การพัฒนาของมนุษยชาติ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2543 ฉบับที่ 1 หน้า 64
หน้าที่ 64 / 132

สรุปเนื้อหา

เมื่อได้ศึกษาการดำเนินชีวิตของมนุษย์ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบันแล้ว สามารถแบ่งประวัติศาสตร์ออกเป็น ๓ ยุคคือ ในยุคแรกของมนุษยชาติ เป็นยุคเกษตรกรรมที่เรียกว่า คลื่นลูกที่ ๑ มนุษย์ผลิตอาหารเพียงพอแก่การยังชีพ และ แลกเปลี่ยนสินค้ากันในชุมชนของตัวเองเท่านั้น การติดต่อค้าขายทำไม่สะดวก เนื่องจากปัจจัยการคมนาคม ระบบเศรษฐกิจ ไม่ซับซ้อน ส่วนรัฐมีหน้าที่หลัก คือการป้องกันภัยจากภายนอกและมีอำนาจสิทธิ์ขาดในการสั่งการ โดยรวมอำนาจไว้ที่ กษัตริย์เพียงผู้เดียว ที่เราเรียกว่า การปกครองแบบสมบูรณาญาสิทธิราช โลกได้พัฒนาต่อมาสู่คลื่นลูกที่ ๒ นั่นคือยุคของอุตสาหกรรม ยุคนี้มนุษย์ทำการเกษตรน้อยลง หันมาประกอบอุตสาหกรรมมากขึ้น มนุษย์มิได้ผลิตเพื่อการยังชีพเท่านั้น แต่ผลิตเพื่อการ จำหน่ายด้วย การติดต่อค้าขายเป็นไปอย่างกว้างข

หัวข้อประเด็น

- การพัฒนาของมนุษยชาติ

ข้อความต้นฉบับในหน้า

เมื่อได้ศึกษาการดำเนินชีวิตของมนุษย์ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบันแล้ว สามารถแบ่งประวัติศาสตร์ออกเป็น ๓ ยุคคือ ในยุคแรกของมนุษยชาติ เป็นยุคเกษตรกรรมที่เรียกว่า คลื่นลูกที่ ๑ มนุษย์ผลิตอาหารเพียงพอแก่การยังชีพ และ แลกเปลี่ยนสินค้ากันในชุมชนของตัวเองเท่านั้น การติดต่อค้าขายทำไม่สะดวก เนื่องจากปัจจัยการคมนาคม ระบบเศรษฐกิจ ไม่ซับซ้อน ส่วนรัฐมีหน้าที่หลัก คือการป้องกันภัยจากภายนอกและมีอำนาจสิทธิ์ขาดในการสั่งการ โดยรวมอำนาจไว้ที่ กษัตริย์เพียงผู้เดียว ที่เราเรียกว่า การปกครองแบบสมบูรณาญาสิทธิราช โลกได้พัฒนาต่อมาสู่คลื่นลูกที่ ๒ นั่นคือยุคของอุตสาหกรรม ยุคนี้มนุษย์ทำการเกษตรน้อยลง หันมาประกอบอุตสาหกรรมมากขึ้น มนุษย์มิได้ผลิตเพื่อการยังชีพเท่านั้น แต่ผลิตเพื่อการ จำหน่ายด้วย การติดต่อค้าขายเป็นไปอย่างกว้างขวาง เพราะจำต้องแสวงหาวัตถุดิบ และแสวงหาตลาดจำหน่ายสินค้า รัฐจึงมีบทบาทมากขึ้น ต้องเข้ามาคุ้มครองดูแล การทำอุตสาหกรรมของประชาชน เช่น สนับสนุนการหาแหล่งวัตถุดิบ คุ้มครองเส้นทางลำเลียงขนส่ง คุ้มครองตลาด ชนชั้นกลางที่เป็นนายทุนเพิ่ม มากขึ้น ทำให้มีบทบาทในการผลักดันไปสู่การปกครองแบบประชาธิปไตย ในห้วงเวลานี้โลกได้เข้าสู่ยุคคลื่นลูกที่ ๓ คือยุคข้อมูลข่าวสารไร้ เดน สิ่งที่มนุษย์คาดคะเนไว้และอาจเป็นไปได้ คือโลกจะเป็นโลก สากล ความคิดเรื่องชาติจะค่อยๆ หายไป พรมแดนของแต่ละ ประเทศจะถูกทำลายโดยการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ โลกจะเล็กลง จะมีลักษณะเหมือนหมู่บ้านโลก และอาจจะต้องมีรัฐบาลของโลก ขึ้นมาดูแลก็ได้ พรมแดน นับเป็นอัจฉริยภาพของบุรพชนในกาลก่อน ที่สามารถนำ พระสัทธรรมคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ฝ่าคลื่นแห่ง อารยธรรมมากว่า ๒๕๕๓ ปี โดยรักษาและสืบทอดส่งต่อมายังรุ่น ปัจจุบันจนสืบทอดมาถึงคลื่นลูกที่ ๓ มรสุมลูกใหม่ที่ถาโถมเข้ามา สู่พระพุทธศาสนา จึงมีคำถามว่า เราจะนำพาพระพุทธศาสนาอันมี ค่าสูงยิ่งนี้ฝ่าคลื่นอารยธรรมลูกนี้ไปได้อย่างไร เพื่อให้พระสัทธรรม ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอยู่คู่โลก เป็นที่พึ่งให้แก่มนุษยชาติตราบนาน เท่านาน อาจารย์สมหมาย ครสาคู ประธานองค์การยุวพุทธศาสนิกสัมพันธ์แห่ง โลก (ย.พ.ส.ล.) ผู้อุทิศชีวิตเพื่องานเผยแผ่พระพุทธศาสนากำลังจะบอกเราว่า พระพุทธศาสนา จะต้องปรับตัวอย่างไร จึงจะสามารถไต่เกลียวคลื่นลูกที่ ทะยานไปสู่จุดสูงสุด คือยอดคลื่นได้ ยุคข้อมูลข่าวสารไร้พรมแดน สิ่งที่มนุษย์คาดคะเนไว้และอาจ เป็นไปได้ คือโลกจะเป็นโลกสากล ความคิดเรื่องชาติจะค่อยๆ หายไป ๓ พรมแดนของแต่ละประเทศ จะถูกทําลายโดยการสื่อสารที่มี ประสิทธิภาพ โลกจะเล็กลง จะมีลักษณะเหมือนหมู่บ้านโลก และอาจจะต้องมีรัฐบาลของโลก ขึ้นมาดูแลก็ได้ Any SNA ๖๒ | กัลยาณมิตร มกราคม ๒๕๗๗ สีเปิดง Welcome Delegates to IE Buddhist Youth Leadership Seminar Bangkok Thailand, 1-7 Nov B.E. 2542 (1999)
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More