ข้อความต้นฉบับในหน้า
อาทิตย์ ถ้าเห็นแล้วก็ไม่ปล่อย
ละทีนี้ นั่ง นอน กิน ดื่ม ทำ พูด
คิด อุจจาระ ปัสสาวะ ชำเลือง
ไว้เสมอ มองอยู่เสมอ ใจจดอยู่
เสมอไม่เผลอกันละ ไม่ให้ใจ
หลุดทีเดียวจากดวงธรรมที่เกิด
ขึ้นนั่น ไม่ให้ใจหลุดทีเดียว ติด
ทีเดียว ถ้าติดได้ขนาดนั้นไม่
ทำให้หลุดเลย นั่ง นอน เดิน ยืน เว้นไว้
แต่หลับ นั่นประพฤติตนเขาเรียกว่า สาตฺติ
กา นิจจ์ ทฬหปรทุกมา ผู้มีความเพียร
ก้าวหน้า หมั่นเป็นนิตย์ มีผลเจริญไปหน้า
ไม่มีถอยหลังเลย ดังนั้นเรียกว่าคนฉลาด
นั้นเรียกว่าฉลาดจริงๆ ละ ไม่เผลอจริงๆ ละ
การไม่เผลอเช่นนั้นแหละ จะเข้าถึงดวงธรรม
เป็นลำดับไป จะเข้าถึงดวงศีลเป็นลำดับไป
หยุดอยู่ศูนย์กลางดวงศีลถูกส่วนเข้า ไม่
เผลอในการหยุดอยู่นั้น จะเข้าถึงดวงสมาธิ
อนาคาละเอียด กายอรหัตต์
กายอรหันต์ละเอียด มาถึงพระ
อรหันต์ละเอียดก็รู้ว่า อ้อ
พระพุทธเจ้าพระอรหันต์ ไป
อย่างนี้ ท่านไม่ประมาทอย่างนี้
จึงได้ถึงอย่างนี้”
บทขยายความ
ความไม่ประมาทในธรรมในภาคปฏิบัติ
เมื่อมาถึงตรงนี้เราจึงต้องมาดูกันต่อว่า
การจะฝึกฝนตนเองให้เป็นผู้ไม่ประมาทใน
ธรรมนั้น ต้องเริ่มจากอะไร ตอบชัดเจนลง
ไปเลยว่า ฝึกสติเป็นอันดับแรก เพราะสติทำ
หน้าที่ดูแลกํากับใจให้อยู่ในความไม่ประมาท
เพราะฉะนั้น เพื่อให้เข้าใจการฝึกฝนสติ
ของตัวเรา จึงต้องขยายความลักษณะของ
สติให้ชัดเจนเสียก่อน
ลักษณะของสติที่คุมตัวอยู่ คือ
๑. ไม่ปล่อยใจให้เลื่อนลอยไป เช่น นั่ง
หยุดอยู่ศูนย์กลางดวงสมาธิ ไม่เลินเล่อ การจะฝึกฝนตนเองให้
เผลอตัวเข้าถึงดวงปัญญา หยุดอยู่กลาง เป็นผู้ไม่ประมาทใน ใจลอยได้ทั้งวัน
ดวงปัญญา ไม่เผลอ เดินหน้าไปอย่าง ธรรมนั้น ต้องเริ่มจาก
เดียวไม่ถอยหลังกลับ หยุดนิ่งอยู่กลาง
อะไร ตอบชัดเจนลงไป
ดวงปัญญา ไม่เผลอแล้วจะเห็นดวงวิมุตติ
หยุดอยู่ศูนย์กลางดวงวิมุตติอีก ไม่เผลอ เลยว่า ฝึกสติเป็นอันดับ
แล้วจะเห็นดวงวิมุตติญาณทัสสนะ หยุดนิ่ง แรก เพราะสติทำหน้าที่
ดูแลกำกับใจให้อยู่ใน
อยู่ในกลางดวงวิมุตติญาณทัสสนะอีก ไม่
เผลอแล้วจะเห็น กายมนุษย์ละเอียด ถึง
กายมนุษย์ละเอียดแล้ว ใจมนุษย์ละเอียด ความไม่ประมาท
ก็หยุดอยู่ศูนย์กลางดวงธรรมที่ทำให้เป็น
กายมนุษย์ละเอียด ไม่เผลอเหมือนกัน
เห็นดวงธรรมานุปัสสนาสติปัฏฐานอย่างนี้
แหละ จนกระทั่งถึงตลอด กายทิพย์ กาย-
ทิพย์ละเอียด กายรูปพรหม กายรูปพรหม
ละเอียด กายธรรม กายธรรมละเอียด
กายโสดา กายโสดาละเอียด กายสกทาคา
กายสกทาคาละเอียด กายอนาคา กาย
๒. ไม่ยอมปล่อยอารมณ์ให้ผ่านเรื่อยไป
เช่น พวกเมากัญชา
๓.
.ไม่ปล่อยความนึกคิดฟุ้งซ่านใน
อารมณ์ต่างๆ
๔. คอยกระตุ้นเตือนไม่ให้เผลอ ไม่ให้
ลืมตัวอยู่เสมอ
ทั้งหมดนี้คือลักษณะที่เด่นชัดของสติ
ซึ่งทั้ง ๔ ข้อนี้ บ่งบอกชัดเจนว่า สติมีหน้า
ที่กำกับใจให้อยู่ที่ศูนย์กลางกายภายในตัว
ประการต่อมาที่ต้องทำความเข้าใจก็คือ
การทำหน้าที่ของสติช่วยให้เกิดความไม่
ประมาทได้อย่างไร
๑. สติเป็นตัวการทำให้เกิดความ
ระมัดระวังตัว ป้องกันไม่ให้พลาดพลั้งตกไป
ในทางที่ชั่วเสื่อมจากความเจริญได้
โบราณท่านใช้คำว่า ระแวงในสิ่งที่ควรระแวง
กัลยาณมิตร มกราคม ๒๕๕๓ ๑๗