ข้อความต้นฉบับในหน้า
i
ตฒรธยหลวงพ่อวัดปากน้ำ โดย วโรพร
0003 & 150ผ้ว
ชีวิตของหลวงพ่อสมัยเป็นเด็กๆ ในฐานะพ่อค้าข้าว
นั้นเป็นอย่างไร
ผู้เขียนอยากจะกล่าวถึงชีวิตของ ทิดชิ้น บ้านอยู่
จังหวัดอยุธยา ซึ่งมีอาชีพเป็นพ่อค้าเรือข้าวเหมือนกันมา
เล่าให้ฟัง คงจะพอเป็นตัวอย่างให้ระลึกถึงชีวิตของหลวง
พ่อวัดปากน้ำในสมัยนั้นได้บ้าง
ทิดชั้น เป็นพ่อค้าเรือข้าวที่กู้เงินมาซื้อเรือกระแซง
สำหรับบรรทุกข้าวขาย เพียงแค่ 5:- * ปี จากเรือกระแชง
เดียว ก็เพิ่มขึ้นเป็น ๓ สา กิจการค้าข้าวของทิดชิ้น
เป็นไปด้วยดี
ทิดชิ้นจะออกไปดีดต่อขอซื้อข้าวตามลิ่นต่างๆ ใน
ท้องทุ่ง อ.เสนา จ.อยุธยา เพื่อนำไปบดข้าว ตรวจดูว่า
ข้าวสวยหรือไม่สวย แล้วจึงตกลงต่อรองราคากันและกัน
หากตกลงกันยุ้งหนึ่งแล้วข้าวยังไม่เต็มลำเรือ ก็ต้องดีดต่อ
ซื้อหาจากกุ้งบ้านอื่นๆ เรื่อยไป กว่าจะตระเวนซื้อจนหมด
ฤดูดวงข้าว ก็กินเวลาหลายเดือน
กำไรที่ทิดชิ้นได้มาจากการค้านี้ก็คือ ข้าวออก ซึ่ง
เป็นข้าวที่ได้มาจากการค้าอย่างนี้ คือ
การซื้อข้าวจากชาวนาจะใช้วิธีตวงด้วยถัง คิด ๑๐๐
ถัง เป็น เกวียน แต่เมื่อนำเอาข้าวเปลือกไปขายที่โรงลี
ทางโรงลีจะชั่งเป็นกิโลกรัม คิด
๑,๐๐๐ กิโลกรัม เป็น ๑
เกวียน เมื่อเอาข้าวที่ซื้อเป็นถังจำนวน ๑ เกวียนไปชั่ง
จะได้น้ำหนักถึง ๑,๑๐๐-๑,๑๐๐ กิโลกรัม เท่ากับได้กำไร
เกวียนละ ๑๐๐-๑*๐ กิโลกรัม ข้าวออก จึงเป็นตัวท่าเงิน
ให้แก่พ่อค้าข้าวอย่างทิดชิ้นได้ (ปัจจุบันเลิกการตวงถังขาย
แล้ว)
ชีวิตพ่อค้าเรือข้าว นอกจากจะเปิดโลกให้ทิดชิ้นมี
หูตากว้างไกล มีเพื่อนฝูงลูกค้าในหลายพื้นที่แล้ว ยังสร้าง
เหตุการณ์ที่ท่าให้หิด นได้รู้รสชาติของคนค้าข้าว ที่ต้อง
พฤษภาคม ๒๕๓๙
“คลองก็เล็กโจรก็ร้าย ท้ายเรือก็เข้า
ได้เสียกับฝั่ง ไม่ต่ำไม่สูงกว่ากันเท่า
ไรนัก น่าหวาดเดียวอันตราย เมื่อ
โจรมาก็ต้องยิง หรือหาาร้ายคนท้าย
ก่อน ถ้าเขาทำเราเสียได้ก่อน ก็ไม่
มีทางที่จะสู้เขา ถ้าเราเอาอาวุธปืน
แปดนัดไว้ทางหัวเรือ แล้วเราไปถ่อ
เรือทางลูกจ้างเดีย เมื่อโจรมาท่า
ร้าย เราก็จะมีทางสู้ได้บ้าง,
&
รอนแรมไปตามที่ต่างๆ อย่างแจ่มแจ้งมากชิ้น
ในวันที่พี่สาวของหิ่ด มใกล้จะสิ้นใจ แบหิดชิ้นจะ
ห่วง แต่ก็ต้องนำข้าวไปเข้าคิวชั่งที่โรงสี เขาต้องออกจาก
บ้านตั้งแต่ตีสาม โยงเรือยาว ๒ สาวเข้าด้วยกัน ให้ลูกสาว
ลือท้าย ส่วนตัวเองขับเรือน่าๆ (สมัยหลวงพ่อวัดปากน้ำ
ไม่ได้ใช้เรือยนต์อย่างปัจจุบันนี้ ต้องใช้ถ่อใช้แจวกัน)
เมื่อเรือวิ่งมาได้ระยะหนึ่ง ก็เห็นเรือสองตอนจอด
นิ่งอยู่ริมฝั่ง ดูท่าทางเหมืณเรือจะเสีย ทิดชิ้นก็วิ่งเรือผ่าน
ไป พอออกมาถึงปากคลอง ซึ่งเป็นบริเวณที่มีบ้านเรือนอยู่
เต็มสองฝั่งคลอง เรือสอนดอนที่เห็นจอดอยู่ ก็วิ่งตามมา
แล้ววิ่งแซงหน้าเรือทิดชิ้นไป และดับเครื่องอยู่ข้างหน้า
หิดชิ้นก็แปลกใจอยู่ ที่เห็นเรือล่าๆเติมนั้น แต่ก็ไม่ได้นึก
กัลยาณมิตร