ข้อความต้นฉบับในหน้า
๑๑๒
กันมาก พวกสื่อต่างๆ โดยเฉพาะหนังสือพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์
รู้จุดอ่อนอันนี้ดี เมื่อต้องการให้ประชาชนเชื่ออย่างไร พวกเขา
ก็จะสร้างข่าวอย่างนั้นทันที เมื่อครั้งพวกเขาไม่ต้องการให้
คนมาวัดทำความดี ป้าเคยเห็นนักข่าวสถานีโทรทัศน์บาง
ช่องมาถ่ายภาพผู้คนที่วัดเราตอนเย็น เมื่อคนกำลังจะกลับ
บ้านหมดแล้ว ป้าให้คนไปถามว่า ทำไมไม่ถ่ายภาพต้อนเช้า
ขณะที่มีผู้คนมากๆ เขาตอบว่า “ถ่ายแล้วครับ พอส่งไปที่
สถานีฯ หัวหน้าบอกว่าภาพมันสวยไป ให้ถ่ายดอนงานเลิก
จะได้ไม่มีคน”
เขาตั้งใจทำข่าวบิดเบือนถึงขนาดนั้น ภาพที่ผู้คน
เห็นจากจอโทรทัศน์ จึงกลายเป็นมีผู้คนมาวัดโหรงเหรง
บางภาพยิ่งร้ายกาจ ลงไปถ่ายภาพที่บริเวณชั้นหนึ่งของ
สภาธรรมกายสากลหลังใหม่ แถวหน้าห้องน้ำ มีคนงานยืน
อยู่ ๒ - ๓ คน แล้วบรรยายภาพว่า เวลานี้ไม่มีคนเข้าวัด
พระธรรมกายแล้ว
พวกขาดปัญญาเชื่อง่ายโดยไม่ยอมไปพิสูจน์ความ
จริงเหล่านี้ ก็ช่วยกันโจมตีกระจายข่าวต่อๆ กันไป
เป็นการทำลายพระพุทธศาสนาโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์
พวกที่สี่ เป็นพวกเสียผลประโยชน์ เคยทำมาหากินโดย
การขายของขลังของศักดิ์สิทธิ์ มีรายได้ดีตลอดมา พอวัด
พระธรรมกายแจกพระของขวัญ ผู้คนพบปาฏิหาริย์มากมาย
ทำให้สิ่งของของพวกเขาจำหน่ายไม่ออก พวกนี้จึงอยู่นิ่งไม่
ได้ ต้องหาวิธีทำลายเต็มรูปแบบ
พวกที่ห้า พวกอิจฉาริษยา เห็นใครมีผลงานดีกว่า
ยิ่งใหญ่กว่า เจ็บปวดหัวใจ ทนไม่ได้ ต้องออกมาหาทางทำลาย
พวกที่หก คือ พวกคนเก่าของวัดเราเอง ทำตามกฎ
ระเบียบของหมู่คณะไม่ได้ ถูกเชิญให้ออกไปอยู่ที่อื่น แรง
อาฆาตแค้นฝังใจ มองไม่เห็นความผิดของตน ก็ตั้งเรื่อง
บกพร่อง กล่าวร้ายป้ายสีวัดเรา เล่าให้ผู้ที่จะช่วยทำลาย
ล้างทราบ ผู้ฟังที่มีปัญญาจะรู้ทันไม่ตกเป็นเครื่องมือ ส่วนที่
ปัญญาน้อยก็รีบเชื่อตาม แล้วก็พยายามช่วยทำลายเต็มที่
โดยไม่คิดจะพิสูจน์ความจริงอะไรเหมือนกัน
พวกสุดท้ายเป็นพวกมิจฉาทิฏฐิโดยสันดาน พวกนี้ไม่
