ข้อความต้นฉบับในหน้า
ต้องแก้ไขมเหสีที่คร่ำครวญร่ำไห้ด้วย
ความอาลัยรักและเหล่าข้าราชบริพาร
ที่ทักท้วงสารพัดด้วยความจงรักภักดีนั้น
ให้เข้าใจโดยดี ไม่อาละวาดฟูมฟาย
เพราะฉะนั้น กว่าพระองค์จะแก้ไขได้ก็
เกือบตาย แต่เพราะผู้มีบารมีมาก
เวลามองโลกไม่ได้มองเอาผลประโยชน์
เข้าตัว แต่พระองค์มองโลกแบบจะเอา
ศีลธรรมเข้าตัว จึงต้องสวนกระแสต่อ
ความเข้าใจของชาวโลก และพระองค์
ก็อาศัยมุมมองที่เหนือวิสัยชาวโลกนั้น
เอง มาชี้ทางสว่างให้ชาวโลกได้เข้าใจ
ในความจริงของโลกและชีวิตดังที่
พระองค์ทรงมองออกในชาตินั้น ดัง
ตัวอย่างที่มีปรากฏในพระไตรปิฎก ซึ่ง
จะขอตัดตอนมาอธิบายให้เป็นภาษาที่
เข้าใจได้ง่ายๆ เพื่อประโยชน์ต่อการนำ
ไปปฏิบัติธรรม
ขณะที่พระองค์ทรงออกบวช
กำลังเสด็จเข้าป่า ฝ่ายพระมเหสี
อำมาตย์ทั้งหลาย ก็รีบตามมาอย่างไม่
ลดละ พระองค์จะขับไล่อย่างไร ก็ไม่มี
ใครยอมกลับ เมื่อถึงที่สุด การขับไล่ไส
ส่งใช้ไม่ได้แล้ว พระองค์จึงทรงหาวิธี
เตือนสติพระมเหสีไม่ให้ติดตาม ซึ่ง
ตรงนี้เอง ที่เป็นข้อคิดอันประเสริฐ
สำหรับชาวโลก เพราะพระองค์ใช้
เหตุการณ์สองข้างทางมาเตือนสติพระ
ผู้มีบารมีเห็นอะไรสอง
ข้างทาง ก็สามารถเอามา
เป็นข้อคิดเตือนใจให้
ประพฤติธรรมได้ ตรงนี้
อยากจะฝากเป็นข้อคิด
เอาไว้ว่า ขณะนี้ในการ
ดำาเนินชีวิตจริงของเรา
เรามีสตินึกถึงธรรมอยู่
ตลอดเวลาหรือเปล่า
ถ้ายังก็ฟ้องว่า การนั่ง
สมาธิ การรักษาศีล รวม
ทั้งการให้ทานของเรายัง
หย่อนอยู่มาก
มเหสีให้กลับบ้านกลับเมืองหรือไม่ก็ให้ออกบวชไปเสีย
แต่แยกย้ายกันไปบำเพ็ญเพียร
พระองค์เสด็จไปพบเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง กำลังตำข้าว
ผัดข้าวอยู่ พอดีมือทั้งสองข้างของเด็กหญิงมีกำไลสวมอยู่
มือข้างหนึ่งสวมกำไลอยู่อันเดียว อีกข้างหนึ่งสวมกำไลสอง
อันและกำลังกระทบกันเสียงดัง พอพระองค์ทรงเห็นกำไล
เท่านั้น ทรงหาทางเปลี่ยนมาเป็นข้อคิดเตือนสติพระมเหสี
ได้ทันที โดยทรงถามเด็กผู้หญิงว่า
นางกุมาริกาผู้ประดับกำไลมือ
เป็นนิจ กำไลมือของเจ้าข้างหนึ่ง
มีเสียงดัง แต่อีกข้างหนึ่งไม่มีเสียงดัง
เพราะเหตุอะไร”
เด็กผู้หญิงก็ตอบพระองค์ไปว่า
“ข้าแต่สมณะ เสียงกำไลที่ได้ยินนี้ เกิด
จากกำไลสองอันที่สวมอยู่ในมือของ
ข้าพเจ้านี้กำลังกระทบกันอยู่ เพราะ
การกระทบกันนั้นเอง ทำให้เกิดเสียง
ดังขึ้นมา แต่กำไลที่สวมในมืออีกข้าง
ข้าพเจ้านั้น มีเพียงอันเดียว ย่อมไม่
ส่งเสียงที่เกิดจากการกระทบกัน ซึ่ง
เหมือนอย่างกับนักปราชญ์ผู้สงบนิ่งอยู่
ถ้าบุคคลอยู่ด้วยกัน ๒ คน ก็วิวาทกัน
แต่ถ้าอยู่คนเดียวจะไปวิวาทกับใครเล่า
ท่านผู้ใคร่ต่อสวรรค์จงชอบความเป็นผู้
อยู่คนเดียวเถิด"
ตรงนี้ดูให้ดี นี้เป็นวิธีการเอา
ข้อคิดจากสองข้างทางมาแก้วิกฤตการณ์
เพราะพระมหาชนกทรงเตือนพระ
มเหสีก็แล้ว ชักแม่น้ำทั้งห้ามาพูดให้
กลับก็แล้ว ยังไม่ยอมกลับ คราวนี้จึง
อาศัยปากเด็กพูดเตือนสติ โดยตั้ง
คำถามง่ายๆ ให้เด็กตอบ แล้วเด็ก
ผู้หญิงที่ฝัดข้าวนั้นก็ฉลาดไม่เบาทีเดียว
ตอบได้แบบเตือนสติชนิดเจาะใจดี
เหลือเกิน
กัลยาณมิตร ม.ราคม ๒๕๕๐
๒๓