ธมฺมกายสมฺปตฺติ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2543 ฉบับที่ 1 หน้า 89
หน้าที่ 89 / 132

สรุปเนื้อหา

ธมฺมกายสมฺปตฺติ ตอนที่ ๒ ฎีกาที่ขยายความ “ธมฺมกายสมฺปตฺติ” มีปรากฏ ๒ แห่ง คือ (๑) ในคัมภีร์มหาฎีกา ชื่อ ปรมัตถมัญชุสา ๑ (๒๕๗) ๓๖๙) ขยายความวิสุทธิมรรค แต่งโดยพระธรรมปาลเถระซึ่ง มีชีวิตอยู่ในราว พ.ศ. ๙๕๐ - ๑๐๐๐ ร่วมสมัยกับพระพุทธ โฆสาจารย์ด้วย และ (๒) ในฎีกาพระวินัย ชื่อ สารัตถทีปนี ภาค ๑ หน้า ๔๘๒ รจนาโดยพระสารีบุตรชาวลังกา ใช้ขยาย ความอรรถกถาพระวินัยชื่อ สมันตปาสาทิกา ซึ่งมีข้อความ คล้ายกัน ผู้เขียนจะขอยกมาเฉพาะข้อความในมหาฎีกาชื่อ ปรมัตถมัญชุสา มีเนื้อความดังนี้ สตปุญญลักขณธรสสาติ อเสกสตปุญญนิพฺพตฺตมหา ปุริสลักขณวหโต ฯ รูปกายสมปฤติ ที่ปิตา โหติ อัตราส ผลสมุปทานํ มูลภาวโต อธิฏฐานภาวโต จ 9 ธมฺมกายสมุป ตฺติ ที่ปิดา โหติ ปหานสมปทาปุพพกตฺตา ญาณสมฺปทา ที่นี่ ฯ ภาคยวตาย โลกิยานํ พหุมตภาโว ฯ ภคคโทส

