ข้อความต้นฉบับในหน้า
เกิดยอกขึ้นก็ดี เพราะอาหารทั้งนั้นเป็นตัว
สำคัญ ไม่ใช่เรื่องอื่น เรื่องอื่นไม่ทำให้
ร่างกายเดือดร้อนอาดูรเท่าอาหารที่เข้า
ออกได้ นั่นแหละเป็นข้อสำคัญ ถ้าว่า
ฉลาดในการรักษาอย่างนี้เรียกว่าไม่
ประมาทในอนามัย เขาว่าฉลาดในอนามัย
อนามัยน่ะไม่ให้มีภัยมีพิษ ไม่ให้มีความ
ทุกข์ในอวัยวะร่างกาย ไม่ให้มีภัยมีพิษ ให้
มีความสุขในอวัยวะร่างกาย นี่เรียกว่า
ฉลาดในเรื่องอนามัย ถ้าฉลาดในเรื่อง
อนามัยก็ได้รับความสุข รับความสุขเกิด
จากอนามัย เพราะเหตุใด เหตุว่าการ
ฉลาดรักษาตัวเช่นนี้ นี้ ต้องคนมีปัญญา คนโง่ๆ เรื่องอื่นไม่ทำให้
รักษาไม่ถึง คนมีปัญญารักษาถึง รักษาตัว ร่างกายเดือดร้อนอาดูร
เช่นนี้โรคภัยไข้เจ็บไม่ใคร่มี ถ้าว่าโรคภัย
ไข้เจ็บไม่มี พระมุนีสัมมาสัมพุทธเจ้าทรง
กำชับว่า “เมื่อเข้าทางปากก็ออกทางกัน
นั่นแหละ ทางเข้าทางออกต้องระวังไว้เถิด
อย่าเผลอเลย ถ้าเผลอทางเข้าทางออก
อย่างนี้ละก็จะเกิดโรค มีโรคประจำกาย
ถ้าว่าไม่เผลอในทางเข้าทางออกของ
อาหารอย่างนี้ และมีใจสอดเข้าไประวังอยู่
ในทางข้างใน นี่ ไปนอนอยู่ที่ไหนอาหาร
ออกอย่างไร มีปัญญาฉลาดไหวพริบ
อย่างนี้ละก็รักษาตัวรอด นี่แหละรักษาได้
อย่างนี้แหละ โรคภัยไข้เจ็บไม่ประทุษร้าย
ร่างกาย”
พระธรรมเทศนา
เท่าอาหารที่เข้าออกได้
เมื่อพระเดชพระคุณหลวงพ่อท่าน
อธิบายความไม่ประมาทขั้นต้น ซึ่งจะเป็น
บ่อเกิดของนิสัยความไม่ประมาทในเรื่อง
รับสั่งทีเดียว อโรคยา ปรมา ลาภา การไม่ นั่นแหละเป็นข้อสำคัญ เล็กน้อย จนกระทั่งพอจะมองเห็นภาพ
มีโรคนี่แหละเป็นลาภอย่างยิ่ง การมีโรค ถ้าว่าฉลาดในการรักษา ลำดับการพัฒนาไปสู่บ่อเกิดของความไม่
กับไม่มีโรคเป็นของสำคัญ ถ้าไม่มีโรคจะทำ อย่างนี้เรียกว่าไม่ ประมาทในธรรมทั้งหลายแล้ว ท่านก็ชักนำ
อะไรทำสำเร็จหมด ถ้ามีโรคจะประกอบการ
งานอันใดหมดไม่สำเร็จสักอย่างหนึ่ง การ
ปกครองก็ไม่สำเร็จเพราะมีโรคเสียแล้ว
การเล่าเรียนก็ไม่สำเร็จเพราะโรคเข้า
ประจำกายเสียแล้ว ทุกอย่างทำกิจการอัน
ใดจะประกอบอาชีพอันใดไม่สะดวกทีเดียว
เพราะมีโรคประจำกายเสียแล้ว ถ้าว่าไม่มี
โรคก็ได้ชื่อว่าเป็นลาภอย่างยิ่ง”
เมื่อมาถึงตรงนี้ ทำให้เราได้ข้อคิดว่า
ที่แท้เหตุแห่งโรคร้ายทั้งหลายนั้น มาจาก
ความไม่ประมาทในการรักษาตัว โดย
เฉพาะเรื่องการกินอาหารและการขับถ่าย
เพราะกินไม่เป็นหรือไม่ถูกสุขอนามัย จึง
เท่ากับเอาสิ่งมีโทษเข้าสู่ร่างกาย และ
เพราะขับถ่ายไม่เป็นจึงเป็นการเพาะ
เชื้อโรคให้เกิดในร่างกาย ดังนั้น
พระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำ จึงได้
ประมาทในอนามัย
ไปสู่การฝึกฝนความไม่ประมาทในธรรมขั้น
ปฏิบัติอย่างไม่มีรีรอว่า
“เหตุนี้ ความไม่ประมาทน่ะ ไม่ประมาท
ในอะไร ไม่ประมาทในการรักษาสุจริต ละ
ทุจริตเสีย ทำสุจริตให้เกิดมีเสมอไป ไม่
ประมาทในการละความเห็นผิด ทำความ
เห็นถูกให้มีเสมอไป ไม่ประมาทในกายทุจริต
วจีทุจริต มโนทุจริต ทำให้กายสุจริต วจีสุจริต
มโนสุจริต มีเป็นเนืองนิตย์ ไม่ขาดสาย ไม่
ประมาทในกายบริสุทธิ์ ไม่ประมาท เหล่า
นี้เป็นความไม่ประมาทเผินๆ เป็นความไม่
ประมาทของคนมีปัญญาไม่ละเอียดนัก มี
ปัญญาหยาบ ถ้าว่าไม่ประมาทจริง ไม่
ประมาทในการทําใจให้หยุดให้นิ่ง ทำใจให้
หยุดนิ่งอยู่ศูนย์กลางดวงธรรมที่ท่าให้เป็น
กายมนุษย์ ใสบริสุทธิ์ ทำใจให้หยุดนิ่ง
จนกระทั่งเห็นดวงใสเท่าดวงจันทร์เท่าดวง
oblem wanderin