ชอบเรื่องศาสนา เช่น พวกนิยมลัทธิคอมมิวนิสต์ เห็นว่า
ศาสนาทำให้คนงมงาย พวกนักบวชเป็นพวกเอาเปรียบสังคม
ไม่ยอมทำมาหากิน หลอกลวงเงินทองจากผู้คน ให้บริจาค
ให้ตนใช้ พวกนี้จะพยายามต่อต้านศาสนา เป็นพวกบ้า
วัตถุนิยม ไม่สนใจเรื่องพัฒนาจิตใจ
ถ้าคุณจะถามป้าว่า แล้วเราจะทำอย่างไรกันดี มีคน
คิดทำลายล้างพระพุทธศาสนาหลายกลุ่มอย่างนี้ ป้าก็ขอ
ตอบตามความคิดเห็นของป้าว่า
ประการแรก ตั้งสติให้มั่นคง ไม่ต้องตกใจไปล่วงหน้า
เรียกศรัทธาให้เกิดขึ้นมาเต็มเปี่ยมในหัวใจ เคยศรัทธาใน
พระเดชพระคุณหลวงพ่อมากแค่ไหน ให้มีมากขึ้นกว่าเดิม
ย้อนนึกไปในอดีตเท่าที่เคยรู้จักท่านมา หรือทราบประวัติ
จากคำบอกเล่าของใครก็ตาม จะพบว่าท่านเป็นคนดี
ทำความดี สนใจพระพุทธศาสนามาตั้งแต่สมัยยังเป็นเด็ก
นักเรียน ประพฤติปฏิบัติในคุณงามความดีเหล่านั้นตลอด
มาทั้งชีวิตอย่างไม่สามารถหาใครมาเปรียบเทียบได้ใน
แผ่นดินนี้ หวังเพียงสร้างบุญบารมีให้ตนเอง และชักชวน
ผู้คนให้รู้ตัว ว่าชีวิตเกิดมาเพื่อสร้างบุญบารมี แล้วรีบลงมือ
กระทำให้เต็มที่เท่านั้น ไม่ได้ปรารถนาลาภ ยศ สรรเสริญ
สุข ความยิ่งใหญ่ในโลกธรรมใด ๆ คนทำบุญมามากมาย
ขนาดนี้ (ไม่รวมในอดีตชาติ) ต้องไม่พ่ายแพ้เหล่าคนที่มุ่ง
ร้ายแน่นอน เพราะคนเหล่านั้นไม่ตั้งใจสร้างความดีอะไรเลย
แม้แต่ศีล ๕ ข้อ ยังไม่มีเลยสักข้อ ศึกษาประวัติชีวิตของ
แต่ละรายดู ก็ยิ่งน่าสงสารชาติบ้านเมือง ล้วนแต่ปล่อยให้
คนพาลมีอำนาจ
ประการที่สอง เมื่อสร้างศรัทธาเต็มที่ให้เกิดความ
มั่นใจแล้ว ทีนี้ทุกคนต้องตั้งใจทำความดีทุกอย่างให้ยิ่งกว่า
เดิม ทั้งทำทาน รักษาศีล และเจริญจิตตภาวนา ฯลฯ ให้
ครบบุญกิริยาวัตถุ
เรื่อง ความชั่วจะด้วยกาย วาจา ใจ
00
อย่างใด ๆ ไม่ให้เกิดขึ้นเลยเป็นอันขาด
ความดีต่างๆ อย่ารอเวลากระทำ เรียกว่าลืมตาขึ้นมา
ให้รีบคิดทันทีว่า วันนี้จะทำความดีอะไร แล้วกระทำไปตามนั้น
ถ้ากาย วาจา ยังไม่มีโอกาสทำดี ก็ให้ใจทำไว้ก่อนคือ
ภาวนาไปเรื่อยๆ ไม่ว่าจะอยู่ในอิริยาบถใด ไม่ภาวนาก็สวด
สรรเสริญพระรัตนตรัยในใจก็ได้ กุศลจิตเกิดทั้งสิ้น