เรื่องราวของพญาเอรกปัตตนาคราช วารสารกัลยาณมิตร ปี 2543 ฉบับที่ 1 หน้า 53
หน้าที่ 53 / 132

สรุปเนื้อหา

เรื่อง นาคราชาผู้อาภัพ นี้ ผู้เขียนได้นำมาจากหนังสือ กรรมทีปนี ภาค ๑ ตอน ๑ ซึ่ง พระพรหมโมลี (วิลาศ ญาณวโร) เจ้าคณะภาค ๑ ท่านได้รจนาไว้ ด้วยสำนวน ภาษาไทยแบบดั้งเดิม ผู้เขียนจึงคงความไพเราะของภาษาไว้ ด้วยสำนึกแห่งความเป็นไทย เพื่อการอนุรักษ์ไว้ซึ่ง เอกลักษณ์และวัฒนธรรมของภาษาไทย กาลเมื่อศาสนาแห่งองค์สมเด็จพระมิ่งมงกุฎกัส- สปสัมมาสัมพุทธเจ้ายังปรากฏอยู่ในโลกนี้ มีมาณพผู้หนึ่งซึ่ง เลื่อมใสศรัทธาในพระพุทธศาสนา ใครจักนำตนออกจาก กองทุกข์ในวัฏสงสาร จึงสละทรัพย์ออกบวชถือครองเพศ สมณะ และเพื่อความสะดวกในการบำเพ็ญธรรม จึงได้ออก เดินทางเข้าป่าใหญ่ด้วยการโดยสารเรือไปในแม่น้ำ ในขณะ ที่เรือแล่นไปนั้นท่านจึงได้เอามือจับใบตะไคร้น้ำริมฝั่งด้วย ความเผลอตัว พอใบตะไคร้น้ำขาดติดมือมา ท่านจึงรู้ว่าตัว เองต้องอาบัติ

