ข้อความต้นฉบับในหน้า
ปริศนาความดีและความชั่ว
ความรู้ ความเข้าใจในเรื่องของ “ความดี” และ
“ความชั่ว” เป็นเรื่องยากเรื่องหนึ่งที่จะทำให้คนในสังคม
ตั้งใจศึกษาให้ถ่องแท้ และปฏิบัติตามให้สมบูรณ์ได้ ทั้งนี้
เป็นเพราะมีองค์ประกอบหลายอย่างที่ทำให้ปฏิบัติไม่ได้ตาม
ความต้องการ ในหลักของพระพุทธศาสนานั้นถือว่าการ
กระทำ คำพูดหรือความคิดที่เป็นไปเพื่อไม่เบียดเบียนตน
และผู้อื่นให้เดือดร้อนและมีประโยชน์ ถือว่าเป็น “ความดี”
ในทางตรงกันข้ามกับหลักการดังกล่าวนี้ก็คือ
พึงละเว้นและหนีออกห่าง
“ความชั่ว” ที่
หากจะพิจารณาตามหลักที่สูงขึ้นไปอีกนั้น
มาตรฐานแห่งความดีความชั่ว ท่านให้ถือเอา ความโลภ โกรธ
หลง และไม่โลภ ไม่โกรธ ไม่หลง เป็นหลักเพื่อพิจารณา
คือกรรมใดที่ทำเพราะโลภ โกรธ หลงแล้ว ให้ถือเป็นกรรม
ชั่ว ถ้าทำด้วยความไม่โลภ ไม่โกรธ ไม่หลง ให้ถือเป็นการ
กระทำด้วยเหตุผลที่บริสุทธิ์ และให้จัดเป็นกรรมดี
ความดีสร้างกันอย่างไรจึง “ดี”
การสร้างความดีถือว่าเป็นเรื่องยิ่งใหญ่ในชีวิตของ
มนุษย์ แต่เป็นสิ่งที่จะต้องทำตลอดชีวิต หรืออาจกล่าวได้ว่า
ตลอดระยะเวลาที่ต้องเวียนว่ายตายเกิด ความดีเป็นสิ่งที่
เลิกทำไม่ได้ การที่คนเราคิดจะสร้างความดี หากไม่รู้จักวิธี
สร้างความดีให้บรรลุผลแล้ว เมื่อผิดหวังบ่อยๆ เข้าในที่สุด
ก็จะเป็นเหตุให้เลิกประกอบคุณงามความดีกันเสียง่ายๆ
ฉะนั้นความดีนั้นแม้รู้และทำอย่างสม่ำเสมอแล้ว หลักต่างๆ
ที่น่ายึดถือไว้ประกอบการพิจารณามีอยู่ ๒ ประการ คือ
๑) ควรศึกษาให้รู้แจ้งว่า ความดีที่แท้จริงคืออะไร
ซึ่งลักษณะของความดีที่แท้นั้น อาจประกอบด้วยความดี
เพื่อประโยชน์แก่ผู้อื่น หรือการกระทำด้วยใจบริสุทธิ์ และ
ทำความดีอย่างยุติธรรม มีผู้กล่าวถึงวิธีการทำความดีมีอยู่
๑๐ วิธีด้วยกัน คือ
๑. ชอบช่วยเหลือผู้อื่นทำความดี
๒. รักและเคารพทุกคนอย่างเสมอหน้า
สนับสนุนผู้อื่นให้เป็นผู้มีความดีพร้อม
๓.
๔. ชี้ทางให้ผู้อื่นทำความดี
๕. ช่วยเหลือผู้ที่อยู่ในความคับขัน
5. กระทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณ
๗. อย่าทำตนเป็นปู่โสมเฝ้าทรัพย์
๔. ธำรงไว้ซึ่งความเป็นธรรม
๔. เคารพผู้อาวุโสกว่า
๑๐. รักชีวิตของผู้อื่นดุจชีวิตของตน
๒) ปูพื้นฐานแก่จิตใจของตนในการที่จะสร้างความดี
คือน้อมจิตให้ระลึกความดีอยู่เสมอ คนที่จะทำความดีได้
มั่นคงยั่งยืนนั้น จะต้องมีพื้นฐานทางจิตใจดี มีพื้นฐานอัน
มั่นคงเหมือนการสร้างตึกหรืออาคารใหญ่ ก็จะต้องลงราก
ตอกเข็มอย่างแน่นหนามั่นคง เมื่อยึดหลักดังนี้แล้ว แม้เกิด
อุปสรรคต่างๆ อันก่อให้เกิดความท้อถอยในการทำความดีแล้ว
ใจที่ปูพื้นฐานและหมั่นระลึกถึงความดีอยู่เสมอ จะเป็น
วัคซีนป้องกันให้สามารถยืนหยัดอยู่ในความดีได้ตลอดไป
อานุภาพของความดีตามพุทธภาษิต
พุทธภาษิตอันเป็นเครื่องระลึกเตือนใจให้บุคคลอันมี
โยนิโสมนสิการ คือบุคคลที่รู้จักคิด พิจารณาเพื่อเข้าถึง
ความจริงอย่างถูกวิธีของผู้มีปัญญา
เมื่อบุคคลเอาน้ำมันเทลงไปในน้ำ เอาก้อนหินทิ้ง
ลงในน้ำ จะอ้อนวอนสักเท่าใด เพื่อให้น้ำมันจมและก้อนหิน
ลอยขึ้นก็ย่อมไม่ได้ น้ำมันอย่างไรก็คงลอยขึ้นเหนือน้ำอยู่
วันยังค่ำ ก้อนหินก็คงจมในน้ำอยู่อย่างนั้น เพราะน้ำมันมี
สภาพลอยขึ้นเหนือน้ำ ก้อนหินมีสภาพจมน้ำฉันใด ความดี
เป็นเหตุให้เฟื่องฟู ความชั่วเป็นเหตุให้ล่มจมตกต่ำ เมื่อทำ
กิจอันก่อให้เกิดกรรมดีและชั่วแล้ว จะอ้อนวอนให้มีผล
ตรงกันข้ามย่อมไม่ได้เช่นกัน 0
0
สิ่งที่น่าใคร่น่าปรารถนา ๕ ประการ คือ อายุ วรรณะ
ยศ สุข และสวรรค์ ไม่สามารถมีได้ด้วยการอ้อนวอน
เพราะถ้ามีได้ด้วยวิธีการอย่างนั้นแล้วใครเล่าจะขาดแคลน
ยากจน สาวกของพระอริยะ ไม่พึงเพลิดเพลินพอใจในการ
อ้อนวอน แต่เมื่อต้องการสิ่งใดก็พึงปฏิบัติข้อปฏิบัติ อันเป็น
เหตุให้บรรลุสิ่งนั้น
0
ขุมทรัพย์ คือ บุญ (ความดี) นี้ ให้สิ่งที่น่า
ปรารถนาทั้งปวงแก่เทวดาและมนุษย์ เทวดาและมนุษย์
ต้องการสิ่งใด ๆ ย่อมสำเร็จได้ด้วยบุญ ความเป็นผู้มี
กัลยาณมิตร มกราคม ๒๕๔๒ | ๓๑