ข้อความต้นฉบับในหน้า
นักบวชผู้มีบุญทั้งหลาย ซึ่งท่านเหล่านั้น เมื่อ
เห็นพระมหาชนกแล้ว ก็เกิดความเมตตา เดิน
เข้ามาหาเพื่อให้สติเป็นข้อคิดในการบวชกัน
หลายท่าน
ในจำนวนนักบวชทั้งหลายที่ทรงพบใน
ระหว่างทางนั้น ได้มีฤาษีเหาะมาให้ข้อคิดกับ
พระมหาชนกว่า ความเห็นแก่นอน ความ
เกียจคร้าน ความง่วงเหงาหาวนอน ความไม่
ชอบใจหงุดหงิด ความเมาในอาหาร สิ่งเหล่านี้
เป็นศัตรูของการบรรลุธรรม ซึ่งทั้ง ๕ ข้อนี้
เรียกว่า นิวรณ์ เป็นกิเลสขั้นกลางที่
คนทั่วไปมักนึกไม่ถึงว่ามันคือกิเลส
และท่านฤาษีก็ให้ข้อคิดที่หนักยิ่งขึ้นว่า
เป็นกษัตริย์ออกบวช อย่าได้ดูหมิ่น
นักบวชอื่นว่าเลวทรามต่ำช้า เพราะ
วรรณะต่างกัน แล้วท่านฤาษีก็ให้เคล็ด
ลับการบวชว่า ให้รีบไปทำศีลให้สมบูรณ์
ไปทำบริกรรมภาวนาให้สมบูรณ์ เมื่อ
บริบูรณ์แล้ว ปฐมฌานย่อมบังเกิด
เมื่อเกิดแล้วอย่าพอใจอยู่แค่นั้น ให้ทำ
บริกรรมภาวนาให้ยิ่งขึ้นไป ย่อมได้
บรรลุอภิญญาไปตามลำดับ ซึ่งอภิญญา
คือ ความรู้ยิ่งเห็นจริง เป็นฤทธิ์อย่าง
ยิ่งที่เกิดจากการฝึกสมาธิไปตามลำดับ
ความเห็นแก่นอน ความ
เกียจคร้าน ความง่วงเหงา
หาวนอน ความไม่ชอบใจ
หงุดหงิด ความเมาใน
อาหาร สิ่งเหล่านี้เป็นศัตรู
ในที่สุด พระมหาชนกทรง ของการบรรลุธรรม ซึ่งทั้ง
๕ ข้อนี้ เรียกว่า นิวรณ์
บำเพ็ญเพียรภาวนาจนสามารถบรรลุ
ฌาน พระองค์ไม่เสื่อมจากฌานเลย เป็นกิเลสขั้นกลางที่คน
ครั้นเมื่อละโลกได้ไปบังเกิดในพรหมโลก
ปัจจุบัน
ระดับที่ ๑ อาศัยความเพียรใน
คือ ถ้าอยากจะประสบความ
สำเร็จในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการ
ศึกษาเล่าเรียน การทำงานหาเลี้ยงชีพ
หรือด้านใดๆ ก็ตาม ต้องอาศัยความ
เพียรในปัจจุบันเป็นหลัก เป็นแรง
ผลักดันไปทุ่มเทสร้าง ทุ่มเททำ ไม่
ยอมงอมืองอเท้า แต่ใช้เรี่ยวแรงของ
ลูกผู้ชายนี้ ทุ่มเทชีวิตจิตใจประกอบ
ความเพียรขึ้นมา นี้เป็นความเพียรใน
ปัจจุบัน
ระดับที่ ๒ อาศัยบุญเก่าที่ติดตัว
มาข้ามชาติ
เรื่องนี้เป็นต้นเหตุลึกๆ ซึ่งยาก
ที่จะรู้ว่า ในตัวของคนเรามีสิ่งนี้มาก
หรือน้อยแค่ไหน แต่ว่ามีบุญเก่ากันทุก
ทั่วไปมักนึกไม่ถึงว่ามันคือ
คน
๓. การบังเกิดขึ้นของวิริยะ กิเลส
บารมีในตัวคนเรา
เมื่อมาถึงตรงนี้ ข้อคิดที่ได้จาก
พระมหาชนกนั้นมากมายยิ่งนัก ซึ่งพอ
จะต่อยอดให้เกิดข้อคิดประการต่อมา
ได้ว่า ความสำเร็จของคนเรานั้น ขึ้น
อยู่กับความเพียร ๒ ระดับ
บุญเก่านี้เปรียบเหมือนอะไร?
บุญเก่าเปรียบเหมือนกับน้ำใต้ดิน
เพราะลึกลงไปที่ใต้ดินนั้นมีน้ำอยู่ แต่
ว่าจะต้องขุดลึกลงไปเท่าไรจึงจะพบ
เรายังไม่รู้ และตอบไม่ได้ว่ามีปริมาณ
น้ำมากน้อยเท่าไร แต่ว่าน้ำใต้ดินนั้นมี
อยู่ และอยู่ดีๆ น้ำใต้ดินก็ไม่ทะลักขึ้น
กัลยาณมิตร มกราคม ๒๕๔๓ | ๒๕