หัวข้อประเด็น

- เรื่องราวของพญาเอรกปัตตนาคราช

ข้อความต้นฉบับในหน้า

เรื่อง นาคราชาผู้อาภัพ นี้ ผู้เขียนได้นำมาจากหนังสือ กรรมทีปนี ภาค ๑ ตอน ๑ ซึ่ง พระพรหมโมลี (วิลาศ ญาณวโร) เจ้าคณะภาค ๑ ท่านได้รจนาไว้ ด้วยสำนวน ภาษาไทยแบบดั้งเดิม ผู้เขียนจึงคงความไพเราะของภาษาไว้ ด้วยสำนึกแห่งความเป็นไทย เพื่อการอนุรักษ์ไว้ซึ่ง เอกลักษณ์และวัฒนธรรมของภาษาไทย กาลเมื่อศาสนาแห่งองค์สมเด็จพระมิ่งมงกุฎกัส- สปสัมมาสัมพุทธเจ้ายังปรากฏอยู่ในโลกนี้ มีมาณพผู้หนึ่งซึ่ง เลื่อมใสศรัทธาในพระพุทธศาสนา ใครจักนำตนออกจาก กองทุกข์ในวัฏสงสาร จึงสละทรัพย์ออกบวชถือครองเพศ สมณะ และเพื่อความสะดวกในการบำเพ็ญธรรม จึงได้ออก เดินทางเข้าป่าใหญ่ด้วยการโดยสารเรือไปในแม่น้ำ ในขณะ ที่เรือแล่นไปนั้นท่านจึงได้เอามือจับใบตะไคร้น้ำริมฝั่งด้วย ความเผลอตัว พอใบตะไคร้น้ำขาดติดมือมา ท่านจึงรู้ว่าตัว เองต้องอาบัติเสียแล้วเพราะพุทธบัญญัติห้ามไว้ ไม่ให้พระ ภิกษุในพระพุทธศาสนาพรากของเขียว เช่น ตัดไม้หักไม้ เป็นต้น แต่ท่านก็มีความประมาทคิดว่าจะได้ปลงอาบัติแก่ พระภิกษุรูปใดรูปหนึ่ง เมื่อขึ้นจากเรือแล้ว ก็เข้าไปในป่า ใหญ่บำเพ็ญสมณธรรมเป็นเวลานานถึง ๒๐,๐๐๐ ปี ตาม อายุมนุษย์ในยุคนั้น แต่ก็มิได้บรรลุธรรมอันวิเศษแต่อย่างใด จนกระทั่งถึงวาระสุดท้ายแห่งชีวิต ท่านนึกขึ้นได้ว่า เมื่อ ๒๐,๐๐๐ ปี ที่ล่วงมาแล้ว ท่านเคยต้องอาบัติเพราะพราก ภูตคามของเขียวในขณะที่โดยสารเรือมา เกิดวิปปฏิสารขึ้น ในดวงจิตให้เห็นนิมิตเป็นเหมือนใบตะไคร้น้ำนั้นเข้ามาพันคอ แล้วท่านก็ขาดใจตาย ถูกอาสันนกรรมฝ่ายอกุศลนั้นชักนำ ให้ไปเกิดในกำเนิดสัตว์เดียรฉาน ตระกูลนาคราช เมื่อเจริญ วัยเติบใหญ่ก็ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นพญา มีนามว่า พญา เอรกปัตตนาคราช พญาเอรกปัตตนาคราชนั้นเป็นนาคที่มีญาณพิเศษ สามารถระลึกชาติได้โดยกำเนิด เมื่อใดที่นึกถึงอดีตชาติแต่ หนหลัง ก็มักโศกเศร้าเสียใจว่า "อนิจจา ตัวข้าเอ๊ย ! อุตส่าห์ตั้งหน้าบวชเป็นพระ ภิกษุบำเพ็ญธรรมนานถึง ๒๐,๐๐๐ ปี แทนที่จะบรรลุธรรม วิเศษในบวรพระพุทธศาสนา หรือได้รับอานิสงส์ไปเกิดเป็น เทวดาในแดนสวรรค์ หรืออย่างน้อยที่สุดไปเกิดเป็นมนุษย์ ยังดี แต่นี่กรรมอะไรหนอ ที่ซัดให้เข้ามาบังเกิดในกำเนิด สัตว์เดียรฉาน ซึ่งมีกบเขียดเป็นภักษาหาร จะต้องทน ทรมานไปอีกนานเท่าใดก็ไม่อาจรู้ได้” พญานาคราชได้แต่เศร้าโศกเสียใจ น้ำตาไหลซึม นึกถึงชะตากรรมแห่งตนอยู่เนืองๆ ต่อมาเมื่อมีธิดาแห่ง ตนคือนางนาคมาณวิกา ด้วยความเลื่อมใสศรัทธาในฐานะที่ เคยเป็นพุทธศาสนิกชนผู้ดื่มต่ำในรสพระธรรมแห่งองค์ สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และมีความประสงค์ที่จะได้พบ และสดับธรรมอีก จึงได้สอนเพลงให้นางนาคมาณวิกาบท หนึ่งให้ท่องจำให้ขึ้นใจ วันขึ้น ทุกๆ ๑๕ ค่ำ ก็พาธิดาขึ้น มายังมนุษยโลกที่แม่น้ำคงคา แปลงกายเป็นมนุษย์ยืนร้อง เพลงอยู่บนพังพานแห่งตน โดยร้องเพลงเป็นข้อปัญหาว่าดังนี้ ผู้เป็นใหญ่อย่างไรหนอ จึงได้ชื่อว่าเป็นพระราชา ? พระราชาเช่นไรหนอ ที่ได้ชื่อว่ามีเศียรเต็มไป ด้วยธุลี ? พระราชาเช่นใดหนอ ที่ได้ชื่อว่าปราศจากธุลี ? ที่ถูกเรียกว่าคนพาล นั้น มีพฤติการณ์เป็น ประการใด ? เหตุที่พญาเอรกปัตตนาคราชทำเช่นนี้ ด้วยเขารัก ใคร่ในพระพุทธศาสนา ปรารถนาจะได้พบองค์สมเด็จพระ สัมมาสัมพุทธเจ้า จึงคิดแต่งเนื้อเพลงอันมีปริศนาขึ้นไว้ แล้วให้นางนาคมาณวิกาเป็นผู้ขับร้องทำนองเสนาะ ให้ ประชาชนในสมัยนั้นฟัง เมื่อใดที่มีมนุษย์สามารถแก้อรรถ ปริศนานั้นได้ ก็หมายความว่า มีองค์สมเด็จพระสัมมา สัมพุทธเจ้าได้มาบังเกิดขึ้นแล้วในโลก และผู้ที่จะแก้อรรถ กัลยาณมิตร มกราคม ๒๕๔๓ | ๕๑
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More