การเตือนสติจากนายช่างศร วารสารกัลยาณมิตร ปี 2543 ฉบับที่ 1 หน้า 26
หน้าที่ 26 / 132

สรุปเนื้อหา

คนมีบารมีมากๆ อย่างพระมหาชนกเห็นอะไรก็เป็น อรรถเป็นธรรมได้หมด หรือแม้แต่เด็กผู้หญิงที่ตอบคำถามนี้ ฟังคำพูดแล้ว ก็ฟ้องอีกเหมือนกันว่า บารมีของเด็กคนนี้ไม่ เบาทีเดียว พอพระมหาชนกทรงได้ยินเด็กผู้หญิงตอบอย่างนั้น พระองค์ก็ไม่ปล่อยโอกาสสำคัญนี้ไป ทรงถามพระมเหสีว่า “สีวลี เธอได้ยินคาถาที่เด็กหญิงคนนี้พูดแล้วหรือยัง เด็กหญิงเป็นเพียงชั้นสาวใช้ยังติเตียนเราได้ เพราะความ ประพฤติของเราทั้งสอง คืออาตมาเป็นบรรพชิต เธอเป็น สตรีเดินตามกันมา ย่อมเป็นเหตุแห่งครหาได้ ถนนข้างหน้านี้ เป็นทางสองแพร่ง เราทั้งสองจงแยกกันไปเถิด เธออย่า เรียกอาตมาว่าสวามี และอาตมาจะไม่เรียกเธอว่าเป็นมเหสี ของอาตมาอีก” ในระหว่างที่กษัตริย์ทั้งสองตรัสข้อความนี้อยู่ ก็ได้ เสด็จเข้าไปยังอีกนครหนึ่ง ขณะนั้นใกล้เป็นเวลาฉันภัตตาหาร พระมหา

