ข้อความต้นฉบับในหน้า
ที่มีการบรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์กันมากที่สุดก็ตาม ก็ไม่ ทั้งหลายเหล่านี้ พระองค์ทรงแนะว่า ให้พูดน้อยๆ เข้าไว้
ได้หมายความว่า เราไม่สามารถสัมผัสรสแห่งธรรมด้วย
การปฏิบัติธรรม หรือไม่สามารถรักษาศีลได้เลยไม่ สำหรับ
ผู้รักการสร้างบารมี รักการฝึกตัวตามแบบอย่างพระพุทธองค์
ย่อมสามารถทำยุคทั้งหมดให้เกิดขึ้นกับตนเองได้
เพราะฉะนั้นเราอยู่ในยุคไหนไม่สำคัญ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ
เราเป็นคนอย่างไร
การเริ่มต้นปีใหม่ทุกครั้ง นั้นหมายความว่า เราได้
เดินทางเข้าไปใกล้วันสุดท้ายของชีวิตเข้าทุกวัน โดยจะรู้
หรือไม่รู้ตัวก็ตาม เริ่มต้นปีใหม่ หากให้ใหม่เพียงปี ชีวิต
ย่อมไม่มีการพัฒนา ชีวิตที่ดีจำเป็นต้องมีสิ่งใหม่ๆ ไม่ว่าจะ
เป็นความรู้ใหม่ๆ ความสามารถใหม่ๆ หรือที่สำคัญที่สุดคือ
การปรับปรุงความประพฤติให้ดีขึ้นให้ใหม่ขึ้น เมื่อปีที่แล้ว
ตัวเองเดือดร้อนในภายหลัง การไม่ทำอย่างนั้นอีกแล้วทำ
หรืออีกทางหนึ่งพระองค์ก็ทรงให้แนวทางเอาไว้ว่า
“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อานิสงส์ ๕ ประการเหล่านี้
ย่อมมีในบุคคลผู้พูดด้วยปัญญา คือ
6).
ไม่พูดปด
๒. ไม่พูดส่อเสียด
m.
ไม่พูดคำหยาบ
๔. ไม่พูดเพ้อเจ้อ
๕. สิ้นชีวิตแล้ว ย่อมเข้าถึงสุคติ โลกสวรรค์
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อานิสงส์ ๕ ประการเหล่านี้แล
ย่อมมีในบุคคลผู้พูดด้วยปัญญา"
ข้อนี้พระองค์ก็ทรงสอนให้ใช้ปัญญาในการพูด ไม่ใช่
ใช้เพียงแค่ปากหรืออารมณ์ ซึ่งใครก็ทำได้ แต่การใช้ปัญญา
สิ่งใดที่ทำแล้วมีความรู้สึกว่าคนอื่นไม่สบายใจหรือทำแล้ว ในการพูด ผู้รักในการฝึกตนรักในความก้าวหน้าของชีวิต
สิ่งที่สบายใจทั้งเขาและเรานี้เองคือการทำตัวเป็นคนใหม่
ของใหม่ๆ อะไรใหม่ๆ ใครๆ ก็ชอบ คนเราก็เหมือนกัน
หากเราปรับปรุงตัวของเราให้ดีขึ้น ในความเป็นจริงคนเรา
ถึงแม้จะมีอายุมากเป็นคนเก่าคนแก่เพียงใดก็ตาม แต่ใน
สายตาในใจของผู้พบเห็นของผู้ที่เราสมาคมด้วยเราคือคนใหม่
ตนเองเท่านั้น จึงสามารถทำได้ ซึ่งการใช้ปัญญาในการ
ตรองก่อนพูดก็เหมือนการกรองน้ำก่อนดื่ม ย่อมจะได้น้ำ
บริสุทธิ์ดื่ม ผู้ฟังคำพูดที่เราตรองก่อนพูดก็ย่อมได้คำพูดที่
บริสุทธิ์ในการฟัง หลักในการพูดไม่ดีทั้งหลายเมื่อเรา
ต้องการปรับปรุง สรุปแล้วองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ทรงชี้ให้ทำสองอย่างคือ ต้องพูดน้อยๆ และให้ใช้ปัญญาพูด
สิ่งที่คิดและเห็นว่าเป็นข้อบกพร่องของมนุษย์มากที่สุด อย่าใช้อารมณ์พูด เพราะคนที่ไม่อดทนชอบใช้อารมณ์พูด
คงไม่มีอะไรเกินคำพูด คำพูดที่ไม่ดีทั้งหลายเกิดขึ้นได้อย่างไร
อะไรคือต้นตอ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงให้ความรู้
และแนวทางการปฏิบัติเอาไว้ว่า
“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย โทษ ๕ ประการเหล่านี้ ย่อม
มีในบุคคลผู้พูดมาก คือ
๑.
ย่อมพูดปด
๒. ย่อมพูดส่อเสียด
๓.
ย่อมพูดคำหยาบ
๔. ย่อมพูดเพ้อเจ้อ
๕. สิ้นชีวิตแล้ว ย่อมเข้าถึงอบาย ทุคติ วินิบาต นรก
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย โทษ ๕ ประการเหล่านี้แล
ย่อมมีในบุคคลผู้พูดมาก"
สรุปธรรมะที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงตรัสนี้คือ
การพูดมากๆ ย่อมจะหนีการพูดเพ้อเจ้อ การพูดคำหยาบ
ส่อเสียด เป็นต้นไปไม่ได้ หากจะปรับปรุงการพูดไม่ดี
ชอบใช้อารมณ์ในการทำงาน ย่อมจะประสบกับฐานะต่างๆ
นานา ซึ่งเป็นสิ่งที่ใครก็ล้วนไม่พึงประสงค์ทั้งนั้น ดังที่พระ
สัมมาสัมพุทธเจ้าทรงชี้ให้เห็นโทษเอาไว้ว่า
“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย โทษ ๕ ประการ ของความไม่
อดทนเหล่านี้ คือ
0.
ไปสู่ทุคติ)
ไม่เป็นที่รักไม่เป็นที่พอใจของคนมาก
๒. มากไปด้วยเวร
๓. มากไปด้วยโทษ
๔. หลงถึงแก่ความตาย (ตายอย่างคนไม่มีสติย่อม
๕. สิ้นชีวิตแล้ว ย่อมเข้าถึงทุคติ วินิบาต นรก (ทุคติ
คือ การเกิดเป็นเปรต เป็นสัตว์นรกสัตว์เดรัจฉาน ตาม
ความหมาย ก็หมายถึงทั้งวินิบาตและนรก ส่วนวินิบาตและ
นรก หมายถึง สถานที่ไปเกิดแล้วหมดอำนาจหมดสิทธิ์ใน
การเรียกร้องใดๆ รับผลกรรมอย่างเดียว)
the sente