ข้อความต้นฉบับในหน้า
ธรรมชาติดั้งเดิมของคนไทยเรา เป็นคนอารมณ์ดี แจ่มใส ยิ้มง่าย ใจเย็น
มีน้ำใจ เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ชอบทำบุญตักบาตรสม่ำเสมอ ภาพพจน์ของเมืองไทยใน
สายตาฝรั่งมังค่าทั้งหลาย จึงเป็นเมืองเขตร้อนทางซีกโลกตะวันออกเฉียงใต้ที่น่าอยู่
เพราะไม่ว่ามองไปทางไหน ก็สามารถพบเห็นรอยยิ้มแห่งความสุขของคนไทยได้
ตลอดทาง แต่แล้ววันหนึ่งเมืองไทยก็ต้องเปลี่ยนไป เพราะเมืองไทยไม่สามารถ
อยู่ท่ามกลางสังคมโลกได้โดยไม่ปรับตัว ชีวิตของคนไทยต้องผูกผันไปจากเดิม
ด้วยความจำเป็น เริ่มตั้งแต่เมืองหลวงแสนสวยเปลี่ยนไปสู่เมืองอุตสาหกรรมที่
มากมายด้วยการแข่งขันและปัญหาอาชญากรรม เรื่องนี้เป็นความจริงที่ต้องยอมรับ
เพราะเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับหลายประเทศทั่วโลกที่ต้องยอมแลกในคราวปรับเปลี่ยน
เป็นเมืองอุตสาหกรรม เมืองไทยจึงหนีไม่พ้นที่จะต้องรอยปัญหาการขาดความ
สมดุลในการปรับตัวครั้งนี้
ผมหลบมุมความวุ่นวายของสังคมเมืองหลวงไปตั้งแต่ตอนเช้า ไปชม
ความงามของวัดอรุณราชวราราม และนั่งรอดูภาพพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าเหนือ
ยอดพระพุทธปรางค์ ซึ่งตั้งตระหง่านอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยามาเกือบสองศตวรรษ
บรรยากาศไทยแท้แบบนี้เอง ที่เมืองไหนๆ ในโลกก็ไม่มี ทำให้ชื่อเสียงความ
วิจิตรงดงามของพระปรางค์วัดอรุณฯ จึงได้แพร่หลายเป็นที่รู้จักขึ้นชื่อไปทั่วโลก
และดึงดูดชาวต่างชาติให้มาสัมผัสวัฒนธรรมไทยอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาหลายร้อยปี
ความสุขส่วนตัวแบบไทยแท้ที่สัมผัสได้ในยามเย็นนี้เอง ทำให้ผมเข้าใจ
ความภาคภูมิใจในความเป็นคนไทยของปู่ย่าตายายได้มากขึ้นทีเดียว
ในประวัติศาสตร์ไทยอันน่าภาคภูมิใจบันทึกว่า วัดอรุณราชวรารามเป็นวัด
ประจำรัชกาลของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ ๒ แห่ง
ราชวงศ์จักรี
แต่เดิมเป็นวัดโบราณที่สร้างมาตั้งแต่ในสมัยกรุงศรีอยุธยา มีชื่อว่า วัดมะกอก
สันนิษฐานกันว่าคงมาจากชื่อตำบลบางมะกอก แต่เรียกกันจนเสียงหดสั้นเข้า
เหลือเพียง วัดมะกอก ต่อมามีวัดมะกอกในคลองบางกอกใหญ่เกิดขึ้น จึงต้อง
เรียกวัดมะกอกเดิม เป็นวัดมะกอกนอก เพื่อ
ให้ทราบว่าเป็นคนละวัดกัน
มีเรื่องเล่ากันปรัมปราว่า เมื่อสมเด็จ
พระเจ้ากรุงธนบุรีกอบกู้กรุงศรีอยุธยาคืนมา
แล้ว มีพระราชประสงค์จะย้ายราชธานีมาตั้ง ณ
กรุงธนบุรี จึงทรงเสด็จกรีธาพลล่องมาทาง
ชลมารค เมื่อถึงเวลารุ่งแจ้ง ทรงเสด็จมาถึง
หน้าวัดนี้พอดี ทรงพระราชดำริเห็นเป็นอุดม
มงคลฤกษ์ในการตั้งราชธานีใหม่ จึงโปรดให้
นำเรือเทียบท่า แล้วเสด็จขึ้นไปทรงสักการะ
บูชาพระมหาธาตุองค์เดิมซึ่งสูง ๘ วา ต่อมา
ความใจกล้าของช่าง
ในการก่อสร้างพระ
พุทธปรางค์นั้นต้อง
ยอมรับยิ่งนัก
เพราะการกำหนดให้
พระพุทธปรางค์ขนาด
มหึมา สูง ๘๑ เมตร
๘๕ เซนติเมตร
ประดิษฐานอยู่ริมตลิ่ง
อันเป็นท้องคุ้งน้ำเซาะ
นั้น เป็นเรื่องที่ต้องใช้
ฝีมือในการก่อสร้าง
เอาการ
กัลยาณมิตร มกราคม ๒๕๔๓
๕๕