หัวข้อประเด็น

- ธมฺมกายสมฺปตฺติ

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ธมฺมกายสมฺปตฺติ ตอนที่ ๒ ฎีกาที่ขยายความ “ธมฺมกายสมฺปตฺติ” มีปรากฏ ๒ แห่ง คือ (๑) ในคัมภีร์มหาฎีกา ชื่อ ปรมัตถมัญชุสา ๑ (๒๕๗) ๓๖๙) ขยายความวิสุทธิมรรค แต่งโดยพระธรรมปาลเถระซึ่ง มีชีวิตอยู่ในราว พ.ศ. ๙๕๐ - ๑๐๐๐ ร่วมสมัยกับพระพุทธ โฆสาจารย์ด้วย และ (๒) ในฎีกาพระวินัย ชื่อ สารัตถทีปนี ภาค ๑ หน้า ๔๘๒ รจนาโดยพระสารีบุตรชาวลังกา ใช้ขยาย ความอรรถกถาพระวินัยชื่อ สมันตปาสาทิกา ซึ่งมีข้อความ คล้ายกัน ผู้เขียนจะขอยกมาเฉพาะข้อความในมหาฎีกาชื่อ ปรมัตถมัญชุสา มีเนื้อความดังนี้ สตปุญญลักขณธรสสาติ อเสกสตปุญญนิพฺพตฺตมหา ปุริสลักขณวหโต ฯ รูปกายสมปฤติ ที่ปิตา โหติ อัตราส ผลสมุปทานํ มูลภาวโต อธิฏฐานภาวโต จ 9 ธมฺมกายสมุป ตฺติ ที่ปิดา โหติ ปหานสมปทาปุพพกตฺตา ญาณสมฺปทา ที่นี่ ฯ ภาคยวตาย โลกิยานํ พหุมตภาโว ฯ ภคคโทสตาย ปริกขกานํ พหุมตภาวโต โยชนา ฯเปฯ รูปกาย ตสฺส ปสาทจกฺขุนา ธมฺมกาย ปญฺญาจกขุนา ทิสวา ทุกขทวยสุส ปฏิรูปสุสมภนโต อุปคตานญฺจ เตส อามิสทานธัมมทาเนหิ อุปการิตา ฯ คำแปล : คำว่า ผู้ทรงไว้ซึ่งพระลักษณะอันบังเกิดเพราะบุญ นับเป็นร้อย คือผู้รุ่งเรืองด้วยพระมหาปุริสลักษณะ อัน บังเกิดเพราะบุญหลายร้อย ชื่อว่า เป็นอันแสดงพระรูปกาย สมบัติ ก็เพราะความเป็นมูล และความ เป็นที่ตั้งแห่งผลสัมปทาทั้งหลายนอกนี้ (คือ พระรูปกายสัมปทาเป็นมูล และ เป็นที่ตั้งแห่งพระญาณสัมปทา พระปหาน สัมปทา และพระอานุภาวสัมปทา) ชื่อ ว่าเป็นอันแสดงพระธรรมกายสมบัติ ก็ เพราะพระญาณสัมปทาเป็นต้น มีพระ ปหานสัมปทาเบื้องต้น, ประกอบความว่า ด้วยความเป็นผู้มีพระภาคยะ เป็นอัน แสดงความเป็นผู้ที่โลกิยชนนับถือ เป็นอันมาก ด้วยความเป็นผู้หักทำลาย โทษ เป็นอันแสดงความเป็นผู้ที่คนมี ปัญญานับถือมาก, ฯลฯ ชื่อว่าเป็นอันแสดงความเป็นผู้มี อุปการะด้วยอามิสทานและธรรมทาน แก่บุคคลเหล่านั้นผู้ คบหาพระองค์ ก็เพราะการที่เขาเห็นพระรูปกายด้วยปสาท จักษุ เห็นพระธรรมกายด้วยปัญญาจักษุแล้วก็ระงับทุกข์ทั้ง ๒ ได้ ขยายความ : พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงสำเร็จพระพุทธคุณ ทั้งหลาย เพราะทรงถึงพร้อมด้วยสัมปทา ๓ อย่าง คือ เหตุสัมปทา ผลสัมปทา และสัตตูปการสัมปทา ดังที่ท่าน กล่าวไว้ในอภิธัมมัตถวิภาวินีฎีกา ว่า ในสัมปทาทั้ง อย่างนั้น 9. เหตุสัมปทา ก็ได้แก่ ความประกอบด้วยพระมหา กรุณาและความอบรมพระโพธิสมภาร ฯ ๒. ผลสัมปทา อันเกิดแก่เหตุสัมปทา มี ๔ อย่าง คือ ญาณสัมปทา ปหานสัมปทา อานุภาวสัมปทา และรูปกาย สัมปทา ๒.๑ ญาณสัมปทา ได้แก่ มรรคญาณซึ่งเป็นที่ตั้ง แห่งพระสัพพัญญุตญาณ และพระทศพลญาณ เป็นต้น ซึ่ง มีมรรคญาณนั้นเป็นที่ตั้ง ๒.๒ ปหานสัมปทา ได้แก่ การละสังกิเลสทั้งสิ้น พร้อมทั้งวาสนาได้ ให้ถึงความไม่เกิดขึ้นอย่างเด็ดขาดเป็น ธรรมดา ๒.๓ อานุภาวสัมปทา ได้แก่ ความเป็นใหญ่ในการ ทำกิจให้สำเร็จได้ตามที่ทรงปรารถนา ๒.๔ รูปกายสัมปทา ได้แก่ มีความถึงพร้อมแห่งอัตตภาพ (รูปกาย สมบัติ) อันประกอบด้วยพระลักษณะ และอนุพยัญชนะ อันน่าเพลิดเพลิน เจริญนัยนาของชาวโลกทั้งมวล ๓. สัตตูปการสัมปทา ได้แก่ ความถึงพร้อมแห่งพระอัธยาศัยเกื้อกูล แก่สรรพสัตว์ทุกหมู่เหล่า และความถึง พร้อมแห่งความอุตสาหะในการแสดง พระธรรมอันนำสัตว์ออกจากทุกข์ทั้งปวง พระฎีกาจารย์ท่านแสดงความถึง ๓ ดุ ณ ค ก ก ๒๕๕๒ | ๘๗
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More