มมีมาเป็นระยะๆ นั้น เพิ่มเวลา
ขึ้นเรื่อย ๆ ...รู้สึกว่าเหงื่อโทรมตัวและความเจ็บ
ยังกลับศีรษะลงอีกด้วย ดังที่ว่า “ลูกนั้นบ่าย
ศีรษะลงทวาร” ซึ่งก็จะช่วยทำให้คลอดง่าย
เพราะแขนขาแนบกับลำตัวออกมา อนึ่งธรรม-
ชาติจะช่วยให้มารดามีลมเบ่งที่โบราณเรียกว่า
ลมกัมมัชวาต (วรรณคดีบางเล่มใช้ ลมกรรมฯ
วาตามกรรมชวาต หรือลมกัมมัชขวาต) เพื่อ
ให้คลอดสะดวกและไม่เจ็บปวดทรมานมากจน
เกินไป เช่น ตอนนางรัตนาให้กำเนิดพระอุณรุท
ก็กล่าวถึงลมกัมมัขวาต ดังนี้
“ตึงวันคุกฤกปรุใณกาล
ลมกัมมัชวาตพัดกล้า
ให้รัญจวนปวนครรภ์กัลยา
เวทนาเร้ารุมกลุ่มกาย”
(พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬา-
ปวดนั้นก็เริ่มมีมากขึ้นอีก.... ยิ่งทวีความรุนแรง โลก, ๒๕๑๖ : ๖๖)
ทั้งปวงระดมกันเข้าใส่ตัวอย่างสุดแรง ...ท่าม หรือ นางทองประศรีให้กำเนิดพลายแก้ว
และความเร็วขึ้นทุกที ความเจ็บปวดทั้งหลาย
รู้ กว่าความเจ็บปวดเข้าขั้นรุนแรงสุดที่จะทน
กลางกลิ่นคาวของการให้กำเนิดทารก พลอย
ทาน”
๕๓๓)
(ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช, ๒๕๐๖ : ๕๓๐-
“จนท้องโตใหญ่ได้ตีบเดือน
บุญเดือนจะคลอดลูกตีบสาย
ลมกัมมัชวาตพัดกลับกลาย
ลูกนั้นนายคีรบะลงทวาร"
(หอพระสมุดแห่งชาติ, ๒๕๑๐ : ๙)
อ่านต่อฉบับหน้า
กัลยาณมิตร/??
พฤษภาคม ๒๕๓๙