หัวข้อประเด็น

- การเตือนสติจากนายช่างศร

ข้อความต้นฉบับในหน้า

คนมีบารมีมากๆ อย่างพระมหาชนกเห็นอะไรก็เป็น อรรถเป็นธรรมได้หมด หรือแม้แต่เด็กผู้หญิงที่ตอบคำถามนี้ ฟังคำพูดแล้ว ก็ฟ้องอีกเหมือนกันว่า บารมีของเด็กคนนี้ไม่ เบาทีเดียว พอพระมหาชนกทรงได้ยินเด็กผู้หญิงตอบอย่างนั้น พระองค์ก็ไม่ปล่อยโอกาสสำคัญนี้ไป ทรงถามพระมเหสีว่า “สีวลี เธอได้ยินคาถาที่เด็กหญิงคนนี้พูดแล้วหรือยัง เด็กหญิงเป็นเพียงชั้นสาวใช้ยังติเตียนเราได้ เพราะความ ประพฤติของเราทั้งสอง คืออาตมาเป็นบรรพชิต เธอเป็น สตรีเดินตามกันมา ย่อมเป็นเหตุแห่งครหาได้ ถนนข้างหน้านี้ เป็นทางสองแพร่ง เราทั้งสองจงแยกกันไปเถิด เธออย่า เรียกอาตมาว่าสวามี และอาตมาจะไม่เรียกเธอว่าเป็นมเหสี ของอาตมาอีก” ในระหว่างที่กษัตริย์ทั้งสองตรัสข้อความนี้อยู่ ก็ได้ เสด็จเข้าไปยังอีกนครหนึ่ง ขณะนั้นใกล้เป็นเวลาฉันภัตตาหาร พระมหาชนกเสด็จไปยืนอยู่ตรงประตูของนายช่างศร ฝ่ายนายช่างศรกำลังดัดลูกศรให้ตรงอยู่ นายช่างศร หลับตาข้างหนึ่ง ใช้ตาอีกข้างหนึ่งเล็งลูกศรอันหนึ่งบนมือ เพื่อจะดูว่าตรงไหนคิด ตรงไหนไม่คด นั่งตัดลูกศรให้ตรง อยู่ที่หน้าประตูซุ้มนั้นเอง เมื่อพระมหาชนกทรงเห็นนาย ช่างศรกำลังดัดศรอยู่นั้น พระองค์ทรงมองเห็นข้อคิดที่เป็น อรรถเป็นธรรมออกมาได้อย่างเหนือกว่าวิสัยทัศน์ของคน ทั่วไป พระองค์ทรงถามนายช่างศรผู้นั้นทันทีว่า “ดูก่อน นายช่างศร ท่านจงฟังอาตมา ท่านหลับตา ข้างหนึ่ง ส่วนอีกข้างหนึ่งใช้เล็งดูลูกศรอันคดนั้น ด้วย ประการใด ท่านเห็นความสำเร็จประโยชน์อันใดในวิธีการ นั้นหรือ” นายช่างศรก็เป็นผู้มีสติปัญญาไม่เบาทีเดียว ได้ตอบ พระมหาชนกไปว่า “ข้าแต่พระสมณะ การเล็งลูกศรด้วยตาสองข้าง ย่อม ทำให้พร่าไป มองไม่เห็นว่าตรงไหน คิดหรอก แต่ว่าถ้าหลับตาข้างหนึ่ง เพื่อเล็งดูที่คดด้วยดวงตาที่เหลืออีก ข้างหนึ่ง จะเล็งเห็นจุดที่คิดอยู่ เบื้องหน้าได้ง่าย ย่อมสามารถดัดลูก ศรอย่างถูกที่คดให้ตรงได้ เหมือนกับ บุคคลสองคนอยู่ด้วยกัน ย่อมวิวาท ๒๔ กัลยาณมิตร มกราคม ๒๕๕๓ กันได้ ถ้าอยู่คนเดียวจะวิวาทกับใครเล่า ท่านผู้ใคร่ต่อสวรรค์ จงชอบความเป็นอยู่ผู้เดียวเถิด” ฟังคำตอบของนายช่างศรตอบแล้ว แสดงว่าบุญใน ตัวของเขานี้ไม่เบาเหมือนกัน เพราะยุคนั้นแม้จะไม่มี พระพุทธเจ้ามาบังเกิดขึ้น ถึงกระนั้นยังสามารถตอบโต้กับ พระมหาชนกได้อย่างเป็นอรรถเป็นธรรมขนาดนั้น สติปัญญาไม่เบาจริงๆ พระมหาชนกทรงได้ยินนายช่างศรตอบได้ทันกัน อย่างนั้น ก็หันกลับไปถามพระมเหสีว่า “ดูก่อนสีวลี เธอได้ยินคาถาที่ช่างศรกล่าวหรือยัง ช่างศรเป็นเพียงคนรับใช้ ยังติเตียนเราได้ ความที่เราทั้ง สองประพฤตินั้นเป็นเหตุแห่งความครหา ดูก่อนนางผู้เจริญ ทางสองแพร่งนี้ เราจงมาแยกกัน ไป เธอจงไปทางหนึ่ง อาตมาก็จะไปอีกทางหนึ่ง เธออย่า เรียกเราว่า สวามี และเราก็จะไม่เรียกเธอว่าเป็นมเหสีของ เราอีกต่อไป" ผู้มีบารมีเห็นอะไรสองข้างทาง ก็สามารถเอามาเป็น ข้อคิดเตือนใจให้ประพฤติธรรมได้ ตรงนี้อยากจะฝากเป็น ข้อคิดเอาไว้ว่า ขณะนี้ในการดำเนินชีวิตจริงของเรา เรามี สตินึกถึงธรรมอยู่ตลอดเวลาหรือเปล่า ถ้ายังก็ฟ้องว่า การ นั่งสมาธิ การรักษาศีล รวมทั้งการให้ทานของเรายังหย่อน อยู่มาก ถ้าแก่กล้าเพียงพอ ก็คงได้มีเชื้อสายของพระมหา ชนกขึ้นมาบ้าง แต่ถ้าใครมีสตินึกถึงธรรมขึ้นมาได้บ้างแล้ว จะมากบ้างน้อยบ้างก็ตาม แสดงว่า การประพฤติปฏิบัติตัว ในชีวิตประจำวันของเรา เข้าเส้นทางของนักสร้างบารมี อย่างสมบูรณ์แบบขึ้นมาทุกวันๆ ครั้นเมื่อพระมหาชนกเตือนสติให้มเหสีแยกทางไปได้ แล้ว โดยอาศัยปัญญาของพระองค์บวกกับเหตุการณ์สอง ข้างทางแล้ว ก็ทรงเสด็จเข้าป่าลึกไป แต่ด้วยความเป็นคน ที่มีบุญมาก เมื่อผ่านไปทางไหน อายตนะของคนมีบุญย่อมดึงดูดคนมี บุญให้มาเจอกัน และแน่นอนในทาง ตรงข้าม คนมีบาปก็จะดึงดูดคนมี บาปให้มาอยู่ด้วยกัน ในระหว่างที่เดินเข้าป่าไปนั้น พระมหาชนกก็ทรงได้เจอกับ
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More